วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน 2569

Login
Login

QPI : Quality-Productivity-Innovation

ปัญหาของ SMEs ในภาวะเศรษฐกิจเช่นทุกวันนี้ ก็คือ “ความอยู่รอด” ทำให้ต้องหันมาปรับปรุงกิจการและพัฒนาองค์กรหรือโรงงานกันขนานใหญ่ เพื่อความอยู่รอด เผลอๆ อาจจะต้อง “ยกเครื่อง” เลยก็ว่าได้

ทุกวันนี้ การบริหารจัดการองค์กรด้วยแนวคิด “การพัฒนาองค์กร” จะต้องคำนึงถึง 2 ปัจจัยหลัก คือ ปัจจัยเพื่อความอยู่รอดในวันนี้ และ ปัจจัยเพื่อความเติบโตในวันพรุ่งนี้

“ปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้กิจการอยู่รอด” ก็คือ ต้นทุน คุณภาพ การบริการและความรวดเร็ว ส่วนจะให้ความสำคัญเรื่องใดก่อนหลังก็คงแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของแต่ละกิจการ

“ต้นทุนการผลิต” มีความสำคัญยิ่งในตลาดที่ให้ความสำคัญกับ “ราคาขาย” ที่ถูกกว่า (ในระดับคุณภาพที่ยอมรับได้) ยิ่งมีสินค้าจีนเข้ามาตีตลาดกระเจิงด้วยราคาที่ถูกจนไม่น่าเชื่อด้วยแล้ว สินค้าของเราที่มีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าก็คงขายลำบากมาก หากจะต้องแข่งกันด้วย “คุณภาพ” ที่อาจทำให้ราคาขายสูงขึ้น ก็คงไม่ง่ายเช่นกัน

ดังนั้น SMEs จึงจำเป็นต้องลดต้นทุนการผลิต ด้วยการหาแหล่งวัตถุดิบและพลังงานที่ราคาถูกกว่า ปรับปรุงวิธีการผลิตสินค้าให้ต้นทุนถูกกว่า และที่สำคัญที่สุด ก็คือ การไม่ทำ “ของเสีย” (ของไม่มีคุณภาพที่ขายไม่ได้) ที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น โดยต้องเน้นในเรื่องของ “คุณภาพ” เพิ่มมากขึ้น

“การบริการ” ที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจเป็นพิเศษจนถึงขั้นประทับใจ ก็สามารถสร้างความจงรักภักดีจากลูกค้าได้ในระดับหนึ่ง ถ้าราคาเท่ากันแต่บริการเร็วกว่าและประทับใจมากกว่า ก็อาจเป็นตัวจูงใจให้ลูกค้ายังมาอุดหนุนเราต่อๆ ไปได้

“ปัจจัยแห่งความสำเร็จในอนาคต” (ปัจจัยที่ทำให้กิจการเติบโต) จะถูกกำหนดหรือกดดันจากภายนอกองค์กร เช่น กฎหมาย มาตรฐานคุณภาพของสินค้าหรือบริการ มาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงาน มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม

จรรยาบรรณทางธุรกิจ ธรรมาภิบาล และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งปัจจัยจากภายนอกเหล่านี้ แม้จะเพิ่มภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย แต่เราก็คงปฏิเสธ (ไม่ทำ) ได้ยากขึ้นทุกที

แต่มีอยู่ปัจจัยหนึ่ง ที่สำคัญยิ่งทั้งต่อความอยู่รอดในปัจจุบันและความเติบโตต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน ปัจจัยที่ว่านั้นก็คือ “นวัตกรรม” (Innovation) หรือ ความแปลกใหม่ในตัวสินค้าหรือบริการที่สร้าง “คุณค่า” ให้กับลูกค้า

จากการประมวลปัญหาต่างๆ ที่ได้ยินได้ฟังมาตลอด โดยเฉพาะการรับรู้ด้วยการอ่านการฟังจาก “กูรูผู้รู้” และ “ผู้บริหารระดับสูง” จำนวนมาก ทำให้ผมสามารถสรุปเป็นบทเรียนทางเลือก (ทางรอด) ให้กับ SMEs และธุรกิจอุตสาหกรรมในวันนี้ด้วย “หลักการ QPI”

“ปัจจุบัน ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมควรจะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรและประเทศด้วย “หลักการ QPI” คือ การให้ความสำคัญกับการมุ่งเน้นในเรื่องของ Quality-Productivity-Innovation แบบบูรณาการ และทำกันอย่างเป็นระบบต่อเนื่องทั้งในกระบวนการผลิต การให้บริการ และการบริหารจัดการ”

“หลักการ QPI” เพื่อความอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งอยู่บนแนวความคิดที่ผ่านการพิสูจน์ด้วยการปฏิบัติตลอดมา ก็คือ Quality สร้างความเชื่อมั่น Productivity สร้างประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน Innovation สร้างการเติบโตและอนาคต

ข้อควรระวัง ก็คือ หากองค์กรมีคุณภาพดี แต่ต้นทุนสูง ก็แข่งขันยาก หากผลิตภาพสูง แต่คุณภาพต่ำ ลูกค้าก็ไม่ยอมรับ หากคุณภาพและผลิตภาพดี แต่ไม่มีนวัตกรรม วันข้างหน้าก็อาจถูกคู่แข่งที่ปรับเปลี่ยนเร็วกว่าแซงหน้าได้ “หลักการ QPI” ต้องทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียวแบบองค์รวม คือ ไม่แยกคิด ไม่แยกทำ

ดังนั้น Quality (Q) จึงหมายถึง การทำให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น Productivity (P) หมายถึง การใช้ทรัพยากรให้เกิดคุณค่าสูงสุด (ลดความสูญเปล่า เหนื่อยน้อยได้มาก) และ Innovation (I) หมายถึง การต่อยอดหรือสร้างสิ่งใหม่ที่มีคุณค่ามากขึ้น ทั้งต่อลูกค้า ต่อองค์กร และสังคมโลก (อาทิ การรักษ์โลก รักสิ่งแวดล้อมด้วยการนำเสนอสินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม)

ว่าไปแล้ว ที่พูดๆ มาข้างต้นก็เป็นเรื่องที่พวกเรารู้ๆ กันอยู่แล้วทั้งนั้น ขาดก็แต่การลงมือทำให้เห็นผล ครับผม!