วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

นายกฯโมดี เยือนอินโดนีเซีย ผลกระทบเชิงบวกเศรษฐกิจอาเซียน

การเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของโมดี สะท้อนทิศทางใหม่ของความสัมพันธ์อินเดียกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจอาเซียนในภาพรวม 

การพบกันของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี กับประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโตที่กรุงจาการ์ตา ระหว่างวันที่ 6–8 กรกฎาคม 2026 มีความหมายเกินกว่าการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี

เพราะเป็นการส่งสัญญาณว่าอินเดียต้องการมีบทบาทมากขึ้นในภูมิภาคอาเซียน และอินโดนีเซียก็เห็นโอกาสในการใช้ความร่วมมือนี้เพิ่มพลังต่อรองและทางเลือกทางเศรษฐกิจของภูมิภาคด้วยเช่นกัน

ประเด็นสำคัญของการเยือนครั้งนี้อยู่ที่ขอบเขตความร่วมมือที่กว้างและเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภาคส่วนใหม่ ๆ แถลงการณ์ร่วมระบุว่าทั้งสองฝ่ายหารือครอบคลุมตั้งแต่การค้า การลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัล วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อวกาศ แร่สำคัญ พลังงาน เกษตรกรรม สุขภาพ เภสัชกรรม การศึกษา การท่องเที่ยว ไปจนถึงความเชื่อมโยงระดับประชาชน 

ผลลัพธ์จากการเยือนครั้งนี้ยังรวมถึงความร่วมมือด้านแร่และห่วงโซ่อุปทานเหล็ก โทรคมนาคม เทคโนโลยีและนวัตกรรม แรงงานสุขภาพ การเกษตร การตั้งวิทยาเขตของ Indian Institute of Management ในอินโดนีเซีย และการเปิดตัว Indonesia Open Network หรือ ION ที่อ้างอิงแนวคิดจาก Open Network for Digital Commerce ของอินเดีย

สำหรับอาเซียน ผลกระทบเชิงบวกแรกคือการเพิ่มน้ำหนักของภูมิภาคในการเชื่อมห่วงโซ่อุปทานใหม่ของเอเชีย

อินเดียกำลังมองหาความร่วมมือด้านแร่สำคัญ เหล็ก สเตนเลส เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมปลายน้ำ ขณะที่อินโดนีเซียมีทรัพยากรและฐานอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับวาระเศรษฐกิจสีเขียว ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 

เมื่อสองประเทศขนาดใหญ่ร่วมมือกันในด้านแร่สำคัญและการผลิตขั้นสูง  อาเซียนย่อมมีโอกาสกลายเป็นฐานการผลิตที่สำคัญยิ่งขึ้นในยุทธศาสตร์กระจายห่วงโซ่อุปทานของโลก

ความร่วมมือนี้ยังช่วยลดการพึ่งพาศูนย์กลางการผลิตเพียงไม่กี่แห่ง และเปิดพื้นที่ให้ประเทศอาเซียนอื่น ๆ เชื่อมเข้ากับระบบการผลิต การแปรรูป และการส่งออกที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

ผลเชิงบวกต่อมาคือ การทำให้อาเซียนมีหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่หลากหลายขึ้น ในปี 2024 การค้าระหว่างอาเซียนกับอินเดียมีมูลค่ามากถึง 106.83 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอินเดียเป็นคู่ค้าใหญ่อันดับแปดของอาเซียนในกลุ่มประเทศคู่เจรจา

ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์อาเซียน–อินเดียมีฐานที่สำคัญอยู่แล้ว แม้ยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก 

การเยือนอินโดนีเซียของโมดีจึงช่วยเติมพลังให้กรอบความสัมพันธ์อาเซียน–อินเดียในเวลาที่ภูมิภาคต้องการทางเลือกทางเศรษฐกิจมากขึ้น ทั้งด้านตลาด การลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน อาหาร สุขภาพ และทักษะแรงงาน

หากอินโดนีเซียสามารถทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมอินเดียกับอาเซียนได้เข้มแข็งขึ้น ประเทศอื่นในภูมิภาคก็จะได้รับประโยชน์จากกระแสการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเทคโนโลยีที่ไหลเวียนมากขึ้น

การเยือนอินโดนีเซียครั้งนี้ของโมดีจึงเป็นอีกหมุดหมายสำคัญยืนยันถึงความพยายามของอินเดียในการขยายความร่วมมือเข้ามาในภูมิภาคนี้มากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้มีความหมายต่อทั้งห่วงโซ่อุปทาน อุตสาหกรรมใหม่ เศรษฐกิจดิจิทัล การชำระเงิน การศึกษา ทักษะแรงงาน และความมั่นคงทางทะเล 

ในขณะที่อินเดียได้พันธมิตรหลักในอาเซียนที่มีขนาดเศรษฐกิจและประชากรจำนวนมาก ส่วนอินโดนีเซียและอาเซียนได้โอกาสเพิ่มทางเลือกทางเศรษฐกิจในโลกที่การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจเข้มข้นขึ้น

หากแรงส่งจากการเยือนครั้งนี้ถูกแปลงเป็นโครงการที่มีผลจริงต่อธุรกิจรายย่อย นักลงทุน แรงงาน และผู้บริโภค

ความสัมพันธ์อินเดีย–อินโดนีเซียจะไม่เพียงยกระดับความร่วมมือของสองประเทศ หากยังช่วยเปิดบทใหม่ของเศรษฐกิจอาเซียนที่เชื่อมกับอินเดียอย่างลึกขึ้น กว้างขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อผู้คนในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น.