วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม 2569

Login
Login

ระดมสมอง ที่ไร้คำตอบเพื่อการพลิกโฉม

เชื่อกันมานานแล้วว่า ถ้าอยากได้หนทางใหม่ๆ ในการดำเนินกิจการต่างๆ ต้องมีการระดมสมองกันในกลุ่มผู้คนที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมระดมสมองปรากฏขึ้นในหลายชื่อเรียกขาน ตั้งแต่ชวนกันไป Retreat ตั้งหลักทิศทางกันใหม่

ชวนกันไปทำ Workshop กลยุทธ์ ไปทำ Forum พลิกโฉม แต่เคยสังเกตกันบ้างหรือไม่ว่า  Retreat กันกี่ครั้ง ผลที่สรุปกันมาก็ไม่แตกต่างกันในสาระสำคัญ 

ถ้อยคำอาจจะร่วมสมัยมากขึ้น กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ มากขึ้น แต่เส้นทางเดินไปสู่อนาคตก็ยังเป็นทิศทางเดิม ที่ระดมสมองกันแล้วได้คำตอบเดิมนั้น เป็นเพราะการระดมสมองนั้นเกิดขึ้นในหมู่ผู้คนที่มีพื้นฐานเดียวกัน เป็นคนแบบเดียวกัน กลุ่มเดียวกัน ทำให้เกิดความลำเอียงไปในทางใดทางหนึ่งที่คนในกลุ่มเชื่อกันเป็นส่วนใหญ่ 

ระดมสมองเรื่องหนทางการปฏิรูป แต่คนระดมสมองล้วนแต่อยู่ในตำแหน่งการงานที่สูญเสียอำนาจหากมีการปฏิรูป จะระดมสมองกี่ครั้งกี่หน สิ่งที่ได้ก็เป็นเพียงการอนุรักษ์ภายใต้คำศัพท์ของการปฏิรูป ยิ่งระดมสมอง ยิ่งอนุรักษ์ ยิ่งห่างไกลจากการปฏิรูป

ถ้าอยากได้ความคิดความเห็นใหม่ที่พลิกโฉมไปจากความคิด ความเชื่อกระแสหลักของผู้คนในกลุ่ม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิดให้มีคนนอกกลุ่มเข้ามาร่วมระดมสมองอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่มากล่าวนำกันพอเป็นพิธี แล้วที่เหลือกลุ่มก็ว่ากันไปเอง 

ถ้าย้อนไปดูการเปลี่ยนแปลงพลิกโฉมที่เกิดขึ้นในหลายประเทศจะพบว่า ความคิดต้นทางของการเปลี่ยนแปลงนั้นมักเกิดขึ้นจากการระดมความคิดที่มีส่วนร่วมของคนนอกกลุ่ม

การระดมความคิดทิศทางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ทำให้เกาะปีนังกลายเป็นแหล่งผลิตสำคัญในด้านเซมิคอนดักเตอร์ในทุกวันนี้ มาจากความคิดที่ได้จากการระดมสมองร่วมกันระหว่างทีมงานของมาเลเซียกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศผู้นำในวงการนับสิบคน

ไม่ว่าคนในกลุ่มจะเก่งกาจปานใด อิทธิพลของกลุ่มจะปิดกั้นความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากความคิดความเชื่อกระแสหลักของกลุ่มได้อย่างแนบเนียน โดยที่คนในกลุ่มไม่อาจรู้สึกได้เลยว่า กำลังหมุนวนอยู่กับความคิดความเชื่อกระแสหลักที่มีมาแต่เดิม

เพราะการระดมความคิดเห็นมักจะผูกติดไปกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใหม่ๆ สิ่งที่ระดมคิดกันนั้นจึงดูเหมือนของใหม่ ทิศทางใหม่ แต่เป็นเพียงการทำของเดิม ภายใต้คำศัพท์ของบริบทใหม่ ไม่ใช่การพลิกโฉมเพื่อรองรับบริบทใหม่

ความคิดความเชื่อใหม่ในระดับพลิกโฉมเกิดขึ้นในกลุ่มระดมสมองที่มาจากคนกลุ่มเดียวกันไม่ได้ เพราะคนต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ต้องการรักษากลุ่มไว้ เมื่อใดก็ตามที่มีความคิดต่างไปจากความคิดกระแสหลักของกลุ่ม คนนั้นจะคัดค้านความคิดใหม่ของตนเอง ตั้งแต่ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นนั้นออกไปด้วยซ้ำ จะถามตนเองว่า ความคิดใหม่นี้น่าจะผิดพลาด 

งานวิจัยสำคัญๆ ยืนยันว่า คนพร้อมจะเชื่อจะคิดตามความคิดความเชื่อของกลุ่มที่ไม่ได้รับยืนยันว่าถูกต้อง มากกว่าที่จะท้าทายความคิดความเชื่อเหล่านั้น คนเก่งจึงหมดความเก่ง เมื่อคิดต่างไปจากความคิดกระแสหลักของกลุ่ม

การระดมความคิดในระหว่างคนกลุ่มเดียวกัน มักจะเป็นการส่งเสียงสะท้อนความคิดกระแสหลักของกลุ่ม เสียงสะท้อนดัง และมีอยู่ยาวนานจนไม่มีเวลาและโอกาสที่เสียงของความคิด ความเชื่อใหม่ๆ จะปรากฏขึ้นมาได้ในการระดมสมองของคนกลุ่มเดียวกันนั้น

แทบทุกคนเสนอความคิดเห็นไปตามแนวทางดั่งเดิม เพียงแต่มีวาทกรรมที่แตกต่างกันไป กลายเป็นสภาพที่ผู้คนตกอยู่ใน Echo Chamber ความคิดความเชื่อใหม่ที่นำไปสู่การพลิกโฉม หรือแม้แต่การหลุดพ้นจากสภาพอนุรักษนิยมก็เป็นไปได้ยากยิ่งนัก

ยุค AI ยิ่งทำให้การระดมความคิดในระหว่างคนกลุ่มเดียวกันยิ่งไร้ประสิทธิผลในการสร้างการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นไปอีก การระดมสมองในวันนี้มักมี AI ช่วยเรียบเรียงสาระจากการระดมสมอง ซึ่ง AI วันนี้ สร้างมาบนอัลกอริธึมที่ต้องการเอาใจผู้ใช้อยู่แล้ว

ดังนั้น คนระดมสมองอยากเห็นสาระที่ได้อย่างไร AI ก็เทตามไปด้วยในทางนั้น เลยพากันชอบอกชอบใจที่ความคิดความเชื่อที่ฉันและพรรคพวกอยากให้คงอยู่ต่อไปนั้น ปรากฏขึ้นมาจากการสรุปของ AI

ถ้าอยากพลิกโฉม อยากปฏิรูปกันจริง ๆ เลิกจัดระดมสมอง เลิกจัด Retreat เลิกจัด Forum กันแค่ในกลุ่มของตนเสียที เสียเงินจัด Forum ไปเยอะแยะ แต่จบแค่วาทะพลิกโฉม บนการกระทำที่อนุรักษนิยมเข้มข้นกันไปตามเดิม