วันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘อินเดีย’ บทบาทในการแข่งขันอุตสาหกรรมอวกาศโลก

อุตสาหกรรมอวกาศกำลังเปลี่ยนสถานะจากพื้นที่แสดงศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลก ประเทศที่ควบคุมเทคโนโลยี ข้อมูลและห่วงโซ่อุปทานอวกาศได้ จึงมีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

อินเดียมองเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน จากเดิมที่โครงการอวกาศอยู่ภายใต้การนำของรัฐและองค์การวิจัยอวกาศอินเดีย หรือ ISRO เป็นหลัก กระทั่งปี 2563 เป็นต้นมาเริ่มเปิดพื้นที่ให้เอกชนมากขึ้น

โดยเฉพาะการประกาศ Indian Space Policy 2023 กำหนดบทบาทระหว่างรัฐ หน่วยงานกำกับ และผู้ประกอบการเอกชนใหม่ทั้งหมด เป้าหมายสำคัญคือเปลี่ยนอุตสาหกรรมอวกาศให้กลายเป็นฐานการผลิตและบริการที่สร้างรายได้แก่ประเทศ

ความทะเยอทะยานนี้สะท้อนผ่านตัวเลขเศรษฐกิจอวกาศของอินเดียที่มีมูลค่าราว 8.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2563 รัฐบาลตั้งเป้าให้ขยายเป็น 44 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2576 มีสตาร์ตอัปอวกาศเกิดขึ้นมากกว่า 190 บริษัทในช่วงปี 2566-2568 การเติบโตดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการขยายตัวของเศรษฐกิจอวกาศโลก ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2578

การปฏิรูปอุตสาหกรรมอวกาศของอินเดียที่เกิดขึ้น คือกระบวนการจัดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ตลาด และความมั่นคงขึ้นใหม่ รัฐยังคงรักษาบทบาทกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ ขณะเดียวกันก็สร้างตลาดให้เอกชนเข้ามาลงทุน โดยตั้ง IN-SPACe เป็นหน่วยงานอนุญาตแบบจุดเดียว

ปรับให้ ISRO เน้นการวิจัยและพัฒนา และมอบหมายให้ NewSpace India Limited รับผิดชอบการนำเทคโนโลยีไปใช้เชิงพาณิชย์ บริษัทเอกชนจึงสามารถผลิต ปล่อยและดำเนินงานดาวเทียม รวมถึงสร้างโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดินได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน

อินเดียเลือกใช้โมเดลลูกผสมระหว่างระบบตลาดแบบสหรัฐฯ กับระบบรัฐนำแบบจีน สหรัฐฯ ใช้สัญญาภาครัฐและความร่วมมือกับเอกชนสร้างบริษัทอย่าง SpaceX ส่วนจีนใช้ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทั้งพลเรือนและความมั่นคง 

อินเดียพยายามผสานความคล่องตัวของเอกชนเข้ากับขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์ของรัฐ พร้อมรักษาความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ ความได้เปรียบสำคัญของอินเดียคือบุคลากรวิศวกรรมจำนวนมาก ต้นทุนการพัฒนาที่แข่งขันได้ และวัฒนธรรมนวัตกรรมแบบประหยัดซึ่ง ISRO สั่งสมมานาน

การเปิดรับเงินลงทุนจากต่างประเทศเป็นอีกเครื่องมือหนึ่ง รัฐบาลอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้สูงสุด 74% ในธุรกิจผลิตและดำเนินงานดาวเทียม 49% ในธุรกิจยานปล่อยและท่าอวกาศ และ 100% ในการผลิตชิ้นส่วนกับระบบย่อย นโยบายนี้สะท้อนความพยายามดึงเงินทุน เทคโนโลยี และเครือข่ายการผลิตระดับโลกเข้าสู่อินเดีย

อย่างไรก็ตาม โอกาสทางเศรษฐกิจอวกาศไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสร้างจรวดหรือดาวเทียม กิจกรรมที่มีศักยภาพสูงอยู่ในส่วนปลายน้ำ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียม การจัดการน้ำ การประเมินผลผลิตทางการเกษตร ประกันภัย โลจิสติกส์ การเฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐาน และการรับมือภัยพิบัติ

น่าสนใจว่าปัจจุบันสตาร์ตอัปอินเดียจำนวนมากยังมุ่งลงทุนในธุรกิจต้นน้ำ ทั้งที่กิจกรรมปลายน้ำมีสัดส่วนประมาณ 70% ของตลาดอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์โลก ช่องว่างนี้จึงเป็นทั้งจุดอ่อนของระบบนิเวศอินเดียและโอกาสสำหรับนักลงทุนต่างชาติ

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงยังคงมีอยู่ ทั้งความไม่แน่นอนของกฎหมาย กระบวนการจัดซื้อภาครัฐ การเข้าถึงสถานที่ทดสอบ และระยะเวลาคืนทุนที่ยาวนาน การปฏิรูปของอินเดียในปัจจุบันยังอาศัยมาตรการทางปกครองมากกว่ากฎหมายอวกาศถาวร ผู้ลงทุนจึงต้องติดตามการออก Space Activities Bill และเลือกพันธมิตรท้องถิ่นที่เข้าใจระบบกำกับดูแลอย่างถี่ถ้วนด้วย เพราะท้ายที่สุดแล้วทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง 

แต่นั่นไม่อาจปฏิเสธได้ว่า วันนี้อินเดียมีความทะเยอทะยานมากขึ้น และพร้อมด้วยกำลังคน และขนาดเศรษฐกิจที่โตวันโตคืน