เช้าวันหนึ่ง ประเทศไทยตื่นขึ้นมาพร้อมข่าวเด็กสาววัย 16 ปีจากภูเก็ตคว้าแชมป์ America’s Got Talent Season 21 ชื่อของเธอคือ Nene Royal
ชัยชนะของเด็กไทยวัย 16 ปีบนเวที America’s Got Talent อาจเป็นมากกว่าข่าวบันเทิง เพราะกำลังเปิดคำถามสำคัญว่า ประเทศไทยจะเปลี่ยน “Talent ท้องถิ่น” ให้กลายเป็น Global Economic Asset และต่อยอดไปสู่ Tourism, Music, Content, IP และ Creative Economy ได้อย่างไร
NBC ยืนยันว่าเธอคือผู้ชนะ AGT ฤดูกาล 2026 หลังผ่านการแข่งขันกับผู้เข้าแข่งขันจากหลากหลายประเทศ และได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากผู้ชมสหรัฐฯ
สำหรับคนไทย นี่คือความภาคภูมิใจ
สำหรับภูเก็ต นี่คือเรื่องราวของเด็กคนหนึ่งจากเกาะท่องเที่ยวทางใต้ที่เดินทางไปถึงเวทีระดับโลก
แต่สำหรับคนที่มองเรื่องนี้ในมุมเศรษฐกิจ ผมคิดว่าเราควรถามต่ออีกหนึ่งคำถาม
ประเทศไทยจะทำอย่างไรให้ชัยชนะของ Nene Royal สร้างมูลค่าได้มากกว่า “กระแสข่าว” ที่ดังขึ้น มาแล้วค่อย ๆ หายไป?
เพราะหากมองให้ลึก Nene อาจไม่ได้เป็นเพียงนักร้องไทยคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ
เธออาจกำลังเป็น Case Study ของเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ประเทศไทยและอาเซียนควรทำความเข้าใจ
เศรษฐกิจที่สินทรัพย์สำคัญไม่ใช่โรงงาน ที่ดิน หรือทรัพยากรธรรมชาติ แต่คือ
Talent + Story + Identity + Content + Digital Distribution + Intellectual Property
และเมื่อสิ่งเหล่านี้มารวมกัน เด็กคนหนึ่งจากภูเก็ตสามารถกลายเป็น “สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจระดับโลก” ได้แทบข้ามคืน
จากตลาดนัดภูเก็ต สู่ผู้ชมหลายสิบล้านคน
ก่อนการแข่งขันรอบชิง การออดิชันของ Nene ด้วยเพลง “Zombie” มียอดชมบน YouTube ทางการของ AGT ประมาณ 20 ล้านครั้ง ขณะที่การแสดง “Black Hole Sun” มียอดชมมากกว่า 13 ล้านครั้ง ตามรายงานวันที่ 22 กันยายน
นั่นคือสิ่งที่ Digital Economy เปลี่ยนโลกไปแล้ว
เมื่อก่อน หากศิลปินท้องถิ่นคนหนึ่งต้องการเข้าถึงผู้ชมหลายสิบล้านคน เขาต้องมีค่ายเพลงขนาดใหญ่ มีงบการตลาด มีระบบจัดจำหน่าย และอาจต้องใช้เวลาหลายปี
วันนี้ Talent คนหนึ่งสามารถเดินจาก Local Stage → Global Television → Social Media → Global Audience ในระยะเวลาไม่กี่เดือน
Nene จึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของสิ่งที่ผมเรียกว่า Local Talent → Global Attention
แต่คำถามสำคัญทางเศรษฐกิจอยู่หลังลูกศรตัวถัดไป Global Attention → Economic Value
ใครจะเป็นคนเปลี่ยน Attention เหล่านั้นให้กลายเป็นมูลค่า?
Soft Power ไม่ควรหยุดอยู่ที่ “คนทั่วโลกรู้จักประเทศไทย”
เราพูดคำว่า Soft Power กันมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อาหารไทย มวยไทย ภาพยนตร์ ดนตรี แฟชั่น เทศกาล การท่องเที่ยว
ทั้งหมดมีศักยภาพจริง แต่ในมุมธุรกิจ ผมคิดว่าเราควรถามให้ลึกกว่าเดิมว่า
เมื่อคนทั่วโลกสนใจประเทศไทยแล้ว ใครเป็นเจ้าของมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น?
ถ้าศิลปินไทยดัง แต่ Management อยู่ต่างประเทศทั้งหมด
ถ้า Content ไทยดัง แต่ IP ถูกถือโดยต่างชาติ
ถ้าแฟนเพลงสนใจภูเก็ต แต่เราไม่มี Product, Event หรือ Tourism Experience รองรับ
ถ้าเพลงสร้างยอดชมหลายสิบล้าน แต่ธุรกิจไทยไม่ได้เข้าไปอยู่ใน Value Chain
เราก็อาจมี Soft Power ที่ดังมาก แต่ Economic Capture ต่ำ … นี่คือความแตกต่างระหว่าง
“Soft Power” กับ “Soft Power Economy”
คำแรกสร้างการรับรู้
คำหลังต้องสร้าง รายได้ ธุรกิจ การจ้างงาน IP การลงทุน และ Supply Chain
“Nene Effect” อาจเริ่มต้นที่ภูเก็ต
เรื่องนี้น่าสนใจเป็นพิเศษเพราะ Nene มาจาก ภูเก็ต จังหวัดไม่ได้มีเพียงภาพลักษณ์ด้านทะเลและรีสอร์ตอีกต่อไป
เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา CEA และองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตเพิ่งเปิด TCDC Phuket ภายใต้แนวคิด “Tourism Lab” เพื่อเชื่อมความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม ธุรกิจ ผู้ประกอบการ เยาวชน และเศรษฐกิจท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน
จังหวะนี้จึงน่าสนใจมาก เพราะเรามีทั้ง
Global Tourism Destination + Local Talent + Creative Infrastructure + International Attention
อยู่ในพื้นที่เดียวกัน
จังหวัดภูเก็ตเองประกาศแนวคิดต้อนรับ Nene กลับบ้านว่า
“FROM PHUKET. TO THE WORLD.”
ผมคิดว่าประโยคนี้ไม่ควรเป็นเพียงสโลแกนต้อนรับ มันสามารถกลายเป็น Economic Development Concept ได้
จาก Phuket Tourism สู่ Phuket Creative Economy
ลองคิดต่ออีกหนึ่งขั้น วันนี้คนรู้จักภูเก็ตจากทะเล แต่ในอนาคต ทำไมคนจะรู้จักภูเก็ตจาก Music, Food, Film, Design, Fashion, Festival, Digital Content, Creative Education พร้อมกับทะเลไม่ได้?
Nene สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของ Narrative ใหม่ว่า ภูเก็ตไม่ใช่เพียงสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมา แต่เป็นสถานที่ที่ Talent ระดับโลกสามารถเกิดขึ้นได้
สิ่งนี้มีผลทางเศรษฐกิจมากกว่าที่เห็น เพราะเมืองที่ดึงดูด Talent ได้ มักมีโอกาสดึงดูดต่อไปถึง Creative Business, Event, Production, Education, Brand Collaboration และ Investment
นี่คือจุดที่ Tourism กับ Creative Economy สามารถเริ่มหลอมรวมกัน ไม่ใช่ขายเพียง
Hotel Room + Beach + Restaurant แต่ขาย Experience + Culture + Music + Food + Story + Community
มูลค่าต่อหัวของนักท่องเที่ยวก็มีโอกาสเปลี่ยนตาม
คนที่ควรมอง Nene มากที่สุด อาจไม่ใช่ค่ายเพลง
ผมคิดว่าความผิดพลาดอย่างหนึ่งที่อาจเกิดขึ้น คือเรามอง Nene เป็นเรื่องของ Music Industry เพียงอย่างเดียว
ในความเป็นจริง ธุรกิจที่สามารถเชื่อมกับปรากฏการณ์แบบนี้มีจำนวนมาก
- โรงแรมและการท่องเที่ยวสามารถสร้าง Music & Creative Experience
- สายการบินสามารถเชื่อม Destination Marketing
- แบรนด์แฟชั่นสามารถสร้าง Collaboration
- ร้านอาหารและ Local Food สามารถใช้ Storytelling เชื่อมพื้นที่
- Event Organizer สามารถสร้างเทศกาลดนตรี
- Production House สามารถผลิต Documentary และ Digital Content
- โรงเรียนดนตรีสามารถสร้าง Talent Development Program
- Streaming Platform สามารถต่อยอด Content
- Brands สามารถสร้าง Sponsorship
- และเมืองสามารถใช้เรื่องราวเหล่านี้สร้าง Place Branding
แม้แต่ Michelin Guide ก็เผยแพร่เรื่องอาหารไทยจานโปรดของ Nene และสถานที่รับประทานในภูเก็ตตั้งแต่ช่วงที่เธอกำลังได้รับความสนใจจาก AGT แล้ว
นี่คือตัวอย่างเล็ก ๆ แต่ชัดเจนว่า Talent → Content → Food → Destination สามารถเชื่อมกันได้เร็วเพียงใด
หลังชนะ AGT สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังพิสูจน์โมเดลนี้
เพียงไม่กี่วันหลังการแข่งขัน กระแสไม่ได้หยุดอยู่ที่ถ้วยรางวัล มีรายงานว่า Nene กำลังเข้าสู่การให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ในสหรัฐฯ และได้รับโอกาสด้านคอนเสิร์ตเพิ่มเติม
ขณะเดียวกันมีการประกาศว่าเธอจะร่วมเปิดการแสดงให้ Avenged Sevenfold ที่สิงคโปร์
ตรงนี้สำคัญ เพราะเส้นทางกำลังเปลี่ยนจาก Thai Talent → American TV เป็น Thai Talent → Global Media → ASEAN Live Entertainment
นี่คือ Regional Spillover ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญต่อ ASEAN?
เพราะประเทศไทยไม่ได้อยู่คนเดียวในเกมนี้ เกาหลีใต้พิสูจน์มาแล้วว่า Entertainment สามารถเชื่อม Music, Film, Beauty, Food, Tourism และ Consumer Brands เข้าด้วยกัน
แต่ ASEAN มีสินทรัพย์อีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจมาก คือ ความหลากหลาย
รายงาน ASEAN ปี 2026 ระบุว่าภูมิภาคมีภาษากว่า 1,000 ภาษาและสำเนียง มีวัฒนธรรม ศาสนา ศิลปะ และภูมิปัญญาที่หลากหลาย
และเสนอให้ประเทศสมาชิกใช้ Creative Tourism, Media, Cross-border Collaboration, Education, Digital Infrastructure และ Intellectual Property เป็นเครื่องมือพัฒนา Creative Economy
อีกฉบับของ ASEAN ในปีเดียวกันชี้ว่า Digitalisation กำลังเปลี่ยนวิธีที่งาน Design, Fashion และ Performing Arts เข้าถึงและกระจายสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว
Nene จึงอาจเป็นตัวอย่างเล็ก ๆ ของภาพใหญ่
Talent เกิดใน Phuket ดังใน United States สร้างโอกาสการแสดงต่อใน Singapore และมี Audience กระจายทั่วโลก นี่คือ Creative Economy ที่แทบไม่สนใจพรมแดน
โอกาสของไทยคือไม่ต้องสร้าง “Nene คนต่อไป” ให้เหมือน Nene
นี่เป็นจุดที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุด หลังจากคนหนึ่งประสบความสำเร็จ เรามักถามว่า “จะสร้าง Nene คนต่อไปอย่างไร?” ผมคิดว่าคำถามนี้อาจผิดตั้งแต่ต้น เพราะเราไม่ควรผลิตเด็กให้เหมือน Nene
สิ่งที่ควรสร้างคือ … ระบบที่ทำให้ Nene คนต่อไป ไม่ว่าเขาจะเป็นนักดนตรี นักออกแบบ เชฟ Animator นักสร้างเกม ผู้กำกับ หรือศิลปิน สามารถถูกค้นพบ พัฒนา และเข้าถึงตลาดโลกได้
ความสำเร็จของ Talent เป็นเรื่องของบุคคล แต่ความสำเร็จของประเทศอยู่ที่ Ecosystem
จาก Talent สู่ Economy ต้องมีอย่างน้อย 5 ขั้น
Talent → Platform → Global Attention → IP → Economic Ecosystem
- Talent : เราต้องมีระบบค้นหาและพัฒนาความสามารถ ไม่จำกัดเฉพาะกรุงเทพฯ
- Platform : เด็กเก่งต้องมีเวที ตั้งแต่โรงเรียน ตลาดนัด Local Festival ไปจนถึง Digital Platform
- Global Attention : ต้องรู้จักใช้ Media, Social Platform และ International Network ขยาย Audience
- Intellectual Property (IP) : เมื่อ Content เริ่มมีมูลค่า ต้องมี Management, Copyright, Trademark, Licensing และ Contract ที่ปกป้อง Creator
- Economic Ecosystem : จุดสุดท้ายต้องเชื่อม Talent ไปยัง Tourism, Event, Fashion, Food, Brand, Media, Education และ Technology
หากหยุดที่ขั้นสาม เราได้ คนดัง แต่ถ้าไปถึงขั้นห้า เราได้ เศรษฐกิจ
Creative Economy ไทยใหญ่กว่าที่หลายคนคิด
CEA ระบุในรายงานล่าสุดว่า Creative Economy ของไทยสร้างมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 8% ของ GDP มีการจ้างงานเกือบ 1 ล้านคน และมีธุรกิจจำนวนมากอยู่ในระบบ
ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ “น่ารัก ๆ” ที่อยู่ข้างอุตสาหกรรมจริง มันคืออุตสาหกรรมจริง
และยิ่งน่าสนใจในช่วงที่การแข่งขันด้านการผลิต ต้นทุน และการค้าระหว่างประเทศรุนแรงขึ้น
เพราะ Creativity และ IP เป็นสินทรัพย์ที่การแข่งขันไม่ได้ตัดสินด้วยค่าแรงถูกเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ SME ไทยควรถามหลัง Nene ชนะ
สำหรับผู้ประกอบการ ผมไม่คิดว่าคำถามควรเป็น “เราจะใช้ Nene ขายอะไร?” คำถามนั้นสั้นเกินไป และอาจกลายเป็นเพียง Celebrity Marketing
คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ “ธุรกิจของเราเข้าไปอยู่ตรงไหนใน Creative Value Chain ที่ปรากฏการณ์แบบ Nene กำลังเปิดขึ้น?”
- โรงแรมอาจสร้าง Creative Tourism
- Event Company สร้าง Live Experience
- ร้านอาหารสร้าง Local Story
- Fashion Brand สร้าง Collaboration
- Production House สร้าง Global Content
- Technology Startup สร้าง Creator Platform
- มหาวิทยาลัยสร้าง Creative Talent Program และ
- SME ท้องถิ่นสามารถสร้างสินค้าและบริการที่มี IP ของตัวเอง
โอกาสที่แท้จริงจึงไม่ใช่การเกาะกระแส Nene แต่คือการเข้าใจ Economy Behind the Attention
จาก “Soft Power” สู่ “Creative Investment”
อีกมิติหนึ่งที่ควรถูกจับตามองคือ การลงทุน
เมื่อพื้นที่หนึ่งมี Talent, Creative Community, International Audience และ Tourism Infrastructure อยู่พร้อมกัน มันไม่ได้ดึงดูดเพียงนักท่องเที่ยว แต่สามารถดึงดูด Production Company, Event Organizer, Creative Agency, Music Business, Digital Platform, Design Studio, Education, Brand Investment ได้ด้วย
นี่คือเหตุผลที่ Creative Economy ไม่ควรถูกแยกออกจาก Investment Policy
สำหรับภูเก็ต การเปิด TCDC Phuket ในปีเดียวกับที่เด็กจากภูเก็ตคว้าแชมป์ AGT เป็นจังหวะที่น่าสนใจมาก
ถ้าพื้นที่สามารถเชื่อมสองเรื่องนี้ได้อย่างเป็นระบบ Tourism Hub อาจค่อย ๆ เพิ่มบทบาทเป็น Creative Hub
ประเทศไทยควรทำอะไรหลังเสียงปรบมือจบลง?
ผมไม่ได้เสนอให้รัฐสร้างโครงการขนาดใหญ่ขึ้นมาเพราะ Nene คนเดียว
ตรงกันข้าม สิ่งที่ควรเรียนรู้คือ ทำอย่างไรให้ระบบรองรับ Talent จำนวนมาก โดยไม่ต้องรอให้เขาดังก่อน
สิ่งที่ควรพิจารณามีตั้งแต่ Regional Talent Incubator, Creative Grants ขนาดเล็ก, Music & Content Export Support, International Showcase, Creator IP Clinic, Management & Contract Training
ไปจนถึงการเชื่อม Tourism Authority, Creative Economy Agency, Private Brands, Streaming Platforms, Universities และ Local Government เข้าด้วยกัน
โดยเฉพาะเรื่อง IP
ASEAN เองยอมรับว่าการคุ้มครองและบังคับใช้ Intellectual Property ที่ยังมีข้อจำกัดเป็นหนึ่งในความท้าทายของ Creative Economy ภูมิภาค
เพราะ Talent ที่ไม่มีความรู้เรื่อง IP อาจสร้างมูลค่ามหาศาล แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของมูลค่านั้น
“Nene Royal” จึงอาจสำคัญกว่าถ้วย AGT
ในอีกหลายปีข้างหน้า เราอาจจำปี 2026 ว่าเป็นปีที่เด็กสาวจากภูเก็ตชนะ America’s Got Talent
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าสำหรับผมคือ ประเทศไทยจะเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้
ถ้าเรามอง Nene เป็นเพียง “ความภาคภูมิใจของคนไทย” เรื่องนี้จะจบลงเมื่อกระแสข่าวลดลง
ถ้ามองเธอเป็น “Soft Power” เราอาจได้การประชาสัมพันธ์ประเทศเพิ่มขึ้น
แต่ถ้ามองให้ลึกถึง : Talent → Content → IP → Tourism → Business → Investment → ASEAN Market
ชัยชนะครั้งนี้อาจกลายเป็น Case Study สำคัญของ Creative Economy ไทย เพราะท้ายที่สุด ประเทศที่ได้ประโยชน์จาก Soft Power มากที่สุด อาจไม่ใช่ประเทศที่มีคนดังระดับโลกมากที่สุด
แต่คือประเทศที่สามารถสร้าง ระบบเศรษฐกิจอยู่รอบความสามารถของคนเหล่านั้น
จาก Phuket to the World — แล้วจาก World กลับมาสร้าง Value ให้ Thailand
ผมชอบคำว่า “FROM PHUKET. TO THE WORLD.” ที่จังหวัดภูเก็ตเลือกใช้ต้อนรับ Nene กลับบ้าน
แต่อยากเติมอีกครึ่งประโยคหนึ่งในมุมเศรษฐกิจ
“From Phuket to the World — and from Global Attention back to Local Value”
เพราะ Soft Power ที่ยั่งยืนไม่ควรเป็นถนนทางเดียวที่ส่ง Talent ไทยออกไปสู่โลก มันควรเป็นถนนสองทาง : ส่ง Talent, Creativity และ Culture ออกไป แล้วนำ Audience, Tourism, Business, Investment, Knowledge และ Opportunity กลับเข้ามา
ถ้าประเทศไทยทำวงจรนี้ได้ Nene Royal อาจไม่ได้เป็นเพียง คนไทยคนแรกที่ชนะ America’s Got Talent แต่เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่ทำให้เราเห็นชัดขึ้นว่า ในเศรษฐกิจแห่งศตวรรษที่ 21 “คนหนึ่งคนที่มีความสามารถ” สามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Value Chain ระดับโลกได้
และหน้าที่ของประเทศไม่ใช่สร้างดาวทุกดวงด้วยตัวเอง แต่คือ สร้างท้องฟ้าที่ทำให้ดาวเหล่านั้นมีโอกาสส่องแสง — และสร้างเศรษฐกิจได้เมื่อพวกเขาส่องแสงขึ้นมา
แหล่งข้อมูลประกอบการอ้างอิง
- NBC — ผลการแข่งขัน AGT Season 21 และ Nene Royal — แหล่งปฐมภูมิของรายการ ยืนยันผู้ชนะและผลรอบชิง
- รัฐบาลไทย PRD — Thai Teen Nene Royal Crowned AGT 2026 Winner — ยืนยันอายุ ภูเก็ต สถานะผู้ชนะชาวไทยคนแรก และเงินรางวัล
- ASEAN — Culture-based and Media Approaches to Enhance the ASEAN Creative Economy — Policy Brief ปี 2026 เรื่อง Creative Economy, Media, Creative Tourism, IP และ regional collaboration
- ASEAN — The ASEAN Creative Economy, Digitalisation and Sustainability — รายงานแนวโน้ม Creative Economy และ Digitalisation ของอาเซียน
- CEA — Thailand Creative Industries Movement Report 2025–2026 — ข้อมูลขนาด Creative Economy ไทย การจ้างงาน และทิศทางอุตสาหกรรม
- CEA — TCDC Phuket / Tourism Lab — การสร้าง Creative Infrastructure ในภูเก็ต
- จังหวัดภูเก็ต — FROM PHUKET. TO THE WORLD. — แผนต้อนรับ Nene และแนวคิดการสื่อสารของจังหวัด





