วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สงครามยุคนี้มีแต่เสมอ | มองมุมยุทธศาสตร์

การสู้รบระหว่างอเมริกากับอิหร่านซาลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่าจะทิ้งร่องรอยของโวหารวาทกรรมที่ต่างออกมาประกาศอ้างชัยชนะต่อกัน ยังคงมีการโจมตีใส่กันบ้างเป็นครั้งคราว

ข้อตกลงใด ๆ ก็ไม่ชัดเจนและพร้อมที่จะละเมิดอยู่เสมอ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น 

สงครามสมัยนี้ที่ใคร ๆ ก็คาดการณ์ว่าชาติที่มีขีดความสามารถทางเทคโนโลยีทางทหารสูงกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้ต้องเอาชนะได้อย่างแน่นอนนั้นไม่เป็นจริงแล้วหรือ และนั่นแสดงว่าอเมริกาพ่ายแพ้ต่ออิหร่านใช่ไหม

คำตอบก็คือ การสู้รบยุคนี้เป้าหมายมิใช่ชัยชนะแบบเบ็ดเสร็จอีกต่อไปแล้ว เราจึงแทบไม่เห็นผลลัพธ์ของการรบที่ออกมาว่าฝ่ายใดเป็นผู้ชนะในสมรภูมิอย่างชัดเจนเลย ในระยะหลังนี่น่าจะมีสงครามอาร์เมเนีย-อาเซอร์ไบจาน เท่านั้นที่พอจะระบุว่าฝ่ายใดชนะฝ่ายใดแพ้ออกมาได้

นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา สงครามเบ็ดเสร็จแบบยึดบ้านยึดเมืองนั้นอาจจะยังมีอยู่ในสายตาของประเทศด้อยพัฒนา เราจึงได้เห็นการพยายามเปลี่ยนแปลงด้วยกำลังจำนวนไม่น้อยต่อเนื่องกันมา นับตั้งแต่สงครามเกาหลีจนถึงการสู้รบของกลุ่มต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง เอเชีย อเมริกาใต้และแอฟริกา  

บ้างก็สำเร็จครองอำนาจมายาวนาน เช่น คิวบา หรือประเทศปลดแอกทั้งหลาย บ้างก็ได้แค่ช่วงสั้น เช่น เขมรแดง อย่างไรก็ตาม ในสายตาประเทศพัฒนาแล้ว การยึดบ้านยึดเมืองแล้วปกครองเองนั้นมีค่าใช้จ่ายมากเกินไป ทั้งเงิน ทั้งคน ทั้งสมอง ลองแล้วก็ยังต้องถอน ตัวอย่างเช่น ฝรั่งเศสในแอลจีเรียและเวียดนาม 

เพราะปัจจัยใหญ่ที่สุดไม่ใช่อยู่ที่การเอาชนะ แต่อยู่ที่การจัดการหลังชนะไปแล้ว ที่จะทำอย่างไรให้ตนเองได้ประโยชน์สูงสุด โดยไม่ต้องทุ่มเทไปบูรณะซากของศัตรูที่ตนเองทำลายมากจนเกินไป เมื่อเป็นเช่นนี้ สงครามจึงเป็นเครื่องมือที่ยังมีความสำคัญอยู่มาก แต่น้อยลงเมื่อเทียบกับการทูตและทางเศรษฐกิจ

ยุโรปและอเมริกาจึงมุ่งเน้นการบีบบังคับให้ศัตรูยอมแพ้โดยการใช้การผสมผสานทางทหาร เศรษฐกิจและการทูตที่เหนือกว่าและมักประสบความสำเร็จ เช่น การบีบให้รัฐบาลยูโกสลาเวียคายการยึดครองแคว้นอื่น ๆ ของประเทศออกมาเป็นเอกราช  

ทั้งนี้ กองทัพยังมีความสำคัญสูง เพราะจำเป็นต้องแบ็กอัปไม่ให้ศัตรูกล้าทำอะไรตามใจ สงครามบางครั้งดูเหมือนง่าย เช่น นาโตทิ้งระเบิดใส่กรุงเบลเกรดนาน 78 วัน ไม่ต้องส่งทหารลงสนามก็ทำให้เซอร์เบียยอมให้โคโซโวได้เอกราช

แต่บางครั้งก็ยาก เช่น นาโตขับไล่ตาลีบันออกจากกรุงคาบูลตั้งแต่ปี 2544 แต่ต้องเข้าไปรักษาสันติภาพและกวาดล้างศัตรูอยู่ทั่วอัฟกานิสถานนานถึง 20 ปีสุดท้ายก็ต้องร่นถอยออกจากประเทศนี้อยู่ดี

ในเมื่อไม่คิดจะยึดบ้านยึดเมืองกันแล้ว ระยะหลัง ๆ การสู้รบจึงมักมีแล้วก็ซาหายไปเอง ไทยกับกัมพูชาสองรอบล่าสุดก็เป็นเช่นนี้ ไทยชนะในสนามโดยบรรลุวัตถุประสงค์ทางทหาร สามารถยึดครองพื้นที่ที่ต้องการได้

แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าชนะอย่างเบ็ดเสร็จ เพราะปัจจุบันกัมพูชาสามารถฟื้นฟูกำลังและยังเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทยอย่างเดิม เพราะระบอบการปกครองไม่เปลี่ยน 

การปะทะในเอเชียใต้ก็มักเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น อินเดียปะทะปากีสถาน หรือปากีสถานปะทะอัฟกานิสถาน สุดท้ายก็รามือกันไปโดยต่างอ้างว่าตนได้ชัยชนะในสนาม

ส่วนการสู้รบในตะวันออกกลางนั้นยิ่งซับซ้อนและยืดเยื้อกว่า อิสราเอลถล่มศัตรูต่างศาสนาไม่รู้กี่ระลอกต่อกี่ระลอก ไม่มีทีท่าจะจบสิ้นสักที ในซีเรียแม้จะมีรัฐบาลใหม่ในกรุงดามัสกัส แต่กลุ่มต่าง ๆ ที่สู้รบกันก็ยังยึดครองพื้นที่ของตนอยู่

สหรัฐฯ โดย Donald Trump ก็คงคิดเช่นเดียวกัน เขาไม่คิดตามขนบในใจของคนทั่วไปตั้งแต่แรก การเปิดสงครามกับอิหร่านไม่ใช่เพื่อการช่วยเหลือประชาชนเปอร์เซียให้พ้นจากระบอบที่กดขี่ แต่เป็นการเปิดสงครามเพื่อให้ใครก็ตามที่ปกครองเตหะรานยอมคล้อยตามวัตถุประสงค์ทางยุทธศาสตร์ของรัฐบาลวอชิงตัน 

หากใช้กำลังทหารอย่างต่อเนื่องผลที่ได้รับอาจไม่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อรัฐบาลทรัมป์ก็เป็นได้ ชัยชนะบนซากปรักหักพังอาจทำให้อเมริกาต้องเสียเงินมหาศาลเข้าไปช่วยบูรณะอิหร่านหลังสงคราม Sprinter ของระบอบเก่ายังสามารถทำศึกใต้ดินสู้รบกับทหารอเมริกันได้นานเป็นปี ๆ แบบที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถานและอิรัก 

สุญญากาศทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากการขาดหายภัยคุกคามจากอิหร่านอาจทำให้รัฐอ่าวไม่จำเป็นต้องคล้อยตามสหรัฐฯ ด้านผลประโยชน์สำคัญ ผลกระทบที่แรงขึ้นต่อพันธมิตรสหรัฐฯ ทั่วโลกจากการปิดช่องแคบ Hormuz นั้นก็ต้องใส่ใจ แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือลงทุนขนาดนี้แล้ว ใจของประชาชนเปอร์เซียจะอยู่กับอเมริกาหรือเปล่า หากคำตอบไม่ใช่ ชัยชนะที่ได้ไปก็ไร้ประโยชน์

อเมริกาจึงไม่ปิดประตูทุกด้านใส่อิหร่าน  แต่จะค่อย ๆ นวดด้วยพลังอำนาจทุกด้านไปเรื่อย ๆ  สงครามสมัยใหม่ไม่จำเป็นต้องเห็นผลเร็ว  ระบอบคามิไนสูญเสียยับเยินในสนามแล้วก็จริงแต่ก็ยังกล่าวได้ว่าไม่แพ้  ทางรอดที่ยั่งยืนนั้นอาจเป็นการแปรสภาพคล้อยตามความต้องการของรัฐบาลวอชิงตันมากขึ้นโดยอาศัยผู้นำรุ่นใหม่  

ในอนาคตไม่แน่ว่ากว่าที่ใครจะรู้ สหรัฐฯ ก็กวาดผลประโยชน์จากอิหร่านไปมากมาย ไม่น้อยกว่าที่ได้ตลาดหุ้นตลาดเงินจากสงครามที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ก็เป็นได้