วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

จัดพอร์ตลงทุนในปีม้า

จัดพอร์ตลงทุนในปีม้า

ปี 2568 ที่ผ่านไป แม้จะเป็นปีที่มีความผันผวนมากตั้งแต่ต้นปี ด้วยความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ จากนโยบายที่ประธานาธิบดีทรัมป์ริเริ่มและนำมาใช้ ด้วยวิธีการตั้งให้สุดโต่งไปก่อนจะทำการต่อรอง ทำเอาปั่นป่วนไปทั่วโลก อย่างไรก็ดีเมื่อจบปี ก็ถือว่าเป็นปีที่ดีปีหนึ่งของการลงทุนในสินทรัพย์ส่วนใหญ่ทั่วโลก

ในบรรดาสินทรัพย์หลักๆที่ติดตามดูความเคลื่อนไหวและนำบางประเภทมาใช้จัดพอร์ตการลงทุน สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดคือ “ทองคำ” ซึ่งหลายๆท่านคงทายถูก โดยปีที่แล้วให้ผลตอบแทนถึง 64.85% 

ที่ตามมาคือสินทรัพย์ด้านตราสารทุน โดยส่วนใหญ่ตลาดหุ้นจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกสองหลัก นำโดยหุ้นของตลาดเกิดใหม่ วัดโดยดัชนี MSCI Emerging Markets ให้ผลตอบแทนสูงถึง 34.36% ในปีที่แล้ว ตามมาด้วยหุ้นญี่ปุ่น โดยดัชนีนิเคอิ (Nikkei) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 26.18% ตามมาด้วยหุ้นโลก วัดโดยดัชนี MSCI World ปรับตัวเพิ่มขึ้น 21.6% ส่วนสหรัฐ วัดโดยดัชนี S&P500 ให้ผลตอบแทน 16.39% ส่วนหุ้นไทยให้ผลขาดทุน 10.04%

ในปีที่แล้ว ผลตอบแทนของอสังหาริมทรัพย์โลก วัดโดยดัชนี Global REITs ให้ผลตอบแทน 8.88% ซึ่งถือว่าไม่น้อย และพันธบัตรไทยให้ผลตอบแทน 7.5%ส่วนโภคภัณฑ์ไม่ได้ขยับมากนัก ให้ผลตอบแทนเพียง 0.69% 

บิตคอยน์ให้ผลขาดทุน 7.75% และที่ให้ผลขาดทุนมากที่สุดในปีที่แล้วคือ น้ำมัน โดยราคาดัชนีเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลงไป 19.94%

สำหรับความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ซึ่งเราวัดค่าความผันผวนจากค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ในปี 2568 ที่ผ่านมา สินทรัพย์ที่มีค่าความผันผวนสูงที่สุดคือ บิตคอยน์ มีค่าความผันผวน 34.45% รองลงมาคือน้ำมัน โดยดัชนี WTI มีค่าความผันผวน 25.88% หุ้นญี่ปุ่นวัดโดยดัชนี Nikkei มีค่าความผันผวน 19.42% ทองคำมีค่าความผันผวน 15.98% ดัชนี S&P500 มีค่าความผันผวน 15.44% ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีค่าความผันผวน 14.39% ดัชนีหุ้นตลาดเกิดใหม่ วัดโดย MSCI EM มีค่าความผันผวน 13.06% ดัชนีหุ้นโลก มีค่าความผันผวน 12.42% ดัชนีโภคภัณฑ์มีค่าความผันผวน 11.87% ดัชนีอสังหาริมทรัพย์โลกมีค่าความผันผวน 11.21% และดัชนีพันธบัตรไทยมีค่าความผันผวน 2.31%

สำหรับปี 2569 นี้ เริ่มต้นปีมาก็มีความผันผวนเกิดขึ้นทั้งภูมิรัฐศาสตร์และการลงทุน สำหรับปีนักษัตร ปีนี้เป็นปีมะเมีย เป็นปีม้าที่เป็นม้าไฟ หมายถึงพลัง ความเร็ว และเป็นปีแห่งโอกาสและความเปลี่ยนแปลง เป็นช่วงเวลาสำหรับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม และการรับความเสี่ยง แต่ต้องระมัดระวังความร้อนแรงจากธาตุไฟด้วย เพราะอาจไหม้ได้หากไม่ได้มีการจัดการด้วยความอดทน

นักพยากรณ์จีนได้แนะนำว่าปีนี้ ทัศนคติแบบ “ทำได้” หรือ “Can do” สามารถนำมาใช้ในการริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ ได้เพราะมีพลังส่งแรงกว่าปีที่แล้ว

หันมาดูเรื่องการลงทุน ปีนี้ก็จะยังเป็นปีที่มีความผันผวนอยู่มาก ทั้งจากการที่เศรษฐกิจของประเทศต่างๆในโลกฟื้นตัวไม่เท่ากัน การพัฒนาทางเทคโนโลยีที่เป็นไปอย่างรวดเร็วแทบจะทุกนาที การปรับตัวของธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ เพื่อความอยู่รอด หรือเพื่อการเติบโตต่อไปในอนาคต ความไม่แน่นอนของเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก สภาพคล่องที่ยังคงอยู่ค่อนข้างสูง และที่มองข้ามไม่ได้คือ ความผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายของรัฐบาลต่างๆ โดยในปีนี้มีและจะมีการเลือกตั้งในประเทศต่างๆทั่วโลกที่ประกาศออกมาแล้ว 50 ประเทศ และที่ยังไม่ประกาศวันเลือกอีก 16 ประเทศ

แนวทางในการลงทุนในปีนี้ จึงยังออกในแนวลงทุนอย่างระมัดระวังอยู่นะคะ โอกาสจะมีมาเป็นระยะๆ แต่จะผันผวนด้วย เพราะผู้ลงทุนส่วนใหญ่ได้กำไร จึงพร้อมขายทำกำไร หากเห็นว่าจะมีการปรับตัวลงรุนแรง และหากพื้นฐานดี ก็พร้อมที่จะเข้าไปลงทุนใหม่ เพราะฉะนั้นต้องเน้นลงทุนที่มีพื้นฐานดี เพื่อให้ทนต่อความผันผวนได้ในระดับหนึ่ง และต้องพิจารณาดูด้วยว่ามีปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงหรือไม่

พอร์ตการลงทุนยังคงเป็นแบบผสม (Balanced Portfolio) หุ้นทุนยังน่าจะเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ดิฉันยังเน้นหุ้นต่างประเทศอยู่นะคะ โดยเฉพาะหุ้นในตลาดเกิดใหม่ซึ่งปรับตัวขึ้นมาในปีที่แล้ว แต่ยังมีโอกาสไปต่อได้อยู่ในครึ่งแรกของปีนี้ โดยอาจจะเน้นที่ราคายังไม่แพง หากเป็นหุ้นเทคโนโลยี อยากให้เน้นเทคโนโลยีเอเชีย หุ้นไทยที่จัดเข้าพอร์ตควรมีพื้นฐานดี เงินปันผลตอบแทนของหลายบริษัทก็อยู่ในเกณฑ์ดีน่าสนใจ

สำหรับตราสารหนี้ระยะยาว ตอนนี้ผลตอบแทนลดลงมาพอสมควร ความน่าสนใจจึงลดลงกว่าปีที่แล้ว ทองคำก็ยังคงถือลงทุนต่อไปได้ แต่หากวิ่งขึ้นไปแรงๆก็น่าจะขายทำกำไรบ้าง ในช่วงสั้น ราคาน่าจะอยู่ในกรอบ 4,573-5,364 เหรียญต่อออนซ์ และระยะยาว ราคาน่าจะอยู่ในกรอบ 3,667-5,058 เหรียญต่อออนซ์