ผมมีโอกาสร่วมงานกับ “คุณอิท” มัณฑนากรที่ออกแบบให้กับบริษัท แบรนด์ คอนเน็คชั่นส์ จำกัด ทำงานที่งบประมาณน้อยมาก ทุ่มเงินกับพื้นที่เดียว คือบริเวณรีเซปชันกับห้องประชุม จนสื่อให้ความเห็นว่าออฟฟิศนี้เหมือนอยู่ลอนดอน
คุณอิทจบสถาปัตย์ เป็นมัณฑนากรได้เพราะยินดีสมัครเป็นบรรณารักษ์ที่องค์กรอินทีเรียระดับประเทศ ได้ตำแหน่งผู้ช่วยมัณฑนากร ทำงานหนัก
ออกแบบรูฟท็อปบาร์ชื่อ Sirocco แล้วย้ายไปทำงานต่างประเทศ เป็นโจรสลัด เพราะอยากมีวิธีพูดตัวเอง
ตั้งบริษัท That’s ith interior ปรัชญาคือ creativity is expression of self ให้ลูกค้าเล่าความต้องการ วิเคราะห์ลูกค้าเหมือนผลส้ม ปอกเปลือกส้มออกหมด เห็นหัวใจส้ม เข้าใจ “แก่น” ว่าเป็นอย่างไร
คุณอิทเหมือนหนึ่งนักจิตวิทยาที่สนทนากับลูกค้า จนได้ข้อเท็จจริงที่ถอดเป็นลายเซ็น ส่งมอบงานชนิด unapologetic personal คนปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นรากแก้วของเจ้าของ
คุณตั้มเจ้าของร้านอาหารในนิวยอร์กที่มีตึกอายุร้อยปีที่ Greenwich Village ต้องการสื่อตัวเอง อยากเล่าผ่านอาหารของครอบครัวที่มีรสจัดจ้าน เผ็ด หวาน เปรี้ยว เค็ม ต้องการสรุปอาหารไทยเป็นวลีสั้น ๆ
คิดแล้วได้คำว่า “อร่อยเหาะ” สัมผัสแล้วสุขจนลอยไปในอากาศ ตั้งชื่อร้านได้ล้ำลึกว่า Moon and Back เป็นย่านประวัติศาสตร์ เต็มไปด้วยอิสระ Greenwich Village ทำให้ศิลปินมาแจ้งเกิดที่นี่
Bob Dylan อายุ 19 มาฝังตัวที่ชั้นสามของตึกหนึ่ง สิบเดือนเป็นนักร้องระดับประเทศ Stephen Stills อายุ 18 ทำงานเพลงที่ร้านกาแฟ เขาคือตัว S ในวง Crosby, Still & Nash
ข้อห้ามของพื้นที่ 0.75 ตารางกิโลเมตร ถูกอนุรักษ์ อาคารด้านนอกเปลี่ยนก้อนอิฐไม่ได้แม้แต่ก้อนเดียว
ติดต่อเพื่อนที่เป็นนักออกแบบอยู่ห่าง 13,948 กิโลเมตร เป็นบรีฟเปิด คุณอิทเปลี่ยนโจทย์ขอสร้างความรู้สึก “อยากกลับบ้าน” ผ่านการออกแบบ
แนวคิดคือถ่ายทอดชีวิตที่คุณตั้มถูกส่งไปเรียนเมืองนอก น้อยใจเหมือนถูกผู้ใหญ่ทิ้ง ไม่ทำตามกฎ ตามใจตัวเอง
คนไทยสมัยก่อนอยู่กันเป็นครอบครัว ทานอาหารร่วมกัน เต็มไปด้วยเรื่องเล่าในเวลาหนึ่งชั่วโมงกว่า ชาติไทยยิ่งใหญ่ด้วยอาหาร ไม่มีใครเหมือน อ่อนหวาน อบอุ่น มีสีสัน เต็มไปด้วยบุคลิก
บ้านของเจ้าของร้านเป็นสไตล์โคโลเนียล การตกแต่งผสมผสาน นักออกแบบนำเอาความน้อยใจ บวกกับสไตล์บ้านยุคเก่าเติมด้วยความทันสมัยของกราฟฟิตี
หน้าร้านเหลืองสดอร่ามตามชื่อพระจันทร์ ทางเดินเป็นอุโมงค์ เข้าเป็นสีชมพู ทางออกสีเหลือง ทำเก้าอี้ประชดคุณตา สีเก้าอี้เป็นสีเทอร์ควอยส์, shocking pink, น้ำเงิน, เหลือง ทำด้วยไม้โอ๊ก
พนักที่นั่งทำด้วยเสื่อ กำมะหยี่ ผ้าไหมไทย ปักโลโก้ “อร่อยเหาะ” “หนุมาน” “เสือโคร่ง” พนักเก้าอี้หน้าหลังไม่เหมือนกัน เพดานสีเทอร์ควอยส์ทำด้วยอะลูมิเนียมสานเหมือนตะกร้าจ่ายตลาดคุณแม่
ใช้เวลา 3 สัปดาห์ สานอะลูมิเนียมกับฝ้าให้แขกรู้ว่าร้านนี้มีเพดานเป็นท้องฟ้าสยาม ฝาผนังเป็นจิตรกรรมนิยายไทย มีภาพเทวดา กระต่าย ดวงจันทร์ นางฟ้า ปลากัด ทุกอย่างผสมในภาพเดียว ภาพนี้เหมือนภาพวาด “วิมานไทยโบราณ” เป็นภาพที่ลอยจากกระจก
แสงไฟจากโคมระย้าห้าแบบติดตั้งสลับซับซ้อน แชนเดอเลียร์ที่บาร์ติดตั้งเอียง 50 องศา สอดคล้องกับหลังคาของไทยที่เอียงแบบนี้
ทางร้านเอาแชนเดอเลียร์ห้อยตรง วิดีโอคอลห้าทุ่มครึ่งให้นักออกแบบจับองศาให้มีความเป็นไทย คุยกัน 40 นาที แชนเดอเลียร์อัศจรรย์เลยลอยให้ลูกค้าชมว่าเป็นไปไม่ได้
เคาน์เตอร์บาร์เป็นลายแกะสลักติดทองคำเปลวของเมฆฝั่งธน การตกแต่งไปถึงห้องน้ำ เป็นภาพแมววิเชียรมาศเล่นกับกระต่าย
งานสยามไร้ความกลัวชิ้นนี้ นำวิถีไทยเดิมผสมกับความทันสมัยแบบนิวยอร์กที่ลงตัวได้รางวัล Americans property awards ชีวิตคุณอิทมีเลือดความเป็นไทยตั้งแต่เด็ก รู้จักแมววิเชียรมาศเพราะน้าเลี้ยง
จบสถาปัตย์รู้ว่าหลังคาบ้านทรงไทยเอียง 45-60 องศา ทำให้รับความร้อนจากแดดเหลือแค่ครึ่งเดียว น้ำฝนจะระบายเร็ว ชอบเขียนลายไทย เพนติงที่ไม่มีในโลก
ก่อนเริ่มงานไปจับชีพจรชีวิต Greenwich Village หารหัสพันธุกรรมของตัวร้าน ทำให้ประเทศมีร้านอาหารไทยที่เป็นดาวเหนือที่นิวยอร์ก
ร้านสะท้อนความขี้เล่นของคนไทย มีน้ำใจ อบอุ่น ผ่านสำรับข้าวและการตกแต่งมูลค่า 20 ล้านบาท เป็นความเก่งที่เล่าเรื่องมูลค่า 190,476 บาทต่อตารางเมตร
การผลิตเครื่องเรือนจากกรุงเทพฯ ใช้เวลา 2 เดือนเดินทางไปถึงท่าเรือนิวอาร์ก ลูกค้าถามว่าใครเป็นคนออกแบบ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ที่มีคนอ่าน 13 ล้านคนมารีวิว
บรูค ชิลส์ ดาราของ Hollywood เป็นลูกค้าประจำ อาหารเด่นที่เป็นสำเนียงของร้านนี้คือกะเพราเนื้อวากิว ยำส้มโอเป็ดกรอบ แกงเผ็ดหอยเอสคาร์โกต์ ทั้งหมดเป็นแบบไทยเดิมที่หาทานลำบาก จนยูเอ็นกับสถานทูตไทยเมื่อมีงานเลี้ยงร้านเป็นผู้จัดสำรับอาหาร
ประเทศไทยควรชวนต่างชาติมาเที่ยวแผ่นดินน้ำใจงาม ด้วยวิธีนี้ ต้นทุนถูกสุด ชาติไหนก็ทำไม่ได้ ใช้ร้านอาหาร 18,900 แห่งเป็น touch point
รัฐบาลทำตัวเป็นผู้จัดส่งวัตถุดิบชั้นเลิศไปที่ร้านที่คนไทยเป็นเจ้าของ ให้อาหารกับสถานที่เป็นแม่เหล็ก
สถานที่คือจานหลัก อาหารคือตัวบ่งบอกความเป็นไทย ผู้ให้บริการนับแสนคือคนเล่าวิถีชีวิตไทย ทำ montage สัญลักษณ์ไทยให้ผู้กำกับระดับประเทศผลิตภาพยนตร์หนึ่งเรื่องกระจายเสียงผ่าน 18,900 ยูนิต
เมื่อคนชวนคน พลังการท่องเที่ยวมหาศาล ทำให้ประเทศสามารถติดอันดับท็อปไฟฟ์ของการท่องเที่ยวโลก เรื่องนี้รัฐบาลควรทำ แต่ทำไม่ได้ ...โลกไร้เสน่ห์ความเป็นไทย





