วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569

Login
Login

เมื่อระเบียบโลกเปลี่ยน: นัยต่อการค้า การลงทุนและกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ

หลายทศวรรษที่ผ่านมา ความร่วมมือในระดับภูมิภาค การค้าเสรี และระบบการเงินโลกที่เชื่อมโยงกัน คือเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ทว่าวันนี้ระเบียบโลกดังกล่าวกำลังถูกท้าทายจากความแตกแยกในเศรษฐกิจโลกที่กำลังก่อตัว

เมื่อประเด็นด้านยุทธศาสตร์และความมั่นคงของประเทศ เข้ามามีน้ำหนักเหนือ “ประสิทธิภาพ” ทางเศรษฐกิจ 

โจทย์สำคัญคือ ประเทศต่างๆ ควรปรับนโยบายอย่างไร เพื่อหาจุดสมดุลระหว่าง “การคว้าประโยชน์จากการเชื่อมโยงโลก” ควบคู่ไปกับ “การสร้างภูมิคุ้มกัน” ให้ธุรกิจและภาคครัวเรือน ซึ่งประเด็นนี้จะถูกหยิบยกขึ้นมาถกกันในเวทีวิชาการนานาชาติที่กรุงเทพฯ เดือนนี้

๐ ระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

โลกกำลังเคลื่อนจากยุคที่เศรษฐกิจโลกเชื่อมโยงกันสูง จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มต้นจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561 และทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ จนมาถึงยุค “ทรัมป์ 2.0” ที่สหรัฐฯ ได้ปรับขึ้นภาษีนำเข้าในวงกว้าง

อีกปรากฏการณ์สำคัญคือการกลับมาของนโยบายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก ขณะที่บางประเทศนำมาตรการเศรษฐกิจเชิงบีบบังคับมาใช้ เช่น มาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก ล่าสุด ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงต้นปี 2569 ทำให้เห็นชัดเจนว่าความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์สามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้น ระเบียบโลกที่เคยเป็นมาจึงกำลังถูกท้าทายอย่างหนัก นโยบายเศรษฐกิจ การค้าและลงทุนในอนาคตกำลังถูกเชื่อมโยงไปที่ประเด็นด้านยุทธศาสตร์ชาติ ภูมิรัฐศาสตร์ และการสร้างอำนาจต่อรองมากยิ่งขึ้น

๐ คลื่นกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

ความแตกแยกในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศนี้ ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ส่งออกเข้าถึงตลาดส่งออกยากขึ้น การแข่งขันในตลาดโลกทวีความรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน เม็ดเงินลงทุนและห่วงโซ่อุปทานโลกมีการโยกย้ายไปสู่ฐานการผลิตใหม่ ส่วนธุรกิจต้องเผชิญความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งย่อมกระทบต่อการตัดสินใจลงทุน

ความแตกแยกในเศรษฐกิจโลกเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่อประเทศไทย ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยได้ประโยชน์จากเป็นฐานการส่งออกสำคัญในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม หากไทยไม่ปรับตัวอย่างจริงจัง ก็อาจสุ่มเสี่ยงที่จะสูญเสียความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลกได้

ทั้งจากนโยบายกีดกันทางการค้า การทะลักเข้ามาของสินค้าจีน รวมถึงการที่ประเทศอื่น ๆ ต่างก็ต้องพัฒนาขีดความสามารถให้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความท้าทายทั้งหมดนี้ได้ดี คือผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยที่ไม่ขยายตัวเลยตลอดช่วงห้าปีที่ผ่านมา สวนทางกับประเทศอื่น ๆ ตอกย้ำถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่แย่ลง และเป็นโจทย์สำคัญที่ไทยต้องเร่งหาคำตอบ

เมื่อระเบียบโลกเปลี่ยน: นัยต่อการค้า การลงทุนและกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ

๐ ความท้าทายต่อผู้ดำเนินนโยบาย

ผู้ดำเนินนโยบายทุกประเทศจึงต้องเผชิญกับความท้าทายในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจภายใต้ระเบียบโลกใหม่ ความแตกแยกที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาประเทศให้แข็งแกร่งและทนทานต่อความผันผวน ผ่านการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขัน และการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ระบบเศรษฐกิจ 

แต่โจทย์สำคัญคือ ประเทศจะมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งอย่างไรโดยที่ไม่ไปลดทอนผลประโยชน์จากความร่วมมือกับต่างประเทศ รวมไปถึงจะร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศอื่นอย่างไรที่จะสร้างประโยชน์ร่วมแก่ทุกฝ่าย

๐ ร่วมหาคำตอบในงานประชุมวิชาการนานาชาติ

เพื่อตอบคำถามข้างต้น ธนาคารแห่งประเทศไทย และสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ จึงร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการนานาชาติภายใต้หัวข้อ "Power, Markets, and Strategy in a Changing Global Order" ระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย.2569 เพื่อถกเถียงผลกระทบจากระเบียบโลกที่เปลี่ยนไป

ในงานจะมีการนำเสนองานวิจัยรวม 12 บทความจากนักวิชาการชั้นนำจากต่างประเทศ ซึ่งครอบคลุมหัวข้อตั้งแต่นโยบายอุตสาหกรรม ภูมิรัฐศาสตร์กับความแตกแยกในเศรษฐกิจโลก มาตรการคว่ำบาตร ไปจนถึงเรื่องการเงินดิจิทัล และยังมีปาฐกถาโดยศาสตราจารย์ Şebnem Kalemli-Özcan จากมหาวิทยาลัยบราวน์

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือเวทีเสวนาหัวข้อ “Policy in a World of Strategic Interdependence” ซึ่งมุ่งตอบคำถามที่ว่า ผู้ดำเนินนโยบายจะรักษาประโยชน์จากการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ รวมถึงปรับตัวต่อระเบียบโลกที่เปลี่ยนไปอย่างไร โดยผู้เสวนาจะถกกันถึงนัยเชิงนโยบายทั้งนโยบายเศรษฐกิจในระดับประเทศ ความร่วมมือระดับภูมิภาค รวมทั้งบทบาทขององค์กรระหว่างประเทศ

งานประชุมวิชาการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ‘Road to Thailand’ ก่อนการประชุมประจำปีของ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคมนี้ และจะช่วยวางรากฐานความรู้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อ theme ของประเทศไทยในงานประชุมประจำปีที่ว่า “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience”

ในยุคที่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจถูกกำหนดด้วยยุทธศาสตร์และความมั่นคงของประเทศมากขึ้น คำถามเหล่านี้คือโจทย์ใหญ่ที่ทุกประเทศต้องเร่งหาคำตอบ ทั้งนี้ ธปท. มีแผนเผยแพร่สาระสำคัญจากปาฐกถาหลักและเวทีเสวนาเชิงนโยบายต่อสาธารณะภายหลังการประชุม เพื่อชวนทุกคนร่วมคิดและขับเคลื่อนทิศทางเศรษฐกิจโลกในอีก 10 ปีข้างหน้าไปด้วยกัน