ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์โลกเร่งขึ้นแรง ก่อให้เกิดความกังวลว่าสถานการณ์เงินเฟ้อสูงเช่นที่เคยเกิดในปี 2022
จึงนำมาสู่คำถามสำคัญว่า เงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นตอนนี้จะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่ และนโยบายการเงินควรตอบสนองอย่างไร
โดยปกติแล้ว เวลาที่เงินเฟ้อสูงขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทาน เช่นราคาน้ำมันโลก ธนาคารกลางมักไม่จำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพราะนอกจากจะไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นตอได้แล้ว ราคาพลังงานมักสูงเพียงชั่วคราวและทยอยปรับลดลงได้เอง
อย่างไรก็ดี ในภาวะปัจจุบันที่มีความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันโลกจะสูงค้างนาน ภาคธุรกิจอาจคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะยังสูงในอนาคตตามแนวโน้มราคาน้ำมันโลก และนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมการตั้งราคาของภาคธุรกิจ
ด้วยเหตุผลดังกล่าว เงินเฟ้อคาดการณ์ของภาคธุรกิจจึงเป็นเครื่องชี้สำคัญที่สามารถสะท้อนพฤติกรรมการตั้งราคาของธุรกิจตลอดจนแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะข้างหน้าได้ ล่าสุด ธุรกิจไทยได้ปรับการคาดการณ์เงินเฟ้อเดือน พ.ค. ขึ้นมาอยู่ที่ 2.7% จากเดิมที่เคยอยู่ที่ 2.1% ในเดือน ก.พ. ก่อนเกิดสงคราม (รูปที่ 1)
ผู้เขียนจึงเห็นความสำคัญของการวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจการคาดการณ์เงินเฟ้อของธุรกิจในระยะ 1 ปีข้างหน้าของ ธปท. ที่สำรวจธุรกิจประมาณ 500 ราย ในช่วงปี 2551-2566 เพื่อเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อคาดการณ์และนัยต่อพฤติกรรมธุรกิจ
การทำความเข้าใจประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญยิ่งในการติดตามพัฒนาการด้านราคาและการดำเนินนโยบายการเงิน โดยเฉพาะในบริบทปัจจุบันที่โลกและไทยกำลังเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันโลกสูง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อ
จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อของธุรกิจไทยคือราคาน้ำมันโลก แต่ผลกระทบของราคาน้ำมันโลกต่อเงินเฟ้อคาดการณ์นั้นขึ้นอยู่กับสภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจในขณะนั้นเป็นสำคัญ
โดยพบว่าในช่วงที่เงินเฟ้อต่ำกว่า 2% (low-inflation episode) ธุรกิจไม่ได้ปรับการคาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเท่าใดนัก ผิดกับช่วงเงินเฟ้อสูงกว่า 2% (high-inflation episode) ที่เงินเฟ้อคาดการณ์จะทยอยปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า
อีกทั้งมีผลต่อเงินเฟ้อคาดการณ์นานกว่า 2-3 ปีกว่าจะทยอยคลี่คลาย (รูป 2a) (ผลการศึกษาไม่ได้แตกต่างกันระหว่างธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่ใช้น้ำมันเป็นปัจจัยหลักในการคาดการณ์เงินเฟ้อหรือไม่ก็ตาม ทำให้ตีความได้ว่า ราคาน้ำมันเป็นเครื่องชี้สำคัญที่ทุกธุรกิจใช้ในการติดตามพัฒนาการด้านราคาและภาวะเศรษฐกิจ)
นอกจากนี้ ภาวะเศรษฐกิจมีผลต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อของธุรกิจเช่นกัน โดยเงินเฟ้อคาดการณ์จะตอบสนองต่อราคาน้ำมันค่อนข้างมากในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น ซึ่งเป็นช่วงที่การส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปสู่ราคาสินค้าเกิดขึ้นได้ง่าย
จากผลการศึกษาข้างต้น ทำให้ตีความได้ว่า ในภาวะปัจจุบันที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น อาจไม่ได้ทำให้เงินเฟ้อคาดการณ์ของธุรกิจสูงขึ้นนานเท่าไหร่นัก เนื่องจากก่อนเกิดสงคราม เงินเฟ้อไทยอยู่ในระดับที่ต่ำมากจนติดลบ อีกทั้งเศรษฐกิจยังมีความเปราะบางจึงไม่เอื้อต่อการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการเท่าใดนัก
หากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่สูงอยู่ตอนนี้สามารถคลี่คลายลงได้ เงินเฟ้อคาดการณ์ของธุรกิจก็จะทยอยปรับลดลงเร็วและไม่เป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมแรงกดดันเงินเฟ้อ
ผลของการคาดการณ์เงินเฟ้อต่อการตั้งราคาของธุรกิจ
เงินเฟ้อคาดการณ์ของธุรกิจที่สูงขึ้น สามารถส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังพฤติกรรมการตั้งราคาของธุรกิจได้ จากผลการศึกษาในรูปที่ 3a แสดงให้เห็นว่า หากธุรกิจปรับการคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นในช่วงเงินเฟ้อสูง ธุรกิจนั้นมีแนวโน้มที่จะปรับราคาสินค้าของตนขึ้นใน 3 เดือนข้างหน้า ต่างกับช่วงเงินเฟ้อต่ำที่ธุรกิจจะไม่ปรับราคาสินค้า
ดังนั้น ในภาวะปัจจุบันที่ราคาน้ำมันยังสูงอยู่ สิ่งที่ควรติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิดนอกจากพัฒนาการของราคาน้ำมันโลกแล้ว คือ เงินเฟ้อคาดการณ์ธุรกิจ เพราะหากเงินเฟ้อคาดการณ์ปรับสูงขึ้นโดยเฉพาะในช่วงที่เงินเฟ้อสูง ก็อาจเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นได้ต่อเนื่อง
ผลของการคาดการณ์เงินเฟ้อต่อการลงทุนของธุรกิจ
ข้อค้นพบจากการศึกษาที่น่าสนใจอีกประเด็นคือ นอกเหนือจากพฤติกรรมการตั้งราคาแล้ว เงินเฟ้อคาดการณ์ที่สูงขึ้นสามารถส่งผลต่อการลงทุนของธุรกิจด้วย
ผลการศึกษาในรูปที่ 3b แสดงให้เห็นว่า เงินเฟ้อคาดการณ์ที่สูงขึ้นอาจทำให้แนวโน้มการลงทุนของธุรกิจสูงขึ้นได้บ้างในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวได้ดี แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ หากธุรกิจมีเงินเฟ้อคาดการณ์ที่สูงขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา ธุรกิจจะมีแนวโน้มการชะลอการลงทุนในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า
โดยสรุปแล้ว ในภาวะปัจจุบันที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีพัฒนาการที่ดีขึ้น เงินเฟ้อของไทยมีแนวโน้มลดลงในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ด้วยความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูง การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจึงยังมีความสำคัญ
ซึ่งรวมถึงการคาดการณ์เงินเฟ้อของธุรกิจที่อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อเนื่องไปยังเงินเฟ้อและการเติบโตของเศรษฐกิจได้ ทั้งหมดนี้เพื่อให้ ธปท. สามารถดำเนินนโยบายการเงินได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที


