วันศุกร์ ที่ 18 กันยายน 2569

Login
Login

เศรษฐกิจฟื้นแต่ไร้เสถียรภาพ? เจาะลึกความท้าทายครั้งใหม่ของปากีสถานในปี 2026

ช่วงปีที่ผ่านมา ปากีสถานพยายามอย่างมากที่จะส่งสัญญาณต่อโลกว่า เศรษฐกิจของประเทศกำลังกลับเข้าสู่เส้นทางที่มีเสถียรภาพ หลังต้องเผชิญวิกฤติเงินเฟ้อ เงินสำรองระหว่างประเทศลดลง และความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ในช่วงก่อนหน้า

แต่สำหรับนักลงทุนต่างชาติ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า “เศรษฐกิจปากีสถานกำลังฟื้นหรือไม่” หากคือ การฟื้นตัวครั้งนี้มั่นคงเพียงพอที่จะนำเงินเข้าไปลงทุนระยะยาวแล้วหรือยัง

เพราะปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของปากีสถานคือ สถานการณ์ความมั่นคงภายในประเทศที่ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว เดือนกรกฎาคม 2569 กลายเป็นเดือนที่มีความรุนแรงมากที่สุดของปี

โดย Pakistan Institute for Conflict and Security Studies ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงและปฏิบัติการต่อต้านกลุ่มติดอาวุธมากกว่า 600 คน และแม้จำนวนผู้เสียชีวิตจะลดลง แต่จำนวนการโจมตีกลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะใน บาลูจิสถาน ซึ่งยังคงเป็นศูนย์กลางของความรุนแรง

สำหรับนักลงทุน บาลูจิสถาน มีความสำคัญมาก เพราะที่นี่คือหัวใจส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของปากีสถาน เป็นที่ตั้งของ ท่าเรือกวาดาร์ และเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน หรือ CPEC ซึ่งปากีสถานหวังว่าจะใช้เชื่อมจีน เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และมหาสมุทรอินเดียเข้าด้วยกัน 

อย่างไรก็ตาม พื้นที่นี้ที่ปากีสถานต้องการส่งเสริมการลงทุนในฐานะ “ประตูเศรษฐกิจแห่งอนาคต” กลับเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งรัฐต้องทุ่มทรัพยากรจำนวนมากเพื่อควบคุมความไม่สงบ การโจมตีในบาลูจิสถานเพิ่มขึ้นจาก 83 ครั้งในเดือนกรกฎาคมเป็น 89 ครั้งในเดือนสิงหาคม 

ความไม่มั่นคงเช่นนี้สามารถเปลี่ยนเป็นต้นทุนทางธุรกิจโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายด้านการรักษาความปลอดภัย ค่าเบี้ยประกัน ความเสี่ยงต่อบุคลากร การขนส่ง และความต่อเนื่องของโครงการ

ที่สำคัญ นักลงทุนต้องพิจารณาด้วยว่าความขัดแย้งในบาลูจิสถานไม่ได้เกิดขึ้นจากกลุ่มติดอาวุธเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับความไม่พอใจเรื่องการกระจายทรัพยากร การมีส่วนร่วมทางการเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับรัฐบาลกลางที่สะสมมานาน 

ความเสี่ยงประการต่อมาคือ ความไม่แน่นอนทางการเมืองและเชิงนโยบาย ปากีสถานยังอยู่ภายใต้โครงสร้างอำนาจที่รัฐบาลพลเรือนต้องแบ่งปันพื้นที่กับกองทัพซึ่งมีอิทธิพลทางการเมืองสูง ความตึงเครียดระหว่างพรรครัฐบาลและพันธมิตร ตลอดจนการขยายบทบาทของผู้นำกองทัพ ทำให้คำถามเรื่องความต่อเนื่องและความคาดการณ์ได้ของนโยบายยังคงอยู่ 

IMF จัดให้ “policy uncertainty” เป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของปากีสถาน และเตือนว่าการแทรกแซงสถาบันทางเศรษฐกิจสามารถบั่นทอนความเชื่อมั่น เพิ่ม risk premium และกดดันการลงทุนและเงินทุนไหลเข้าได้

ความเปราะบางดังกล่าวยิ่งชัดในปี 2569 เมื่อสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและเส้นทางขนส่ง IMF ประเมินว่าความขัดแย้งจะกดการเติบโตของปากีสถาน เพิ่มเงินเฟ้อ และทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดแย่ลง ผลกระทบสะสมต่อ GDP อาจสูงถึงประมาณ 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ภายในปีงบประมาณ 2570 

ปัญหาของปากีสถานในปี 2569 จึงไม่ใช่ว่าประเทศไม่มีโอกาสทางเศรษฐกิจ ปากีสถานมีประชากรจำนวนมาก อยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ มีทรัพยากร มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน และกำลังสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับสหรัฐฯ ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และประเทศในตะวันออกกลาง แต่สำหรับนักลงทุน โอกาสเหล่านี้มาพร้อมกับ risk premium ที่สูงกว่าตลาดทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ

ภายใต้เรื่องราวของ “เศรษฐกิจปากีสถานกำลังฟื้น” ยังมีความจริงอีกด้านหนึ่งที่ต้องมองให้ชัด นั่นคือปากีสถานยังเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงทางการเมือง ความมั่นคง การคลัง พลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ซ้อนทับกันหลายชั้น การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะสั้น จึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการสิ้นสุดของความเปราะบางเชิงโครงสร้าง

สำหรับนักลงทุนต่างชาติ ปากีสถานอาจเป็นตลาดที่มีโอกาส แต่ในปี 2569 สิ่งที่ควรศึกษาก่อน “ผลตอบแทน” อาจเป็น ราคาของความเสี่ยงที่ต้องจ่ายเพื่อเข้าไปอยู่ในตลาดแห่งนี้