ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นอีกครั้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เขย่าตลาดการเงินโลก และส่งแรงสะเทือนโดยตรงต่อราคาทองคำ ที่ถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” ในยามที่ความไม่แน่นอนทวีความรุนแรงขึ้น
ถ้อยแถลงและท่าทีแข็งกร้าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ที่เรียกร้องให้อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจานิวเคลียร์ พร้อมขู่ใช้กำลังทางทหาร หากการเจรจาไม่เกิดผล ได้จุดชนวนความกังวลในตลาดทันที โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐเริ่มสั่งสมกำลังทางทหารในตะวันออกกลาง นำโดยกองเรือบรรทุกเครื่องบิน ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่ไม่อาจมองข้าม
ในอีกด้านหนึ่ง อิหร่านตอบโต้ด้วยท่าทีแข็งกร้าวไม่แพ้กัน ทั้งการประกาศความพร้อมในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานโลก รวมถึงการขู่โจมตีตอบโต้สหรัฐ อิสราเอล และประเทศที่สนับสนุนการต่อต้านอิหร่าน ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำความเสี่ยงที่สถานการณ์อาจลุกลามจากสงครามวาทกรรมไปสู่ความขัดแย้งทางทหารจริง
ผลที่ตามมาคือ "ราคาทองคำ"ในตลาดโลกพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง เข้าใกล้ระดับ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนการไหลเข้าของเงินทุนจากนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงจากสินทรัพย์อื่น ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือสกุลเงิน ขณะที่กองทุนทองคำรายใหญ่อย่าง SPDR ก็กลับมาเพิ่มการถือครองทองคำอย่างมีนัยสำคัญ
แม้ในฝั่งนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามคาด และส่งสัญญาณระมัดระวังต่อการปรับนโยบายในอนาคต แต่ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์กลับมีน้ำหนักมากพอที่จะกลบปัจจัยลบจากการฟื้นตัวของค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐได้ในระยะสั้น
สำหรับนักลงทุน ภาพดังกล่าวสะท้อนบทบาทของทองคำในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่ยังคงมีความสำคัญสูง โดยเฉพาะในช่วงที่โลกเผชิญกับความเสี่ยงซ้อนทับ ทั้งจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ปัญหาความมั่นคงด้านพลังงาน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำที่ปรับขึ้นมาแรงและรวดเร็ว ย่อมมาพร้อมกับความผันผวน หากสถานการณ์การเมืองคลี่คลายหรือเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง นักลงทุนจึงควรติดตามพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
ท้ายที่สุด ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านในครั้งนี้ เป็นเครื่องย้ำเตือนว่า ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาทองคำ และอาจกลายเป็นแรงหนุนหลักของตลาดทองคำโลก ตราบใดที่ความไม่แน่นอนยังไม่จางหายไปจากเวทีการเมืองระหว่างประเทศ





