วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

“สื่อสากล” ศาสตร์ของการเป็นสื่อกลางที่เชื่อมทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์

หากเอ่ยถึงชื่อคุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ หลายคนคงนึกถึงผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์ หรือ Thailand International Motor Expo เจ้าของนิตยสารรถยนต์ฟอร์มูลา หรือบุคคลผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ไทยมากกว่าครึ่งศตวรรษ

วันนี้มีโอกาสได้พูดคุยถึงการทำงานอย่างลึกซึ้ง จึงพบว่า ไม่ใช่เพียงธุรกิจสื่อหรือการจัดงานแสดงรถยนต์เท่านั้น หากคือการสร้าง "พื้นที่" ที่ทำให้ผู้คนในอุตสาหกรรมเดียวกันได้พบกัน เชื่อมโยงกัน และเติบโตไปด้วยกัน สมกับชื่อบริษัทสื่อสากล
"หน้าที่ของเราคือดึงคนมาดู ดึงลูกค้ามาซื้อ ส่วนคนที่มาออกงานก็ต้องทำหน้าที่ของเขาในการตอบโจทย์ผู้บริโภค"

จากเด็กนั่งนับรถ สู่ passion การทำธุรกิจ

ทุกธุรกิจล้วนมีจุดเริ่มต้น สำหรับคุณขวัญชัย เริ่มจากความหลงใหลในรถยนต์ตั้งแต่วัยเยาว์ 

"ผมชอบรถตั้งแต่อายุประมาณเจ็ดแปดขวบ บ้านอยู่ติดถนน ผมนั่งดูรถที่วิ่งผ่าน มี Ford มี Fiat มี Volkswagen แล้วก็มานั่งจดว่ารถยี่ห้อไหนผ่านกี่คัน"  

นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคผ่านการสังเกต ก่อนที่ความหลงใหลจะยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อมีโอกาสไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนี ประเทศต้นกำเนิดของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก คุณขวัญชัยเล่าด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจว่า พยายามประหยัดเงินที่ครอบครัวส่งมาใช้ในการศึกษา เพื่อนำมาซื้อรถ Fiat 500 คันเล็กเป็นรถคันแรกของชีวิต เสมือนความฝันที่จับต้องได้

และเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ความหลงใหลในวัยเด็กค่อย ๆ เติบโตเป็นเส้นทางชีวิต จากคนรักรถ สู่คนทำสื่อยานยนต์ ผู้จัดมหกรรมยานยนต์ และผู้สร้าง "สื่อกลาง" ที่เชื่อมโยงผู้คนทั้งอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ซึ่งการจัดงานมหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย แตกต่างจากงานแสดงรถยนต์ในหลายประเทศที่มุ่งนำเสนอรถต้นแบบหรือเทคโนโลยีใหม่เป็นหลัก

โดยงานมหกรรมยานยนต์ถูกออกแบบจากความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคไทย ให้สามารถเปรียบเทียบรถหลายแบรนด์ สัมผัสรถจริง ทดลองนั่ง เจรจาข้อเสนอ และยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ภายในงานเดียว

“สื่อสากล” ศาสตร์ของการเป็นสื่อกลางที่เชื่อมทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์

การจัดงานเหมือนศิลปะของการไม่หยุดสร้างสรรค์ 

อีกหนึ่งสีสันที่สะท้อนตัวตนของคุณขวัญชัย คือการคิดธีมของมหกรรมยานยนต์ในแต่ละปี หลังงานจบลงจะเริ่มประกาศคำขวัญของปีถัดไปทันที ราวกับศิลปินที่ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์ผลงาน

สำหรับมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43 แนวคิด "โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์"  Here, There and EVERY CAR ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลง Here, There and Everywhere ของวง The Beatles วงดนตรีที่เขาชื่นชอบ ก่อนต่อยอดเป็นแนวคิดของงานที่รวบรวมรถยนต์ ผู้คน และประสบการณ์อันหลากหลายไว้ในพื้นที่เดียว

ตลอดเส้นทางการทำธุรกิจ เขาไม่ปฏิเสธว่ามีทั้งวันที่ประสบความสำเร็จและวันที่ผิดพลาด เคยจัดงานที่จังหวัดเชียงใหม่และขาดทุนหลายล้านบาท แต่ไม่เคยมองว่านั่นคือความล้มเหลว เพราะทุกประสบการณ์คือ บทเรียนที่ทำให้การตัดสินใจครั้งต่อไปเฉียบคมยิ่งขึ้น

"บางครั้งเราต้องต่อสู้กับตัวเอง จะทำตามสังคม หรือทำตามสิ่งที่เราเชื่อ" 

ในช่วงมหาอุทกภัยปี 2554 เมื่อหลายฝ่ายเสนอให้เลื่อนการจัดงาน หรือ ยกเลิกไปก่อน เพราะสถานการณ์ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ขณะที่วันที่ตัดสินใจยืนยันจัดงาน น้ำยังคงล้อมพื้นที่จัดแสดงอยู่ การตัดสินใจครั้งนั้นไม่ได้เกิดจากความกล้าเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากการประเมินความต้องการของผู้บริโภค

เขาเชื่อว่า เมื่อน้ำลด ผู้คนจำนวนมากจะต้องมองหารถยนต์คันใหม่เพื่อทดแทนรถที่เสียหาย และสุดท้ายสิ่งที่คาดการณ์ไว้ก็เกิดขึ้นจริง

“สื่อสากล” ศาสตร์ของการเป็นสื่อกลางที่เชื่อมทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์

ความซื่อสัตย์: ทุนที่ไม่ปรากฏในงบการเงิน

เมื่อถามถึงสิ่งสำคัญที่สุดที่อยากฝากถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ คำตอบของคุณขวัญชัยกลับไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี กลยุทธ์ หรือการลงทุน แต่คือ “ความซื่อสัตย์สุจริต” ตลอดเส้นทางธุรกิจที่ผ่านมา เขาเชื่อว่าการคิด การพูด และการกระทำใดก็ตาม ต้องไม่สร้างความเสียหายต่อสังคม ลูกค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจ

ในโลกที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน หลายองค์กรให้ความสำคัญกับกำไรระยะสั้น แต่สิ่งที่สื่อสากลพิสูจน์ให้เห็น คือความไว้วางใจยังคงเป็นทรัพย์สินที่ทรงคุณค่าที่สุด และเป็นปัจจัยที่ทำให้บริษัทสามารถยืนหยัดอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวได้ยาวนานเกือบครึ่งศตวรรษ

บางที บทเรียนสำคัญจาก "สื่อสากล" อาจไม่ใช่การสร้างมหกรรมยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หรือการปรับตัวจากสื่อสิ่งพิมพ์สู่โลกดิจิทัล หากคือการตระหนักว่า ธุรกิจที่ยั่งยืน ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่นที่ใหญ่ที่สุด แต่อาจเป็นผู้ที่ทำให้อุตสาหกรรมทั้งหมดเติบโตไปด้วยกัน

เพราะเมื่อทุกฝ่ายได้รับคุณค่า ความไว้วางใจจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด และเป็นรากฐานของความยั่งยืนที่กาลเวลาไม่อาจแทนที่ได้