วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569

Login
Login

รัฐบาลต้องคุมเข้มน้ำต้มใบกระท่อม ห้ามขายออนไลน์ ห้ามส่งเสริมการขายทุกกรณี

อย.ควรมีบทบาทในการคุ้มครองผู้บริโภคและสุขภาพของประชาชนที่บริโภคน้ำต้มใบกระท่อมและผลิตภัณฑ์กระท่อม ไม่ควรตีความกฎหมายว่าน้ำต้มกระท่อมไม่ถือเป็นอาหารตาม พ.ร.บ.อาหาร ไม่อยู่ในความดูแลของ อย. 

จากกรณีข่าว 1 มิ.ย. 2569 เกิดอุบัติเหตุรถสองแถวโดยสารสีส้ม สายบางบ่อ-สำโรง พุ่งเข้าชน ท้ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าอย่างรุนแรงบนถนนเทพารักษ์ กม.17 จ.สมุทรปราการ

ผู้ขับรถสองแถวยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุดื่มน้ำกระท่อมไปขับไป เจ้าหน้าที่ตรวจไม่พบแอลกอฮอล์หรือยาเสพติด เพิ่งพ้นโทษในคดีขับเสพออกมาได้เพียง 2 เดือนก่อนมาเช่ารถสองแถวขับ 

ผู้เขียนศึกษากฎหมายควบคุมน้ำต้มใบกระท่อม รับทุนวิจัยจาก ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า พืชกระท่อมเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์หากใช้อย่างถูกต้องตามคำแนะนำของหมอแพทย์ไทย หมอพื้นบ้าน ก็จะเป็นประโยชน์

เช่น การเคี้ยวใบแล้วคายกากทิ้ง การนำใบกระท่อม 1 หยิบมือมาต้มกับพืชอื่น เช่น ใบเตย ขิง ใบมะกรูด ตะไคร้ แก่นฝาง ช่วยบำรุงเลือดลม ช่วยให้ทำงานนานขึ้น

รวมถึงตำรับยาที่มีกระท่อมเป็นส่วนประกอบที่ใช้รักษาอาการท้องเสีย และมีงานวิจัยของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ในเรื่องการช่วยบำบัดผู้ติดยาบ้าที่น่าสนใจ 

อย่างไรก็ดี การบริโภคน้ำต้มใบกระท่อมที่มีความเข้มข้นสูง ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือนำมาผสมกับยา สารเสพติดอื่นก็จะส่งผลเสียต่อร่างกาย เพราะสารมิทราไจนีน (Mitragynine) และ 7- hydroxymitragynine ที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

ออกฤทธิ์ต่อประสาทแบบผสมผสานคือ ใบกระท่อมหากบริโภคในปริมาณน้อยจะมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้กระปรี้กระเปร่า ไม่รู้สึกหิว สามารถทำงานได้นาน แต่หากเสพในปริมาณมากจะมีฤทธิ์กดประสาท ทำให้ง่วงซึม มึนเมา การตอบสนองช้าลง 

พ.ร.บ.พืชกระท่อม 2565 เป็นกฎหมายที่ส่งเสริมให้กระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง 

ปัจจุบันยังไม่มีประเทศใดที่ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนปลูก แปรรูปใบกระท่อมเหมือนกฎหมายไทย จนส่งผลทำให้ปัจจุบันมีการขายน้ำกระท่อมอย่างแพร่หลายในชุมชน ทำให้เด็กเยาวชน คนวัยทำงานสามารถเข้าถึงได้ง่าย

 ไม่มีการควบคุมการผลิตหรือจำหน่ายสารสกัดจากใบกระท่อม ซึ่งมีสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ไม่ควบคุมการขายออนไลน์ การโฆษณาหรือส่งเสริมการขายน้ำกระท่อม 

หน่วยงานด้านอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) ยังไม่อนุญาตให้น้ำใบกระท่อม และสารสกัดมาใช้ในอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และมีคำเตือนถึงอันตรายจาก 7- hydroxymitragynine ที่ตรวจพบในผลิตภัณฑ์อาหาร

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เคยทำหนังสือเวียนถึง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเมื่อ เม.ย.2567 ที่อ้างถึงความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา มีเนื้อหาสรุปความว่า

น้ำต้มใบกระท่อมที่ไม่มีการปรุงหรือผสมสิ่งอื่นอยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. 2565 โดยไม่ถือเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สุขภาพ น้ำต้มใบกระท่อมจะไม่อยู่ในความรับผิดชอบของ อย. 

แนวทางการตีความของ อย.ข้างต้นไม่สอดคล้องกับคำตัดสินของศาลในหลายคดี ซึ่งมีการตัดสินว่าผู้ผลิตหรือขายน้ำต้มใบกระท่อมมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร

ประกอบกับในข้อเท็จจริงแล้ว น้ำต้มใบกระท่อมที่ผลิตหรือขายในปัจจุบันในชุมชนและออนไลน์มักพบส่วนประกอบอื่น เช่น น้ำตาล สารให้ความหวาน น้ำอัดลม ยาแก้ไอ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทบางชนิด ยาเสพติด การเติมสี ปรุงแต่งกลิ่นรส 

ข้อเสนอในระยะสั้น กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุขควรแก้ไขปรับปรุง “ประกาศกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่ หรือลักษณะต้องห้ามในการขายใบกระท่อม พ.ศ.2568” 2 ประเด็นคือ

1.ห้ามขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อมผ่านสื่อออนไลน์

2.ห้ามขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อมในบริเวณตลาด ปั๊มน้ำมัน สถานีขนส่งสาธารณะ ร้านอาหาร และห้ามขายริมทาง ทางเท้า 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรตีความว่า การดื่มน้ำกระท่อมถือเป็นของเมาอย่างอื่น ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก เพื่อป้องกันปัญหาผู้ขับขี่ดื่มน้ำกระท่อมจนมีอาการมึนเมา จนเกิดอุบัติเหตุ แต่กรณีผู้ขับขี่ที่เคี้ยวใบกระท่อมไม่ควรถือเป็นการบริโภคของเมาอย่างอื่น เพราะมีปริมาณสารมิทราไจนีนน้อยกว่าน้ำต้มกระท่อมมาก

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาควรมีบทบาทในการคุ้มครองผู้บริโภคและสุขภาพของประชาชนที่บริโภคน้ำต้มใบกระท่อมและผลิตภัณฑ์กระท่อม ไม่ควรตีความกฎหมายว่าน้ำต้มกระท่อมไม่ถือเป็นอาหารตาม พ.ร.บ.อาหาร ไม่อยู่ในความดูแลของ อย. 

นอกจากนี้ อย.ไม่ควรอนุญาตให้มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของกระท่อมในทุกกรณี และไม่ควรอนุญาตให้มีการผลิต จำหน่ายขนมขบเคี้ยว ลูกอมที่มีส่วนประกอบของกระท่อมหรือมิทราไจนีน เพราะเสี่ยงที่เด็กอาจจะบริโภคได้ 

ข้อเสนอระยะยาว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สำนักงาน ป.ป.ส.และกระทรวงสาธารณสุขควรมีการเสนอทบทวนแก้ไข พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. 2565 และศึกษาผลกระทบที่เป็นผลดี ผลเสีย หรือ ผลกระทบของพืชกระท่อม และ พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. 2565 อย่างรอบด้าน เพื่อแก้ไขจุดอ่อนในประเด็นเหล่านี้

โดยควรมีการกำหนดให้การออกใบอนุญาตผลิต ขายใบกระท่อม น้ำต้มใบกระท่อมและ ผลิตภัณฑ์กระท่อมที่รัดกุม ห้ามการโฆษณา การส่งเสริมการขายน้ำต้มกระท่อม ผลิตภัณฑ์กระท่อมทุกกรณี.