วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

เหมาจ่ายประกันเฉพาะรพ.รัฐ iClaim ไม่ต้องสำรองจ่าย

เหมาจ่ายประกันเฉพาะรพ.รัฐ iClaim ไม่ต้องสำรองจ่าย

ท่ามกลางพายุวิกฤติ “เงินเฟ้อทางการแพทย์” (Medical Inflation) ที่ค่ารักษาพยาบาลในปี 2568 มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 14-15% ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ถือกรมธรรม์ บริษัทประกันรายใหญ่เริ่มปรับลดความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายในโรงพยาบาลเอกชน และหันมาใช้มาตรการ “ร่วมจ่าย” (Copayment) เพื่อคุมต้นทุนที่พุ่งขึ้น

    สถานการณ์นี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปิดโอกาสให้ “ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายเฉพาะโรงพยาบาลรัฐ” ก้าวขึ้นมาเป็นทางเลือกใหม่ด้วยจุดแข็งด้านเบี้ยประกันที่ย่อมเยากว่า และคุณภาพการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางที่มีมาตรฐาน
    ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) จากก้อนเค้กธุรกิจประกันสุขภาพที่มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.5 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งเดิมทีกว่า 98% กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน โดย สธ. ตั้งเป้าดึงเม็ดเงินหมุนเวียนอย่างน้อย 10% หรือราว 15,000 ล้านบาท เข้าสู่ระบบโรงพยาบาลรัฐ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการสร้าง “New Revenue Stream” ที่จะเข้ามาพลิกโฉมสถานะทางการเงินของโรงพยาบาลรัฐอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านการยกระดับบริการเพื่อดึงดูดกลุ่ม “คนชั้นกลาง” ให้สามารถเข้าถึงบริการระดับพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้

    กุญแจสำคัญในการปลดล็อกอุปสรรคเดิมๆ คือการนำเทคโนโลยี “iClaim” มาเชื่อมต่อฐานข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลมประกันแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ป่วย “ไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า” อีกต่อไป และมีการนำร่องใช้แล้วบางแห่ง ซึ่งช่วยลบภาพจำความยุ่งยากในอดีตและอำนวยความสะดวกเทียบเท่าเอกชน นอกจากนี้ยังมีการเร่งผลักดัน เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย ให้โรงพยาบาลสามารถจ่ายค่าตอบแทนบุคลากรได้ และดึงศักยภาพแพทย์เฉพาะทางมาใช้ในช่วงนอกเวลาราชการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

    โมเดลทางออกที่น่าจับตามองคือการออกแบบ “กรมธรรม์เฉพาะโรงพยาบาลรัฐ” ที่ไม่มีเงื่อนไข Co-payment ซึ่งจะเป็นทางเลือกใหม่ให้ผู้ซื้อประกันชีวิตได้รับความคุ้มครองในราคาที่สมเหตุสมผลและเหมาะสมกับกำลังจ่าย โดยได้รับการดูแลจากเครือข่ายโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปที่มีความพร้อมทั่วประเทศ อีกทั้งยังช่วยควบคุมตัวเลขการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของรัฐไม่ให้สูงเกินสิทธิพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณของประเทศในระยะยาว
    ความสำเร็จของนโยบายนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและสมาคมประกันชีวิตไทย ในการเร่งผลักดันนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพรูปแบบใหม่ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว หากทำได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่จะนำรายได้ส่วนเกินมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางสุขภาพที่ยั่งยืน ให้ประชาชนทุกระดับสามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพ ภายใต้กลไกราคาที่เป็นธรรมประกันสุขภาพเหมาจ่าย รพ.รัฐ อาจจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยชะลอการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อทางการแพทย์ และสร้างระบบที่ “ทุกคนเข้าถึงได้” อย่างแท้จริง ท่ามกลางสังคมสูงวัยที่กำลังต้องการที่พึ่งทางสุขภาพที่มั่นคงและสมเหตุสมผล