สืบเนื่องจาก การประชุมติดตามความคืบหน้า การจัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Rayong 2027 เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2569
โดยจังหวัดระยอง นำโดยนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัด มอบหมายให้นางสาวสลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมประชุมหารือกับสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อถอดบทเรียนจาก Phuket 2025 และวางแผนระยะต่อไป
จึงขอเปิดบทวิเคราะห์และข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์แบบบูรณาการที่หลอมรวมในบทความวิชาการของผู้เขียน เข้ากับทิศทางการดำเนินงานของจังหวัด เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืนให้แก่ระยองอย่างแท้จริง
1.บริบทและโจทย์เชิงยุทธศาสตร์: การเปลี่ยนผ่าน “เมืองอุตสาหกรรมหนัก” สู่ “หมุดหมายศิลปวัฒนธรรมระดับโลก”
ภาพจำกระแสหลักของ จ.ระยองมักหยุดอยู่ที่การเป็นหัวหอกทางอุตสาหกรรมของประเทศในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเมืองท่องเที่ยวชายทะเล
อย่างไรก็ตาม ในมิติสังคมและวัฒนธรรม ระยองเป็นเมืองที่ร่ำรวยด้วย “ทุนทางปัญญาและความทรงจำร่วม” (Collective Memory) โดยมี นิราศเมืองแกลง (พ.ศ. 2350) ของ “สุนทรภู่” กวีเอกของโลก ผู้ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก เป็นเข็มทิศบันทึกนิเวศทางสังคม ภูมิศาสตร์และวิถีชีวิต
ร่องรอยประวัติศาสตร์เหล่านั้นถูกปักลงเป็น “หมุดกวีสุนทรภู่” จำนวน 28 หมุด ทอดตัวตั้งแต่ อ.บ้านฉาง ผ่าน อ.เมืองระยอง สิ้นสุด ณ อ.แกลง โจทย์สำคัญในวันนี้คือการเปลี่ยน “ทุนวัฒนธรรมนิ่ง” ทั้ง 28 หมุด ให้กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรม” (Cultural Infrastructure) เพื่อรองรับ Thailand Biennale, Rayong 2027 และสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน
2.แผนงานบูรณาการเชิงพื้นที่ 5 มิติหลัก (Integrated Action Plan Framework)
เพื่อให้การเตรียมความพร้อมเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และไม่เป็นเพียงแค่ “เมกะอีเวนต์ชั่วคราว” ที่มาแล้วดับไป จึงเสนอแผนงานบูรณาการเชิงพื้นที่ 5 มิติหลัก ดังนี้
มิติที่ 1 Spatial Master Plan & Rayong Literary Corridor (28 หมุดกวีสุนทรภู่)
ตามแนวคิดของ Soft Power (Joseph Nye) คือ การสร้างความเสน่หาและการดึงดูดด้วยความเต็มใจ การยกระดับหมุดกวีตลอดแนวบ้านฉาง-เมือง-แกลง จึงต้องเปลี่ยนจากป้ายสัญลักษณ์เฉยๆ ไปสู่ระเบียงวัฒนธรรมวรรณกรรม (Rayong Literary Corridor)
Site-Specific Art Trail ใช้ 28 หมุดกวีเป็น Core Spatial Map ในการจัดแสดงผลงานศิลปะเฉพาะถิ่น เปิดโอกาสให้ศิลปินระดับโลกและศิลปินไทยเข้ามาสืบค้น ตีความบทกวีสุนทรภู่ผ่านสื่อศิลปะร่วมสมัย
Spatial Zone Integration กระจายจุดจัดแสดงศิลปะออกเป็น 3 โซนหลักตามอัตลักษณ์พื้นที่
โซน 1 Coastal & Marine Culture (เกาะเสม็ด, หาดแม่รำพึง, ปากน้ำระยอง)
โซน 2 Industrial & Eco-Innovation (นิคมอุตสาหกรรม และศูนย์เรียนรู้นวัตกรรม)
โซน 3 Heritage & Literary Corridor (28 หมุดกวี, ชุมชนยมจินดา, วัดลุ่มมหาชัยชุมพล, วัดบ้านดอน)
มิติที่ 2 นิเวศหมุนเวียนและนวัตกรรมขยะเป็นศิลปะ (Circular & Eco-Art Infrastructure)
ประสานจุดแข็งด้านนวัตกรรมอุตสาหกรรมและโครงการสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น (เช่น การแยกขยะเศษอาหาร) เข้ากับงานศิลปะระดับโลก
Low-Carbon & Zero Waste Biennale: กำหนดมาตรฐานการจัดงานแบบปล่อยคาร์บอนต่ำ จัดการขยะเศษอาหาร (Food Waste) และขยะจากการจัดงานให้เป็นศูนย์
Material & Waste-to-Art Residency เชิญชวนศิลปินพำนัก (Residency) นำขยะทะเล วัสดุรีไซเคิล หรือขยะจากอุตสาหกรรมในระยอง มาสร้างสรรค์เป็นงานประติมากรรมและ Installation Art ขนาดใหญ่
มิติที่ 3 นิเวศวัฒนธรรมและการเชื่อมโยงอัตลักษณ์ถิ่น (Local Cultural Ecology & Gastronomy)
ศิลปะร่วมสมัยต้องร้อยเรียงเข้ากับวิถีชีวิตจริงของชาวระยอง เพื่อกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างแท้จริง
Gastronomy & Local Heritage: เชื่อมโยงเส้นทางศิลปะเข้ากับเมนูลักษณ์อาหารถิ่น (แกงหมูชะมวง, แกงส้มผักกระชับ หรืออื่นๆ ที่กำลังได้รับการส่งเสริม, ผลไม้คุณภาพ, อาหารทะเลประมงพื้นบ้าน) และประเพณีวัฒนธรรม (ทอดผ้าป่ากลางน้ำแกลง, หนังใหญ่วัดบ้านดอน 200 ปี หรืออื่นๆที่อยู่ในแผนงาน)
Community Co-Creation ดึงวิสาหกิจชุมชน ร้านค้า ผู้ประกอบการโรงแรม และบริการท่องเที่ยวรอบ 28 หมุดกวี มาร่วมออกแบบสินค้าของกะจุ๊กกะจิ๊ก (Art Souvenirs) และเส้นทางท่องเที่ยว เช่น ปั่นจักรยานตามรอยหมุดกวี
มิติที่ 4 กลไกขับเคลื่อนความร่วมมือ 3 ประสาน (Tripartite Engine: รัฐ-เอกชน-วิชาการ/ชุมชน)
โครงสร้างการทำงานต้องบูรณาการพลังจากทุกภาคส่วนในลักษณะ Tripartite Model
ภาครัฐ (Public): กระทรวงวัฒนธรรม (สศร.), จังหวัดระยอง, อบจ.ระยอง และ อปท. ในพื้นที่ อำนวยความสะดวกและวางโครงสร้างพื้นฐาน
ภาคการศึกษาและวิชาการ (Academic) : มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย เช่น มจพ. ระยอง และ RILA สนับสนุนทีมวิศวกรรมการจัดแสดง (Art Engineering) การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม (SROI) และการฝึกอบรมอาสาสมัครศิลปะ (Art Volunteers/Curator Apprentices)
ภาคอุตสาหกรรมและเอกชน (Industry/Private): องค์กรยักษ์ใหญ่ในพื้นที่ (ปตท., GC, SCGC, หอการค้า, สภาอุตสาหกรรม, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว) สนับสนุนนวัตกรรม วัสดุ เทคโนโลยี และงบประมาณ
มิติที่ 5: มรดกตกทอดหลังจบงานและการประชาสัมพันธ์ระดับโลก (Post-Event Legacy & Global Branding)
Permanent Art Parks คัดเลือกชิ้นงานศิลปะสำคัญจัดทำเป็น Permanent Collection เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ตามหมุดกวีและชายหาดให้เป็น “สวนสาธารณะศิลปะถาวร”
Global Marketing ประชาสัมพันธ์ระยองผ่านเครือข่ายศิลปะนานาชาติ ในฐานะ “Creative Eco-City” ที่สมดุลระหว่างนวัตกรรมอุตสาหกรรมและสุนทรียภาพทางศิลปวัฒนธรรม
3. สรุปโครงสร้างการบูรณาการภารกิจ (Strategic Integration Matrix)
การเตรียมงาน Thailand Biennale, Rayong 2027 คือ โอกาสครั้งประวัติศาสตร์ของจังหวัดระยอง คณะทำงานอำนวยการและจังหวัดระยองควรรวมพลังจัดตั้ง Rayong Creative City Task Force
โดยใช้แผนผังยุทธศาสตร์การบูรณาการเชิงพื้นที่นี้ เป็นเข็มทิศในการกำหนดโจทย์จัดแสดงศิลปะ (Curator Brief) เลือกพื้นที่ และบ่มเพาะบุคลากรท้องถิ่นตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป
เพื่อพิสูจน์ให้ประชาคมโลกเห็นว่า “ระยอง” คือเมืองสร้างสรรค์ นวัตกรรม และวัฒนธรรมยั่งยืนแห่งอนาคต



