วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2569

Login
Login

องค์กรที่ดี ต้องมีที่ยืนของคนดี

ในโลกการทำงานปัจจุบัน หลายองค์กรต่างพูดถึงการพัฒนาองค์กร การสร้างทีมงานคุณภาพ หรือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง

แต่ในความเป็นจริง องค์กรจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้หรือไม่นั้น มิได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่โครงสร้าง ระบบงาน หรือคำขวัญที่ติดอยู่ตามผนังสำนักงาน หากขึ้นอยู่กับ “คุณภาพของคน” และวิธีที่องค์กรปฏิบัติต่อคนเหล่านั้นมากกว่า

องค์กรทุกแห่งล้วนต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีความคิดสร้างสรรค์ และพร้อมทำงานเพื่อส่วนรวม แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ องค์กรต้องสามารถสร้าง “แรงจูงใจ” ให้บุคลากรเหล่านี้รู้สึกว่า ความตั้งใจ ความซื่อสัตย์ และความทุ่มเทของตนจะได้รับการมองเห็นและมีคุณค่า

เพราะสิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นแรงผลักดันให้บุคลากรขององค์กรมีแรงจูงใจที่จะทำงานและร่วมพัฒนาให้องค์กรเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาบุคลากรจึงไม่ควรเป็นเพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์องค์กรอย่างแท้จริง และต้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็น การเปิดโอกาสให้บุคลากรได้ศึกษาเพิ่มเติม การส่งไปอบรม หรือการเปิดพื้นที่ให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ภายนอกองค์กร สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการลงทุนระยะยาวที่ช่วยเพิ่มศักยภาพให้แก่องค์กรในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาคนจะเกิดผลได้จริง ก็ต่อเมื่อกระบวนการคัดเลือกมีความโปร่งใสและเป็นธรรม

เพราะหากบุคลากรเริ่มรู้สึกว่า โอกาสในการเติบโตไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถ หากแต่ขึ้นอยู่กับความใกล้ชิดส่วนบุคคล หรือปัจจัยอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของงาน แรงจูงใจของคนในองค์กรย่อมลดลงโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในหลายองค์กร ปัญหาที่น่ากังวลไม่ใช่การขาดคนเก่ง หากแต่เป็นการที่คนเก่งหมดแรงจูงใจ เมื่อคนที่ตั้งใจทำงาน ซื่อสัตย์ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้รับโอกาสหรือการยอมรับที่เหมาะสม

คนเหล่านั้นย่อมเริ่มตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงต้องพยายามมากกว่าที่เป็นอยู่ และเมื่อความรู้สึกเช่นนี้สะสมต่อเนื่อง สิ่งที่องค์กรสูญเสียอาจไม่ใช่เพียงบุคลากรหนึ่งคน หากแต่อาจเป็นบุคลากรอีกจำนวนไม่น้อยที่เคยพร้อมทุ่มเทให้องค์กร

ในทางกลับกัน หากบุคลากรบางส่วนได้รับโอกาส ความก้าวหน้า หรือการยอมรับจากปัจจัยที่มิได้เกี่ยวข้องกับผลงานหรือความสามารถ ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรมขึ้นภายในองค์กร

และเมื่อความรู้สึกเช่นนี้สะสมมากขึ้น คนที่ทุ่มเทให้กับงานอาจเริ่มตั้งคำถามว่า ความพยายามของตนยังมีความหมายอยู่หรือไม่ ขณะที่บางคนอาจเลือกปรับพฤติกรรมจากการมุ่งพัฒนาตนเอง ไปสู่การแสวงหาความสัมพันธ์หรืออิทธิพลภายในองค์กรแทน ซึ่งในระยะยาวย่อมไม่เป็นผลดีต่อทั้งองค์กรและบุคลากรโดยรวม

อาจกล่าวได้ว่า หนึ่งในคุณลักษณะสำคัญของหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพคือ ความชัดเจนของบทบาทหน้าที่ เพราะทุกคนในองค์กรล้วนมีหน้าที่และความรับผิดชอบแตกต่างกัน

การทำงานที่ดีจึงไม่ใช่การที่ทุกคนพยายามทำทุกอย่าง หากแต่เป็นการที่แต่ละคนเข้าใจว่า ตนเองควรทำอะไร และทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุดตามความรู้ ความสามารถที่ตนมี 

องค์กรที่ขาดความชัดเจนของบทบาทหน้าที่ มักนำไปสู่ความสับสนในการตัดสินใจ และอาจทำให้บุคคลหรือหน่วยงานบางส่วนก้าวข้ามขอบเขตของหน้าที่ตนเองโดยปราศจากความเชี่ยวชาญที่เหมาะสม ซึ่งในระยะยาวย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพขององค์กรโดยรวม

ในขณะเดียวกัน ผู้กำหนดนโยบายและผู้บริหารระดับสูงขององค์กรก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ดี เพราะนอกจากจะเป็นผู้กำหนดทิศทางขององค์กรแล้ว ยังเป็นต้นแบบให้บุคลากรในทุกระดับเรียนรู้และปฏิบัติตามอีกด้วย

การถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดในการทำงานจึงเป็นหน้าที่สำคัญของผู้นำองค์กร 

นั่นหมายความว่า ผู้กำหนดนโยบายและผู้บริหารระดับสูงขององค์กรย่อมต้องมีความรู้ ความเข้าใจในภารกิจ เนื้องาน และบทบาทหน้าที่ขององค์กรอย่างถ่องแท้

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการบริหารองค์กรในโลกปัจจุบัน หากปราศจากการเรียนรู้และการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะสิ่งที่เคยถูกต้องในอดีตอาจไม่เหมาะสมกับบริบทใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว 

ผู้นำที่ดีจึงต้องพร้อมเปิดรับความคิดเห็นที่แตกต่าง กล้ายอมรับข้อจำกัดของตนเอง และพร้อมเรียนรู้จากผู้อื่นอยู่เสมอ

องค์กรที่เข้มแข็งจึงไม่ใช่องค์กรที่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม หากแต่เป็นองค์กรที่เปิดพื้นที่ให้เกิดการตั้งคำถามบนพื้นฐานของเหตุผล ความรู้และความรับผิดชอบร่วมกัน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจที่ดีมักเกิดจากการรับฟังอย่างรอบด้าน มากกว่าการยึดติดอยู่กับความเชื่อหรือประสบการณ์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพียงลำพัง

การพัฒนาองค์กรไม่ใช่เพียงเรื่องของการผลักดันคนที่มีศักยภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่แต่ละคนต้องรู้จักประเมินตนเองอย่างตรงไปตรงมา

หากพบว่าตนเองไม่สามารถปรับตัว พัฒนาหรือสร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรได้อย่างเหมาะสม ก็ต้องกล้ายอมรับความจริง เพราะบางครั้งการยึดติดอยู่กับบทบาทที่ตนเองไม่เหมาะสม อาจสร้างต้นทุนให้แก่องค์กรมากกว่าที่หลายคนคิด

ที่สุดแล้ว องค์กรจะพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อบุคลากรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแบบอย่างที่ดีจากผู้กำหนดนโยบายและผู้บริหารระดับสูง

ยิ่งกว่านั้น ถ้าองค์กรใดสามารถทำให้คนที่มีความรู้ ความสามารถ และความซื่อสัตย์สุจริต เชื่อมั่นได้ว่า พวกเขายังมีที่ยืน ยังมีโอกาสเติบโต และยังได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม

ก็เชื่อได้ว่า คนเหล่านั้นก็พร้อมจะทุ่มเทความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์กลับคืนสู่องค์กรอย่างเต็มกำลัง และนั่นอาจเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาองค์กร.