วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

ไตรมาสแห่งความยุ่งเหยิง Investing amidst the fog of war

ไตรมาสแห่งความยุ่งเหยิง Investing amidst the fog of war

ผลการดำเนินงานของสินทรัพย์ในไตรมาสแรกของปี 2026 สามารถแบ่งออกได้อย่างชัดเจนเป็นสองช่วง คือช่วงก่อนและหลังเหตุการณ์สงครามสหรัฐฯ/อิสลาเอลกับอิหร่าน โดยในช่วงก่อนเกิดสงคราม ตลาดการเงินถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยเชิงโครงสร้างระยะยาวเป็นหลัก หุ้นสหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนน้อยกว่าตลาดโลก โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หรือ hyperscalers ที่ปรับตัวลงจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความสามารถในการสร้างรายได้จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น แม้จะมีความผันผวนระยะสั้นจากเหตุการณ์ flash crash ในตลาดโลหะช่วงปลายเดือนมกราคม ภายในตลาดหุ้นโลกยังเกิดการหมุนกลุ่มการลงทุนจากหุ้นที่ถูกมองว่าเสียประโยชน์จากกระแส AI โดยเฉพาะกลุ่มซอฟต์แวร์ ไปสู่กลุ่มที่ได้ประโยชน์ เช่น ธุรกิจที่มีสินทรัพย์จับต้องได้อย่างเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมเป็นต้นมา แนวโน้มเหล่านี้ได้หยุดชะงักและบางส่วนพลิกกลับ ทองคำซึ่งเคยปรับขึ้นมากกว่า 22% ก่อนสงคราม กลับปรับตัวลดลงกว่า 11% ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน สินทรัพย์ที่โดยทั่วไปถูกมองว่าเป็นแหล่งพักเงินในช่วงความไม่แน่นอนกลับไม่สามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ หุ้นขนาดใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่หุ้นคุณภาพสูงในตลาดพัฒนาแล้วให้ผลตอบแทนต่ำกว่าทั้งหุ้นแบบ value และ growth ปรากฏการณ์ที่ดูสวนทางนี้สะท้อนถึงแรงกดดันด้านสภาพคล่อง โดยความต้องการถือครองเงินดอลลาร์เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเรียกหลักประกันและต้นทุนธุรกรรมพลังงานที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงจำเป็นต้องขายสินทรัพย์คุณภาพสูงเพื่อระดมเงินสด ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว

ถ้าวัดผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึง ณ สิ้นเดือนมีนาคม ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น แต่สินทรัพย์หลักส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนติดลบเมื่อวัดเป็นดอลลาร์ ยกเว้นทองคำและหุ้นเกาหลีใต้ ซึ่งยังคงได้รับแรงหนุนจากโมเมนตัมก่อนเกิดสงคราม และตลาดหุ้นสหราชอาณาจักรที่มีสัดส่วนหุ้นพลังงานสูงซึ่งได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ในภาพรวม หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ต่างปรับตัวลดลง สะท้อนถึงแรงกดดันที่กระจายตัวในวงกว้าง

ในฝั่งตราสารหนี้ สถานการณ์ไม่ได้ช่วยบรรเทาความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั้งของสหรัฐฯ และเยอรมนีปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากมุมมองราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อส่งผลต่อการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางต่างๆ จะกลับมาขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้ราคาพันธบัตรลดลง และไม่สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงได้ตามปกติ ทั้งพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ภาคเอกชนต่างเผชิญแรงขาย ส่งผลให้พอร์ตการลงทุนแบบดั้งเดิม 60/40 ปรับตัวลดลงในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงปี 2022 ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดของนักลงทุนในรอบหลายทศวรรษ สภาพแวดล้อมในปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกับช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งในแง่ของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงตัวของอุปทานพลังงาน และท่าทีที่เข้มงวดของนโยบายการเงิน แม้ว่าระดับอัตราผลตอบแทนในปัจจุบันจะอยู่สูงกว่าจุดต่ำสุดในอดีตก็ตาม

ในเชิงโครงสร้าง ตลาดกำลังถูกกำหนดโดยสามปัจจัยหลัก ได้แก่ สงครามอิหร่าน ความเปราะบางในตลาด private debt และการเปลี่ยนผ่านจาก AI ซึ่งรวมถึงความไม่แน่นอนของวัฏจักรการลงทุนด้าน AI ในระยะหลัง ปัจจัยด้าน AI ถูกลดบทบาทลงชั่วคราว เนื่องจากนักลงทุนให้ความสำคัญกับความเสี่ยงจากแรงกระแทกภายนอกที่อาจลุกลามเข้าสู่เศรษฐกิจจริง หากความขัดแย้งยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงาน อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวพร้อมกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น (Stagflation) ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่มีความท้าทายต่อการจัดสรรสินทรัพย์อย่างยิ่ง

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามอิหร่าน ราคาน้ำมันได้กลายเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของตลาด สะท้อนทั้งพัฒนาการของสถานการณ์ภาคสนามและการเปลี่ยนแปลงของ sentiment นักลงทุน โดยในมุมมองพื้นฐาน (base case) คาดว่าการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง แต่มีลักษณะชั่วคราว มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤติระยะยาว อย่างไรก็ตาม ด้วยความไม่แน่นอนที่ยังคงสูง ราคาน้ำมันอาจทรงตัวในระดับสูงและผันผวนเป็นระยะเวลานานกว่าที่คาด และยังมีความเสี่ยงขนาดเล็กของการเข้าสู่ภาวะวิกฤติน้ำมันอย่างแท้จริง

ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความไม่แน่นอนสูงและขาดแบบจำลองที่ชัดเจนสำหรับการประเมินผลกระทบในระยะยาว กลยุทธ์การลงทุนที่สำคัญยังคงเป็นการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและการจัดพอร์ตอย่างมีวินัย เพื่อให้สามารถรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าตลาดยุโรปและตลาดเกิดใหม่จะได้รับผลกระทบในระยะสั้นจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น แต่แนวโน้มในระยะยาวบ่งชี้ว่าโลกอาจไม่ได้กลับไปสู่ช่วงเวลาที่สินทรัพย์สหรัฐฯ มีความโดดเด่นเหนือภูมิภาคอื่นเช่นในอดีต การจัดสรรสินทรัพย์จึงควรให้ความสำคัญกับการกระจายเชิงภูมิศาสตร์ ขณะเดียวกันทองคำยังคงมีบทบาทสำคัญในพอร์ตการลงทุน จากปัจจัยสนับสนุนระยะยาว เช่น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และระดับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งยังคงเป็นแรงหนุนต่อความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยงและขอคำแนะนำจากผู้แนะนำการลงทุนของท่านเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน ข้อมูลนี้จัดทำโดยอาศัยที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะซึ่งปรากฎขณะจัดทำ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปแต่ละขณะ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน