วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน 2569

Login
Login

E-Bike อาละวาด | อาหารสมอง

ขณะนี้มีพาหนะคล้ายมอเตอร์ไซค์กึ่งจักรยาน หน้าตาแปลกๆ ไม่มีป้ายทะเบียนวิ่งเพ่นพ่านอยู่ในซอยใหญ่ซอยเล็กหรือบนถนนจำนวนไม่น้อย บ้างก็วิ่งเร็วจนน่ากลัว พวกนี้คือจักรยานไฟฟ้า

ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อไปในชีวิตของพวกเราเหมือนมอเตอร์ไซค์หรือที่เรียกอีกอย่างว่าจักรยานยนต์ มาดูกันว่ามันมีลักษณะอย่างไร และปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นคืออะไร

จักรยานไฟฟ้าหรือที่เรียกกันว่า E-Bike คือจักรยานที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าติดอยู่ด้วยเพื่อง่ายในการขับเคลื่อน แบตเตอรี่ไฟฟ้าที่ชาร์จไฟได้คือหัวใจสำคัญ E-Bike มีหลายแบบดังนี้ (ก) มีบันไดที่ใช้เท้าสำหรับการขับเคลื่อนโดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วย (ข) มีคันเร่งให้ขับเคลื่อนโดยไม่ต้องออกแรงแต่อย่างใด (ค) คล้าย (ข) แต่ไม่มีคันเร่ง

E-Bike ช่วยลดการออกแรงของผู้ขับขี่โดยเฉพาะที่ลาดชัน ไม่ปล่อยควันเสีย เดินทางได้ระยะไกลขึ้น โสหุ้ยการใช้ต่ำกว่ารถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้เดินทางในชุมชน

ขณะนี้ E-Bike ได้รับความนิยมอย่างมากในจีน (มีใช้อยู่ 350-380 ล้านคัน) เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ (ประเทศที่ใช้จักรยานกันอย่างกว้างขวางมายาวนาน) มีผู้นิยมใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากช่วยการจราจรสนับสนุนสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีค่าใช้จ่ายต่ำ

ข้อแตกต่างระหว่างจักรยานกับ E-Bike มิใช่ว่ามีมอเตอร์ไฟฟ้าหรือไม่มีเท่านั้น มันเป็นเรื่องที่แยกง่ายแต่ซับซ้อนอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะมันมีเรื่องของลักษณะของการขับเคลื่อนความเร็ว น้ำหนัก ของรถ แรงขับเคลื่อน

และการแบ่งประเภทตามกฎหมายเข้ามาเกี่ยวพันอันเนื่องมาจากมี E-Bike จำนวนหนึ่งที่วิ่งได้เร็วมาก และคนขับไม่ต้องออกแรงแต่อย่างใดจนคล้ายมอเตอร์ไซค์เข้าไปทุกทีโดยมีกฎหมายควบคุมน้อยกว่ามาก

พลังมอเตอร์ของ E-Bike นิยมเรียกกันเป็นวัตต์ (w-watts) หรือกิโลวัตต์ (kw-kilowatts) ไม่ใช่กำลังม้า (horsepower-hp) ดังที่ใช้กันสำหรับรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ พลังของ E-Bike มีตั้งแต่ 250 w จนถึง 2,000 w

โดยมาตรฐานของ E-Bike ส่วนใหญ่คือ 250 w-750 w เพื่อให้เห็นภาพว่าพลังขับเคลื่อนในหน่วยของไฟฟ้าเท่ากับแรงม้าเท่าใดก็ขอเสนอตัวเลขดังนี้ (ก) 1 hp เท่ากับประมาณ 746 w

ดังนั้น 250 w จึงเท่ากับ 0.34 hp / 500 w เท่ากับ 0.67 hp / 750 w เท่ากับ 1 hp / 1,000 w เท่ากับ 1.34 hp และ 2,000 w เท่ากับ 2.68 hp มาตรฐานของ E-Bike ในหลายประเภทคือ มีพลังขับเคลื่อนอยู่ประมาณ 0.34 hp ถึง 1hp (250 w-750 w)

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นอีกจึงขอเปรียบเทียบกับมอเตอร์ไซค์ที่ใช้กันตามปกติ ซึ่งอยู่ประมาณ 150 ซีซี หรือเท่ากับแรงม้าประมาณ 12-18 hp หรือพูดอีกอย่างว่ามีพลังมากกว่า E-Bike อยู่ประมาณ 20 กว่าเท่า

ในเรื่องความเร็ว จักรยานปกติมีความเร็วประมาณ 10-20 กม./ชม. ในยุโรปกฎหมายกำหนดให้ E-Bike มีความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม. และในสหรัฐอเมริกาไม่เกิน 32 กม./ชม. น้ำหนักรถก็เฉลี่ยประมาณ 20-40 กิโลกรัม

กล่าวโดยสรุปก็คือ E-Bike มีพลังขับเคลื่อนไม่เกิน 1 hp หรือ 750 w มีความเร็วโดยเฉลี่ย 20-40 กม./ชม. หรือเป็นสองเท่าของจักรยาน โดยผู้ขับขี่อาจไม่ต้องออกแรงเลยก็ได้ คล้ายกับเป็นมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กที่ตั้งใจให้วิ่งในชุมชน ตรอกซอกซอย ถ้าเป็น 500 w ของจีนมีราคา 8,000-12,000 บาท ถ้าเป็นแบรนด์มีชื่อและมีแบตเตอรี่ใหญ่กว่าอาจขึ้นไปถึง 40,000 บาท

ฟังดูแล้วน่าจะเป็นพาหนะในฝัน หากเดินทางระยะสั้น แต่ความจริงแล้วมันมีปัญหาอยู่หลายเรื่องดังนี้ (1) ด้วยความเร็วมากกว่าจักรยานธรรมดา แต่ผู้ขับขี่จำนวนหนึ่งยังคิดว่าเป็นจักรยาน ดังนั้น การระมัดระวังในการขับขี่จึงน้อยและเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยๆ และอาจรุนแรงกว่าจักรยานธรรมดา (2) เนื่องจากไม่มีเสียงในการขับเคลื่อนและผู้เดินถนนคิดว่าเป็นจักรยาน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง 

(3) แบตเตอรี่ Lithium-ion ซึ่งใช้ชนิดเดียวกับรถยนต์มีปัญหาในเรื่องไฟไหม้ได้หากแบตเตอรี่คุณภาพไม่ถึงมาตรฐาน เกิดเสียหาย ไฟที่ไหม้นี้ร้อนมาก เกิดควันพิษ และไฟไหม้อาจเกิดได้อีกถึงแม้ว่าจะเห็นว่าดับแล้วก็ตาม (4) จักรยานธรรมดาหนักเพียง 10-15 กิโลกรัม E-Bike หนักกว่าเกือบเท่าตัวจึงใช้ระยะทางหยุดที่ยาวกว่า หากชนก็จะเสียหายได้มาก

(5) มีการแอบดัดแปลงให้วิ่งเร็วขึ้นถึง 40-50 กม./ชม. (6) มีปัญหากฎหมายในเรื่องการแบ่งประเภทของจักรยานไฟฟ้าในหลายประเทศ

ในด้านกฎหมายไทย E-Bike มีปัญหาไม่น้อย กฎหมายไทยแยกจักรยานที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ (1) เป็นรถ E-Bike หากกำลังไฟฟ้าไม่เกิน 250 w ทำความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 25 กม./ชม. ไม่ต้องจดทะเบียน ไม่ต้องมีแผ่นป้ายทะเบียน และผู้ขับขี่ไม่ต้องมีใบขับขี่เนื่องจากกฎหมายจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับรถจักรยานทั่วไป

(2) รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle) กำลังมอเตอร์ตั้งแต่ 250 w ขึ้นไป ทำความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า 45 กม./ชม. ต้องจดทะเบียน และต้องมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์

E-Bike คือประเภท (1) ที่เราพูดกันมานั้นถึงไม่ต้องมีทะเบียนแต่ก็วิ่งบนถนนสาธารณะได้เหมือนรถจักรยานปกติ แต่ห้ามวิ่งบนทางเท้า ส่วนประเภทที่ (2) ที่ต้องจดทะเบียนนั้นก็มีสิทธิ์วิ่งในที่ต่างๆ เหมือนรถมอเตอร์ไซค์น้ำมันทั่วไป หากไม่มีทะเบียนมาวิ่งบนถนนใหญ่ไม่ได้ 

ที่เป็นปัญหาสีเทาทางกฎหมายอยู่ในตอนนี้ก็คือมีรถ E-Bike จำนวนมากในขณะนี้ที่มีมอเตอร์ 350-400 w วิ่งได้ 30-40 กม./ชม. (แต่น้อยกว่า 45 กม./ชม.) จึงไม่เข้าเกณฑ์ประเภท (2) ที่จดทะเบียนได้ จึงเป็นรถที่มีปัญหาเพราะจดทะเบียนประเภทใดก็ไม่ได้ ปัญหาทางกฎหมายอันเกิดจากการก้าวไม่ทันเทคโนโลยีจึงทำให้ปัญหา E-Bike เป็นเรื่องปวดหัว

E-Bike เป็นอนาคตของการใช้ชีวิตของมนุษย์โดยเฉพาะคนไทยแต่ตราบที่มันไม่มีความชัดเจนทางกฎหมายพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วกว่ากฎเกณฑ์แล้ว ก็รังแต่จะเป็น “ช่องหากิน” ขนาดใหญ่ การพัฒนาให้เป็นเรื่องเป็นราวก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้