วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน 2569

Login
Login

เศรษฐกิจอายุวัฒน์ (Longevity Economy): โอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทย

การเพิ่มขึ้นของอายุคาดเฉลี่ยเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญของการพัฒนามนุษย์ ข้อมูลของธนาคารโลกแสดงว่า อายุคาดเฉลี่ยของประชากรโลกเมื่อแรกเกิดเพิ่มขึ้นจากประมาณ 45 ปีในปี 2493 เป็นมากกว่า 72 ปีในปี 2560

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ เทคโนโลยีสาธารณสุข โภชนาการ และมาตรฐานการดำรงชีวิต

การเพิ่มขึ้นของอายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกกำลังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระบบเศรษฐกิจและสังคม แนวคิด “Longevity Economy” หรือผู้เขียนขอเรียกว่าเศรษฐกิจสังคมอายุวัฒน์ จึงถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสังคมที่มีชีวิตที่ยืนยาว สุขภาพดีและคุณภาพชีวิตที่ดีในวัยสูงอายุ 

แม้การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัยจะสร้างความท้าทายต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม เช่น ภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ การดูแลระยะยาว และการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน แต่ในขณะเดียวกันผู้สูงวัยก็ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ที่สำคัญ ผู้สูงวัยก็เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพสูงและมีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจ แม้ว่าแบบแผนการบริโภค การลงทุนอาจจะต้องเปลี่ยนไป

Longevity Economy หมายถึงระบบเศรษฐกิจที่เกิดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชากรสูงวัย รวมถึงสินค้าและบริการที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับคำอื่น ๆ เช่น เศรษฐกิจสีเงิน (Silver Economy) พฤฒพลัง (Active Aging) สังคมที่เป็นมิตรต่อผู้สูงวัย (Age-friendly Society)

ระบบเศรษฐกิจสังคมยืนยาวไม่ได้เกิดจากอุตสาหกรรมเพียงประเภทเดียว แต่เป็นระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ประกอบด้วยหลายอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ อุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ การแพทย์เฉพาะบุคคล (Precision Medicine) และการตรวจ DNA อุตสาหกรรมการดูแลระยะยาว 

เทคโนโลยีเพื่อผู้สูงวัย (AgeTech) ที่อยู่อาศัยและชุมชนผู้สูงวัย โภชนาการและอาหารเพื่อสุขภาพ การเงินและประกันสำหรับชีวิตยืนยาว เมือง สาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานสำหรับผู้สูงวัย การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมฟิตเนสและการกีฬา

หนึ่งในนวัตกรรมที่สำคัญของยุค Longevity Economy คือการแพทย์เฉพาะบุคคล ซึ่งใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมเพื่อให้บุคคลสามารถทราบความเสี่ยงได้ล่วงหน้า และเพื่อให้แพทย์ออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับบุคคล ตัวอย่างบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านนี้ เช่น 

23 and Me - บริษัทด้านการตรวจพันธุกรรมที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจความเสี่ยงทางสุขภาพของตนเอง เช่น โรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ 

Illumina - บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่พัฒนาเครื่องมือถอดรหัสพันธุกรรม สามารถช่วยให้ออกแบบการรักษาโรคเฉพาะบุคคลได้

Human Longevity Inc. - บริษัทที่ใช้ข้อมูลจีโนมเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงโรคและการมีอายุยืน

ตลาดที่เกี่ยวเนื่องกับการมีชีวิตยืนยาวมีขนาดใหญ่และกำลังขยายตัว เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากรในประเทศพัฒนาแล้วที่มีกำลังซื้อสูง โดยเศรษฐกิจสุขภาวะ (wellness economy) ของโลกมีมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 ขณะที่ตลาดกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพทางกายมีมูลค่า 1.14 ล้านล้านดอลลาร์ และตลาดฟิตเนสโดยตรงมีมูลค่าประมาณ 205.9 พันล้านดอลลาร์

ส่วนตลาดโภชนเภสัช (nutraceutical market) มีการประเมินค่อนข้างแตกต่างกันคือ Mordor Intelligence ประเมินไว้ที่ 513.2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 ส่วน Grand View Research ประเมิน 636.2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 อย่างไรก็ดี ตลาดเหล่านี้มีขอบเขตทับซ้อนกันและมิได้จำกัดเฉพาะผู้สูงอายุ จึงไม่ควรนำมูลค่ามารวมกันโดยตรง (Global Wellness Institute, 2025).

บริษัทระดับโลกใน Longevity Economy ได้แก่ 1) Apple - พัฒนา Apple Watch และระบบ Health ecosystem 2) Garmin - สมาร์ตวอตช์ด้านกีฬา 3) Peloton - แพลตฟอร์มออกกำลังกายออนไลน์ 4) Teladoc - บริการแพทย์ทางไกล

5) 23 andMe - การตรวจพันธุกรรม 6) Nestlé Health Science - อาหารทางการแพทย์ 7) CarePredict - AI วิเคราะห์พฤติกรรมผู้สูงวัย 8) Toyota - วิจัยหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงวัย

เทคโนโลยีเพื่อผู้สูงวัย (AgeTech) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุด มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุน Longevity Economy เช่น ระบบบ้านอัจฉริยะ เซ็นเซอร์ตรวจการล้ม หุ่นยนต์ช่วยดูแลผู้สูงวัย ระบบติดตามสุขภาพจากระยะไกล เช่น Apple watch และ Fitbit

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว การพัฒนา Longevity Economy จึงเป็นโอกาสสำคัญ โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวสุขภาพ การแพทย์ และอุตสาหกรรมการดูแลระยะยาว

อุตสาหกรรมนี้รวมถึงศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ การดูแลที่บ้าน ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ระบบสนับสนุนผู้ดูแล ระบบ Long-term care insurance ของญี่ปุ่น รวมทั้งระบบดูแลผู้สูงวัยที่เน้นชุมชนเป็นฐานในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน

ชุมชนและที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยจะเปลี่ยนไป ต้องมีการออกแบบและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระและมีส่วนร่วมกับสังคม 

ตัวอย่างชุมชนผู้สูงวัยที่มีชื่อเสียงในโลก ได้แก่ The Villages ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เป็นเมืองขนาดใหญ่สำหรับผู้เกษียณอายุ ภายในชุมชนมีสนามกอล์ฟ ฟิตเนส ร้านอาหาร และกิจกรรมสังคม เช่น การเต้นรำ การแสดงดนตรี และกิจกรรมอาสาสมัคร 

Hogeweyk Dementia Village ในเนเธอร์แลนด์ เป็นหมู่บ้านสำหรับผู้ป่วยสมองเสื่อมที่ออกแบบให้เหมือนเมืองจริง มีร้านค้า คาเฟ และสวนสาธารณะ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ Kampung Admiralty ในสิงคโปร์ เป็นโครงการที่รวมที่อยู่อาศัย คลินิกสุขภาพ ตลาด และสวนลอยฟ้าไว้ในพื้นที่เดียว ทำให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวก

Longevity Economy เป็นแนวโน้มเศรษฐกิจสำคัญของศตวรรษที่ 21 จึงนับเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ที่สอดคล้องกับสภาพสังคมไทยที่จะมาถึงในอนาคตอันใกล้