สิ่งที่ไทยควรต้องการความช่วยเหลือจากจีน ไม่ใช่การลงทุนทางเศรษฐกิจที่ภาคตะวันออกหรือภาคใต้ตอนบน ที่ไร้ประโยชน์ต่อคนไทย
แต่เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำความรู้ เครื่องจักรและบุคลากรเข้ามาสร้างและควบคุมพื้นที่ขนาดใหญ่เข้ามาจัดการปัตตานี นราธิวาส ยะลา แบบเดียวกับที่จีนทำในซินเจียง
การสร้างการอยู่ร่วมแบบพหุสังคมบนแนวทางบริโภคนิยมแบบนี้เท่านั้นจะเป็นการประกันสันติบนปลายด้ามขวาน เพราะเราลองทางอื่นทุกทางแล้วไม่ได้ผล
การก่อเหตุล่าสุดที่มีทหารพรานเสียชีวิตถึง 5 นายเป็นสิ่งแสดงให้เห็นว่าต่อให้รัฐไทยมีความก้าวหน้ามากเพียงไรในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ พวกโจรร้ายก็ยังมีอยู่ในพื้นที่อย่างเยอะและมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการที่สูงขึ้น
ขณะที่แนวร่วมต่อต้านรัฐก็กล้าแสดงออกในเชิงสนับสนุนอย่างโจ่งแจ้ง สวนทางกับธุรกิจไทยพุทธที่ปิดตัวลงและมีการย้ายออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่องอย่างเงียบ ๆ นี่ไม่ใช่ภาพของพหุสังคมที่รัฐไทยต้องการ
หากปล่อยให้เป็นอยู่อย่างนี้ต่อไปเหมือนที่แก้ปัญหาแบบเดิมมาหลายสิบปี สักวันหนึ่งเราอาจต้องยอมจำนนกับข้อเรียกร้องของโจรก็เป็นไปได้
เมื่อถึงจุดที่ผู้บริหารประเทศในอนาคตตัดสินใจว่าพอกันทีกับงบประมาณและชีวิตที่สูญเสียไปแล้วแลกอะไรกลับคืนมาไม่ได้ แม้แต่ใจของชาวบ้าน
สิ่งที่จะทำให้ปัญหาผู้ก่อความไม่สงบหมดไปอย่างสิ้นเชิงได้นั้น ก็ด้วยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งที่รัฐไทยทำอยู่นี้ยังมองไม่เห็นว่าจะทำให้เกิดขึ้นได้อย่างไร การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือ ต้องทำให้แนวคิดประชาชนเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง กล้าปฏิเสธแนวคิดสุดโต่งอย่างโจ่งแจ้ง และเชื่อฟังรัฐทุกประการ
หัวใจของการเปลี่ยนแปลงคือ สมดุลสัดส่วนประชากรต้องเปลี่ยน ชาวพุทธจะต้องมีสัดส่วนประชากรสูงขึ้น มีสิทธิมีเสียงในพื้นที่มากขึ้นไม่ใช่มีสัดส่วนแค่ 10% และแนวทางบริโภคนิยมต้องเข้ามาเกาะกุมจิตใจคนในพื้นที่ให้มีความหวังก้าวหน้า ไม่ใช่อยู่แบบเดิม ๆ เรียนรู้แต่ในกรอบแคบ ๆ
อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้รัฐไทยไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ด้วยว่าประชากรพุทธไม่พอ งบประมาณไม่ถึง และอาจขาดซึ่งความกล้าในการเดินหน้าด้วย
แล้วจีนจะช่วยไทยได้อย่างไร .... ที่ผ่านมาการลงทุนและยุ่งเกี่ยวของจีนแผ่นดินใหญ่ในไทยมีเยอะมาก เพราะรัฐให้การสนับสนุนเปิดกว้างเต็มที่ อีกทั้งรัฐจีนก็ผลักดันอย่างสุดลิ่ม
แต่ก่อนคนก็ไม่ได้ตั้งคำถามมาก แต่วันนี้มีแต่คนกังขาว่าการแห่กันเข้ามาของทุนจีนทั่วทุกภาคของประเทศไทยนั้นไม่เกิดประโยชน์แก่คนไทยดังโฆษณาชวนเชื่อ
ซ้ำยังเกิดผลเสียสารพัดจากจีนเทาจีนดำที่แฝงตัวกันเข้ามาตักตวงโภคผลคนไทย ทิ้งไว้แต่ความลำเค็ญ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ไทยสมควรต้องการการลงทุนจากจีนจริงๆ นั้นจีนกลับมิได้เข้า นั่นคือ สามจังหวัดชายแดนใต้ที่ไทยจัดการไม่สะเด็ดน้ำ แต่ถ้าให้จีนจัดการแล้วก็ไม่แน่
จีนเป็นประเทศเดียวที่ประสบความสำเร็จในการใช้หลักประชากรศาสตร์ (Demographic Principle) มาทำการเปลี่ยนสัดส่วนและสร้างอิทธิพลในพื้นที่เดิม
การส่งเสริมนโยบายนำชาวจีนฮั่นย้ายถิ่นเข้าไปเติมในพื้นที่ที่คนพื้นเมืองต่อต้านรัฐบาลกลาง อย่างเช่น ซินเจียงและทิเบต อย่างต่อเนื่องโดยใช้การอุดหนุนทุกมิติ ไม่เพียงแต่สามารถปรับจำนวนชาวจีนฮั่นให้มีสัดส่วนใกล้เคียงกับชนท้องถิ่น แต่ยังทำให้ผู้อพยพมีอิทธิพลเหนือกว่าในทุกภาคส่วนสำคัญด้านความมั่นคง
ไม่ว่าจะเป็น การรักษาความปลอดภัย เศรษฐกิจและสังคมที่ไม่ได้นำด้วยศาสนา การจะทำเช่นนั้นได้ เงินทุนต้องถึง แรงงานคนต้องมากและรัฐบาลต้องมองเห็นอนาคตอย่างมีวิสัยทัศน์
ในประเทศต่าง ๆ รวมทั้งไทย จีนเข้าสู่พื้นที่อย่างยิ่งใหญ่ รัฐท้องถิ่นปูทางด้วยการจัดสรรพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ให้จีนดำเนินการ วิสาหกิจจีนมาพร้อมกับเทคโนโลยี เงินทุนและแรงงาน
สิ่งเหล่านี้จะดีมากถ้ารัฐท้องถิ่นควบคุมการดำเนินการของจีนเอาไว้ได้ ไม่ปล่อยให้จีนดำเนินการเองอย่างเสมือนรัฐหลับตา ส่งผลให้เกิดการทำลายธรรมชาติ การเอาเปรียบคนท้องถิ่น และปัญหาสารพัดอย่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ
โมเดลการดูแลให้วิสาหกิจจีนให้อยู่ในกรอบและมีคุณธรรมนั้นควรเป็นสิ่งพิสูจน์ฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อยะลา ปัตตานีและนราธิวาสมีกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ขนาดมหึมาลงมาในพื้นที่ ด้วยการควบคุมดูแลอย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยปราศจากความฉ้อฉลทุจริตใดๆ กระแสการเปลี่ยนแปลงจะค่อยๆ มองเห็นตามมากับการใช้จ่ายและปฏิสัมพันธ์ของคนจีนกับคนท้องถิ่น
แน่นอนว่าในช่วงแรกจะต้องเกิดความไม่เข้าใจของคนพื้นที่ โจรร้ายก็จะเอาเป็นข้ออ้างก่อความรุนแรง แต่ Mindset ของคนพื้นที่จะค่อยๆ เปลี่ยนเมื่อเห็นผลลัพธ์ของการตามกระแสการพัฒนา
ดังนั้น อย่าเพิ่งคิดว่าโมเดลนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ จงลองดูก่อน ธุรกิจจีนและรัฐไทยไม่มีอะไรจะเสีย ชาวบ้านจะมีแต่ชีวิตที่ดีขึ้น แสงสว่างของความเจริญร่ำรวยจะค่อยๆ ขับไล่เงาทะมึนของกรอบความคิดคับแคบที่บ่มเพาะแต่ความรุนแรงออกไป



