เมื่อ 35 ปี ที่แล้ว ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-WBG Annual Meetings) ในวันที่ 15-17 ต.ค.2534 โดยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจมหภาคที่ฟื้นฟูเสถียรภาพเศรษฐกิจจนเป็นรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว โดยเน้นส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนและการบริหารเศรษฐกิจที่รอบคอบต่อเนื่อง
ทั้งธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ให้เครดิตเศรษฐกิจไทยช่วงทศวรรษ 1980 เป็นตัวอย่างการพัฒนาที่สำเร็จ
ธนาคารโลกและ IMF ให้น้ำหนักกับแนวทางของไทยในทศวรรษ 1990 ที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจมหภาคสำเร็จด้วยมาตรการรัดเข็มขัดการคลังและวินัยการเงิน รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจที่นำไปสู่การยกระดับการผลิตและการส่งออก รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
เช่น เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ซึ่งประเทศไทยได้เสนอแนวทางการเปิดเสรีการค้าและการเงินต่อที่ประชุม ซึ่งประเทศไทยได้เสียงตอบรับที่ดี
มาถึงการประชุมล่าสุดในวันที่ 12-18 ต.ค.2569 โดยประเทศไทยเตรียมผลักดันปฏิญญากรุงเทพฯ ในการประชุม IMF-WBG Annual Meetings 2026 ซึ่งไทยเตรียมเสนอ Bangkok Blueprint หรือพิมพ์เขียวด้านการเงินดิจิทัลสมัยใหม่ที่เน้นการนำเทคโนโลยีมาช่วยผู้มีรายได้น้อยและผู้ขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น เช่น แอปพลิเคชันเป๋าตัง ถุงเงิน และ AI นกกระซิบ รวมถึงการร่วมมือระหว่างไทยและ IMF ยกระดับความปลอดภัยการเงินดิจิทัลเพื่อให้ผู้นำทางการเงินทั่วโลกนำพิมพ์เขียวนี้ไปประยุกต์ใช้
รวมทั้งจะมี Bangkok Dialogue ที่เป็นการสรุปผลจากการประชุมตลอด 7 วัน และประกาศในวันสุดท้ายเพื่อเป็นข้อสรุปตามปฏิญญากรุงเทพฯ โดยจะเป็นกรอบแนวทางให้แต่ละประเทศนำทิศทางเศรษฐกิจ และศักยภาพที่ได้แสดงในเวทีนี้ไปขับเคลื่อนต่อในระดับสากลเป็นรูปธรรม ซึ่งกระทรวงการคลังคาดหวังเป็นแนวทางให้แต่ละประเทศใช้ชี้นำทิศทางเศรษฐกิจโลก และใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อหลังจากจบการประชุม
ขณะที่ คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF ออกมาระบุถึงประเด็นสำคัญที่หารือที่กรุงเทพฯ ให้น้ำหนัก 3 ประเด็น คือ การเติบโตที่รวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิกฤติราคาพลังงานยืดเยื้อ และปัญหาหนี้สาธารณะพุ่งแตะระดับสูงสุด โดย IMF เห็นว่าแต่ละประเทศควรใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด รวมถึงการอธิบายให้ประชาชนเข้าใจการฟื้นฟูวินัยการคลัง แน่นอนว่าเป็นคำเตือนที่กำลังส่งสัญญาณถึงรัฐบาลไทยด้วยเช่นกัน





