สงครามภูมิรัฐศาสตร์ สะเทือนถึง 'ไทย'

เศรษฐกิจไทยปี 2569 กำลังเดินเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่เปราะบางอย่างยิ่ง ตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจเพียง 1.6-1.7% จากสถาบันระดับโลกที่ประเมินไว้ สะท้อนความจริงที่ไม่อาจมองข้ามว่า “แรงขับเคลื่อนเดิม” ของไทยอ่อนแรงลงแล้ว
ทั้งกำลังซื้อภายในประเทศที่ถูกกดดันจาก “หนี้ครัวเรือนสูง” ตลาดแรงงานที่ฟื้นตัวจำกัด และการส่งออกซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวหลังเร่งตัวแรงเมื่อปีก่อนหน้า เศรษฐกิจไทยจึงไม่ได้เผชิญเพียงวัฏจักรขาลงธรรมดา แต่กำลังเผชิญความเสี่ยงเชิงโครงสร้างพร้อมกันหลายด้าน
ในมิติภายนอก ภาพเศรษฐกิจโลกปี 2569 เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐ จีน และยุโรป ตลอดจนการหวนกลับมาของกระแสกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะนโยบายภาษีสหรัฐที่คาดว่าจะส่งผลเต็มปี สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงกระทบต่อมูลค่าส่งออก แต่ยังซ้ำเติมต้นทุนการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถแข่งขันของผู้ประกอบการไทยโดยตรง การที่ส่งออกอาจขยายตัวต่ำหรือถึงขั้นหดตัว จึงเป็นสัญญาณเตือนว่าการพึ่งพาตลาดเดิมเพียงไม่กี่แห่งอาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป
ขณะเดียวกัน ปัญหาใหญ่ที่กำลังสั่นคลอนโลกอย่าง ‘สงครามภูมิรัฐศาสตร์’ ที่ทวีความร้อนแรงขึ้น กลายเป็นความเสี่ยงใหม่ที่ยากจะประเมินผลล่วงหน้า กรณีสหรัฐดำเนินการเชิงอำนาจต่อเวเนซุเอลา ประเทศที่อุดมด้วยทรัพยากรพลังงานและแร่ธาตุ มีการโจมตีทางทหาร จับกุมประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร และภรรยา ด้วยข้ออ้างที่ว่าเพื่อสกัดกั้นการไหลเวียนของยาเสพติดผิดกฎหมายเข้าสหรัฐ ซึ่งแน่นอนว่า ‘จีน’ ออกมาประณามทันทีว่าการกระทำของสหรัฐเป็นการละเมิดอธิปไตยและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างรุนแรง
ปฏิบัติการครั้งนี้ ไม่เพียงถูกตั้งคำถามถึงบทบาทและท่าทีผู้นำสหรัฐ แต่ยังสะเทือนเสถียรภาพของระบบพลังงานโลก หากในความขัดแย้งนี้อาจมีเบื้องหลัง เบื้องลึก ที่กำลังสั่นคลอนความมั่นคงในแบบที่เราคาดไม่ถึง แต่เราต้องหาทางรับมือ ...เหนือสิ่งอื่นใด เราเห็นแล้วว่า ความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจสามารถปะทุและขยายวงได้ทุกเมื่อ ประเทศขนาดกลางอย่างไทยซึ่งพึ่งพาการค้าและพลังงานจากภายนอกย่อมได้รับผล กระทบทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแรงอยู่ก่อนแล้ว ยิ่งทำให้ความเสี่ยงทวีคูณ
บทเรียนสำคัญ คือ ประเทศไทยต้องมี “ยุทธศาสตร์เชิงรุก” ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง รัฐจำเป็นต้องเร่งกระจายความเสี่ยงทางการค้า ลดการพึ่งพาตลาดเดิม เปิดประตูสู่ตลาดศักยภาพใหม่ ปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงปีแห่งความท้าทาย แต่เป็นปีแห่งการตัดสินใจ หากผู้บริหารประเทศยังลังเล หรือขาดทิศทางที่ชัดเจน ความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยอาจกลายเป็นวิกฤติซ้ำซ้อนในโลกที่ปั่นป่วนขึ้นทุกวัน ถึงเวลาที่ไทยต้องกำหนดยุทธศาสตร์ของตัวเองอย่างหนักแน่น เพื่อยืนหยัดท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างยากที่จะมองข้ามได้อีกต่อไป







