วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

ถอดรหัส Thailand Biennale, Rayong 2027 จาก “28 หมุดกวีสุนทรภู่” และนิเวศหมุนเวียน สู่แผนยุทธศาสตร์บูรณาการเชิงพื้นที่เพื่อเปลี่ยนผ่านเมืองระยอง

สืบเนื่องจาก การประชุมติดตามความคืบหน้า การจัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Rayong 2027 เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2569

โดยจังหวัดระยอง นำโดยนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์    ผู้ว่าราชการจังหวัด มอบหมายให้นางสาวสลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมประชุมหารือกับสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อถอดบทเรียนจาก Phuket 2025 และวางแผนระยะต่อไป

จึงขอเปิดบทวิเคราะห์และข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์แบบบูรณาการที่หลอมรวมในบทความวิชาการของผู้เขียน เข้ากับทิศทางการดำเนินงานของจังหวัด เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืนให้แก่ระยองอย่างแท้จริง

1.บริบทและโจทย์เชิงยุทธศาสตร์: การเปลี่ยนผ่าน “เมืองอุตสาหกรรมหนัก” สู่ “หมุดหมายศิลปวัฒนธรรมระดับโลก”

ภาพจำกระแสหลักของ จ.ระยองมักหยุดอยู่ที่การเป็นหัวหอกทางอุตสาหกรรมของประเทศในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเมืองท่องเที่ยวชายทะเล

อย่างไรก็ตาม ในมิติสังคมและวัฒนธรรม ระยองเป็นเมืองที่ร่ำรวยด้วย “ทุนทางปัญญาและความทรงจำร่วม” (Collective Memory) โดยมี นิราศเมืองแกลง (พ.ศ. 2350) ของ “สุนทรภู่” กวีเอกของโลก ผู้ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก เป็นเข็มทิศบันทึกนิเวศทางสังคม ภูมิศาสตร์และวิถีชีวิต 

ร่องรอยประวัติศาสตร์เหล่านั้นถูกปักลงเป็น “หมุดกวีสุนทรภู่” จำนวน 28 หมุด ทอดตัวตั้งแต่ อ.บ้านฉาง ผ่าน อ.เมืองระยอง สิ้นสุด ณ อ.แกลง โจทย์สำคัญในวันนี้คือการเปลี่ยน “ทุนวัฒนธรรมนิ่ง” ทั้ง 28 หมุด ให้กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรม” (Cultural Infrastructure) เพื่อรองรับ Thailand Biennale, Rayong 2027 และสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน

2.แผนงานบูรณาการเชิงพื้นที่ 5 มิติหลัก (Integrated Action Plan Framework)

เพื่อให้การเตรียมความพร้อมเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และไม่เป็นเพียงแค่ “เมกะอีเวนต์ชั่วคราว” ที่มาแล้วดับไป จึงเสนอแผนงานบูรณาการเชิงพื้นที่ 5 มิติหลัก ดังนี้

มิติที่ 1 Spatial Master Plan & Rayong Literary Corridor (28 หมุดกวีสุนทรภู่)

ตามแนวคิดของ Soft Power (Joseph Nye) คือ การสร้างความเสน่หาและการดึงดูดด้วยความเต็มใจ การยกระดับหมุดกวีตลอดแนวบ้านฉาง-เมือง-แกลง จึงต้องเปลี่ยนจากป้ายสัญลักษณ์เฉยๆ ไปสู่ระเบียงวัฒนธรรมวรรณกรรม (Rayong Literary Corridor)

Site-Specific Art Trail ใช้ 28 หมุดกวีเป็น Core Spatial Map ในการจัดแสดงผลงานศิลปะเฉพาะถิ่น เปิดโอกาสให้ศิลปินระดับโลกและศิลปินไทยเข้ามาสืบค้น ตีความบทกวีสุนทรภู่ผ่านสื่อศิลปะร่วมสมัย

Spatial Zone Integration กระจายจุดจัดแสดงศิลปะออกเป็น 3 โซนหลักตามอัตลักษณ์พื้นที่

โซน 1 Coastal & Marine Culture (เกาะเสม็ด, หาดแม่รำพึง, ปากน้ำระยอง)

โซน 2 Industrial & Eco-Innovation (นิคมอุตสาหกรรม และศูนย์เรียนรู้นวัตกรรม)

โซน 3 Heritage & Literary Corridor (28 หมุดกวี, ชุมชนยมจินดา, วัดลุ่มมหาชัยชุมพล, วัดบ้านดอน)

มิติที่ 2 นิเวศหมุนเวียนและนวัตกรรมขยะเป็นศิลปะ (Circular & Eco-Art Infrastructure)

ประสานจุดแข็งด้านนวัตกรรมอุตสาหกรรมและโครงการสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น (เช่น การแยกขยะเศษอาหาร) เข้ากับงานศิลปะระดับโลก

Low-Carbon & Zero Waste Biennale: กำหนดมาตรฐานการจัดงานแบบปล่อยคาร์บอนต่ำ จัดการขยะเศษอาหาร (Food Waste) และขยะจากการจัดงานให้เป็นศูนย์

Material & Waste-to-Art Residency เชิญชวนศิลปินพำนัก (Residency) นำขยะทะเล วัสดุรีไซเคิล หรือขยะจากอุตสาหกรรมในระยอง มาสร้างสรรค์เป็นงานประติมากรรมและ Installation Art ขนาดใหญ่

มิติที่ 3 นิเวศวัฒนธรรมและการเชื่อมโยงอัตลักษณ์ถิ่น (Local Cultural Ecology & Gastronomy)

ศิลปะร่วมสมัยต้องร้อยเรียงเข้ากับวิถีชีวิตจริงของชาวระยอง เพื่อกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างแท้จริง

Gastronomy & Local Heritage: เชื่อมโยงเส้นทางศิลปะเข้ากับเมนูลักษณ์อาหารถิ่น (แกงหมูชะมวง, แกงส้มผักกระชับ หรืออื่นๆ ที่กำลังได้รับการส่งเสริม, ผลไม้คุณภาพ, อาหารทะเลประมงพื้นบ้าน) และประเพณีวัฒนธรรม (ทอดผ้าป่ากลางน้ำแกลง, หนังใหญ่วัดบ้านดอน 200 ปี หรืออื่นๆที่อยู่ในแผนงาน)

Community Co-Creation ดึงวิสาหกิจชุมชน ร้านค้า ผู้ประกอบการโรงแรม และบริการท่องเที่ยวรอบ 28 หมุดกวี มาร่วมออกแบบสินค้าของกะจุ๊กกะจิ๊ก (Art Souvenirs) และเส้นทางท่องเที่ยว เช่น ปั่นจักรยานตามรอยหมุดกวี

มิติที่ 4 กลไกขับเคลื่อนความร่วมมือ 3 ประสาน (Tripartite Engine: รัฐ-เอกชน-วิชาการ/ชุมชน)

 โครงสร้างการทำงานต้องบูรณาการพลังจากทุกภาคส่วนในลักษณะ Tripartite Model

ภาครัฐ (Public): กระทรวงวัฒนธรรม (สศร.), จังหวัดระยอง, อบจ.ระยอง และ อปท. ในพื้นที่ อำนวยความสะดวกและวางโครงสร้างพื้นฐาน

ภาคการศึกษาและวิชาการ (Academic) : มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย เช่น มจพ. ระยอง และ RILA สนับสนุนทีมวิศวกรรมการจัดแสดง (Art Engineering) การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม (SROI) และการฝึกอบรมอาสาสมัครศิลปะ (Art Volunteers/Curator Apprentices)

ภาคอุตสาหกรรมและเอกชน (Industry/Private): องค์กรยักษ์ใหญ่ในพื้นที่ (ปตท., GC, SCGC, หอการค้า, สภาอุตสาหกรรม, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว) สนับสนุนนวัตกรรม วัสดุ เทคโนโลยี และงบประมาณ

มิติที่ 5: มรดกตกทอดหลังจบงานและการประชาสัมพันธ์ระดับโลก (Post-Event Legacy & Global Branding)

Permanent Art Parks คัดเลือกชิ้นงานศิลปะสำคัญจัดทำเป็น Permanent Collection เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ตามหมุดกวีและชายหาดให้เป็น “สวนสาธารณะศิลปะถาวร”

Global Marketing ประชาสัมพันธ์ระยองผ่านเครือข่ายศิลปะนานาชาติ ในฐานะ “Creative Eco-City” ที่สมดุลระหว่างนวัตกรรมอุตสาหกรรมและสุนทรียภาพทางศิลปวัฒนธรรม

3. สรุปโครงสร้างการบูรณาการภารกิจ (Strategic Integration Matrix)

ถอดรหัส Thailand Biennale, Rayong 2027 จาก “28 หมุดกวีสุนทรภู่” และนิเวศหมุนเวียน สู่แผนยุทธศาสตร์บูรณาการเชิงพื้นที่เพื่อเปลี่ยนผ่านเมืองระยอง

การเตรียมงาน Thailand Biennale, Rayong 2027 คือ โอกาสครั้งประวัติศาสตร์ของจังหวัดระยอง คณะทำงานอำนวยการและจังหวัดระยองควรรวมพลังจัดตั้ง Rayong Creative City Task Force

โดยใช้แผนผังยุทธศาสตร์การบูรณาการเชิงพื้นที่นี้ เป็นเข็มทิศในการกำหนดโจทย์จัดแสดงศิลปะ (Curator Brief) เลือกพื้นที่ และบ่มเพาะบุคลากรท้องถิ่นตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป

เพื่อพิสูจน์ให้ประชาคมโลกเห็นว่า “ระยอง” คือเมืองสร้างสรรค์ นวัตกรรม และวัฒนธรรมยั่งยืนแห่งอนาคต