คอขวดใหม่ของการเติบโตเศรษฐกิจไทยวันนี้อาจไม่ใช่มีทรัพยากรน้อย แต่คือความสามารถในการจัดสรรและโยกย้ายทรัพยากรไปสู่จุดที่สร้างผลิตภาพได้สูงกว่า
ในจังหวะที่ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 เรากำลังหาโอกาสดึงเงินทุน เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และทักษะใหม่เข้ามา แต่โจทย์สำคัญอาจไม่ใช่แค่ “จะหาทรัพยากรเพิ่มได้เท่าไร” แต่คือ “จะเปลี่ยนทรัพยากรที่มีให้เป็นผลิตภาพและการเติบโตได้มากเพียงใด”
เพราะในโลกที่เทคโนโลยีและโอกาสเปลี่ยนเร็ว ศักยภาพการเติบโตไม่ได้ขึ้นกับแค่ว่าประเทศมีทุน คน หรือเทคโนโลยีมากแค่ไหน แต่ขึ้นกับ ความสามารถในการทำให้ทรัพยากร “ไปถูกที่ - ย้ายได้ - ทำได้” จริง
ไปถูกที่: ทุนกำลังไหลไปสร้างผลิตภาพหรือไม่
งานศึกษาของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (PIER) ใช้ข้อมูลงบการเงินระดับกิจการและสินเชื่อรายสัญญา พบว่าปัญหาการจัดสรรทุนผิดที่สะสมมากขึ้นในเศรษฐกิจไทย ทุนไม่ได้เคลื่อนไปสู่กิจการที่ใช้ทรัพยากรได้มีประสิทธิภาพกว่าเท่าที่ควร คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า ไทยมีทุนเพียงพอหรือไม่ แต่คือ ทุนกำลังไหลไปหากิจกรรมที่เพิ่มผลิตภาพหรือไม่
เรื่องนี้ยิ่งสำคัญเมื่อไทยกำลังรับคลื่นการลงทุนและเทคโนโลยีระลอกใหม่ เม็ดเงินที่ไหลเข้ามาเป็นข่าวดี แต่หากไม่เชื่อมถึงผู้ประกอบการไทย ยกระดับทักษะแรงงาน และสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ ผลต่อศักยภาพเศรษฐกิจก็อาจน้อยกว่าตัวเลขการลงทุนอย่างที่ผ่านมา
ย้ายได้: จุดที่ใช่วันนี้ อาจไม่ใช่จุดที่ใช่วันหน้า
แค่ย้ายไปถูกที่ในวันนี้อาจยังไม่พอ ความสามารถในการจัดสรรทรัพยากรของประเทศ ยังรวมถึงความสามารถในการโยกย้ายเมื่อโอกาสเปลี่ยนไปได้ด้วย
AI กำลังเปลี่ยนงานและรูปแบบธุรกิจ ภูมิรัฐศาสตร์กำลังจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่ กติกาสีเขียวกำลังเปลี่ยนการแข่งขัน ขณะที่สังคมสูงวัยกำลังเปลี่ยนทั้งตลาดแรงงานและความต้องการของผู้บริโภค จุดที่สร้างผลิตภาพสูงในวันนี้ จึงอาจไม่ใช้จุดเดิมในวันหน้าแล้ว
นโยบายไทยมักมุ่ง “เติม” ในสิ่งที่ขาด ทั้งสินเชื่อ ทักษะ และแรงจูงใจลงทุน แต่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจต้อง “ย้าย” ด้วยทุนย้ายไปสู่กิจกรรมที่มีศักยภาพสูงขึ้นได้ แรงงานย้ายสู่งานใหม่ได้ เทคโนโลยีกระจายถึง SMEs ได้ งบประมาณเคลื่อนจากมาตรการที่ให้ผลต่ำไปสู่สิ่งที่สร้างผลมากกว่าได้
ทำได้: ทรัพยากรไปถึง แต่อาจไม่ได้เปลี่ยนเป็นผลิตภาพ
ต่อให้ทุน คน และเทคโนโลยีไปถึงโอกาสใหม่ ก็ยังมีคอขวด เพราะ“ไปถึง” ไม่ใช่ “ทำได้” งานศึกษาอีกชิ้นของ PIER พบว่า สินเชื่อมีบทบาทช่วย SMEs ในช่วงเริ่มต้นและยกผลิตภาพ แต่ยังมีหลักฐานชัดว่าสินเชื่ออย่างเดียวช่วยให้กิจการเข้าสู่ช่วงขยายตัวได้
ข้อค้นพบนี้ชวนให้คิดไกลกว่าสินเชื่อ ทุนอาจช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดและเก่งขึ้น แต่ธุรกิจจะเติบโตต้องการมากกว่าเงิน ทั้งเทคโนโลยี ทักษะคน ตลาด ความสามารถบริหาร และกติกาที่เอื้อ
เช่นเดียวกับ AI ที่การซื้อเทคโนโลยีไม่ได้ทำให้ผลิตภาพสูงขึ้นหากคนในประเทศใช้ไม่เป็น ข้อมูลไม่พร้อม และวิธีทำงานไม่เปลี่ยน ขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศจะสร้างคุณค่าให้ไทย ก็ต่อเมื่อเชื่อมถึงผู้ผลิต แรงงาน การวิจัย และการถ่ายทอดเทคโนโลยีในประเทศ
ความสามารถในการจัดสรรทรัพยากรจึงไม่จบที่การทำให้ธุรกิจ “เข้าถึง” แต่ต้องทำให้ทุน คน และเทคโนโลยีประกอบกันจนเกิดความสามารถใหม่ด้วย
แผน 14 จาก “ทำโครงการ” เป็น “สร้างความสามารถในการจัดสรร”
ความสามารถในการจัดสรรทรัพยากรกำลังกลายเป็นคอขวดใหม่ของการเติบโต โจทย์ของร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ 14 ที่จะใช้ปี 2571-2575 ไม่ควรประเมินความสำเร็จแค่มีแผนกี่โครงการ ใช้งบเท่าไร หรือออกนโยบายครบหรือไม่เช่นเดิม แต่วัดจากความสามารถในการโยกทุน แรงงาน เทคโนโลยี และงบประมาณไปสู่พื้นที่ที่ให้ผลิตภาพสูงกว่า
การขับเคลื่อนแผนฯ ให้ไปถึงผลลัพธ์ อาจช่วยกันมองผ่านหลักง่ายๆ สี่ข้อ 1.เลือกให้ตรง เริ่มจากผลลัพธ์และคอขวดสำคัญของประเทศ 2.ต่อให้ติด ระหว่างเครื่องมือ เชื่อมมาตรการระหว่างหน่วยงานให้รับส่งไปถึงภาคธุรกิจและประชาชน
3.มีคนรับลูก โจทย์ข้ามหลายหน่วยงานมีเจ้าภาพที่มองผลลัพธ์ปลายทางร่วมกัน 4.ปรับให้ทัน ขยายสิ่งที่ได้ผล แก้สิ่งที่ติดขัด พร้อมโยกทรัพยากรจากสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ไปสู่สิ่งที่ได้ผลกว่า
เหมือนทีมฟุตบอลที่มีผู้เล่นเก่งทุกตำแหน่ง แต่ก็อาจแพ้ได้หากรับส่งบอลไม่ถึงกัน เศรษฐกิจก็เช่นกัน การมีทุน คน เทคโนโลยี และมาตรการที่ดียังไม่พอ หากไม่สามารถโยกทรัพยากรไปสู่จุดที่สร้างผลิตภาพได้มากกว่า
การจัดสรรทุนและการจัดสรรนโยบายจึงเป็นสองด้านของโจทย์เดียวกัน
เวทีโลกอาจช่วยให้ไทยเห็นว่าควรดึงทรัพยากรอะไรเข้ามา แต่สิ่งที่ไม่มีใครทำแทนได้ คือ สร้างความสามารถในการจัดสรรสิ่งที่มีให้เกิดผลิตภาพสูงขึ้น ไทยอาจไม่ได้แพ้เพราะขาดทรัพยากร แต่แพ้เพราะโยกทรัพยากรไม่ทันโอกาส
เพราะว่าประเทศที่โตเร็วในโลกใหม่อาจไม่ใช่ประเทศที่มีทรัพยากรมากกว่า แต่คือประเทศที่ย้ายทรัพยากรได้เร็วกว่าและเปลี่ยนเป็นผลิตภาพได้จริง
เอกสารอ้างอิง:
1.สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (PIER), “Misallocation: โจทย์ใหญ่ของภาคการเงินในการเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจไทย,” 21 ส.ค. 2569
2.สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (PIER), “เกิด เก่ง ก้าว แกร่ง: บทบาทของสินเชื่อในวงจรชีวิตของ SMEs,” 5 ต.ค. 2569





