วันนี้ไม่ว่าประเทศไหนในโลกก็ต่างทุ่มเทส่งเสริมการใช้งาน AI กันทั้งนั้น ผู้นำแทบทุกประเทศเชื่อว่า ผลิตภาพของผู้คนจะเพิ่มขึ้นได้ด้วยการใช้ AI แต่การสร้างทักษะ AI ไม่ได้ง่ายเหมือนกับการสร้างทักษะการใช้ซอฟต์แวร์ออฟฟิศ
ฝึกใช้แล้วใครๆ ก็พิมพ์งานด้วยซอฟต์แวร์ออฟฟิศได้ทั่วหน้า ไม่ต่างไปจากการฝึกใช้เครื่องคิดเลข
ใครที่บวกลบคูณหารเป็นก็ใช้เครื่องคิดเลขในการงาน ในชีวิตได้ ฝึกใช้ซอฟต์แวร์ออฟฟิศ แค่ฝึกให้ทำตามขั้นตอนของซอฟต์แวร์อย่างถูกต้อง จดจำเมนู และเข้าใจความหมายของเมนูต่างๆ ได้ ซึ่งถ้าฝึกกันแค่นี้คงทำได้แค่ จัดทำรายงาน แปลภาษา วาดรูป
AI จะช่วยเพิ่มผลิตภาพได้เต็มที่ต่อเมื่อใช้เติมเต็มประสิทธิผลในการคิดได้ ซึ่งคนต้องคิดแบบที่คนควรจะคิด ไม่ใช่แค่รู้ว่า ถ้าจะถามต้องส่งคำถามตรงไหน ถ้าจะให้ AI ช่วยสร้างภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ต้อง prompt ว่าอย่างไร อยากให้ AI ช่วยถอดเสียงการประชุมออกมาเป็นรายงานการประชุม ต้อง prompt กันอย่างไร
จะให้ AI มีบทบาทเป็นผู้ช่วยคิด คนต้องมีบทบาทเป็นผู้นำคิด ถ้าฝึกกันแบบสมัยซอฟต์แวร์ออฟฟิศ แทนที่จะทำงานเดิมได้ผลิตภาพมากขึ้น สุดท้ายจะกลายเป็นทุกอย่างต้องพึ่งพา AI บางงานที่เคยทำเองได้ ใช้ AI ไปสักพัก จะกลับมาทำเองไม่ได้
ในสังคมสูงอายุที่เติบโตมาในยุคอุตสาหกรรมการผลิตเฟื่องฟู ทักษะในการกำหนดเป้าหมายแตกต่างไปจากวันนี้มาก แต่ก่อนเป้าหมายคือ KPI ที่ไม่ต้องมาอธิบายเพิ่มเติมกันว่า KPI นี้จะเกิดขึ้นในบริบทใด เพราะบริบทค่อนข้างคงตัว ไม่เปลี่ยนแปลงไปเท่าใดนัก
การตรวจสอบว่าทำถูกทำผิดก็ว่ากันไปตาม KPI ที่ได้กำหนดไว้เป็นเป้าหมาย ที่สำคัญคือถ้าทำงานแล้ว ไม่ได้ผลตามเป้าหมาย ขั้นตอนการวิเคราะห์สาเหตุก็ไม่ซับซ้อนเช่นในปัจจุบัน
ถ้าอยากให้คนกลุ่มที่คุ้นเคยกับแนวทางทำงานดั่งเดิมนี้ เปลี่ยนมาทำงานโดยมี AI เป็นเครื่องช่วยคิด ต้องให้มีทักษะใหม่ในการกำหนดเป้าหมายที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
มีความสามารถใหม่ในการบอกเล่าบริบทใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มีทักษะใหม่ในการตรวจสอบว่าภายใต้บริบทใหม่นั้น อะไรบ้างที่ทำแล้วได้ผล อะไรบ้างที่ทำแล้วจะไม่ได้ผล สามารถคิดวิเคราะห์ได้มากกว่าคำตอบที่ AI บอกมา
แนวทางที่ได้ผลเร็วที่สุดในการสร้างทักษะใหม่นี้ คือ ร่วมทำงานที่ต้องการใช้ AI ไปพร้อมกับคนที่เชี่ยวชาญ เราไม่สามารถฝึกว่ายน้ำกับ e-learning หน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ เราฝึกว่ายน้ำกับครูที่ว่ายน้ำเก่ง ครูสอนว่ายน้ำต้องว่ายน้ำไปกับเรา ไม่ใช่แค่ตะโกนสั่งสอนอยู่ที่ขอบสระว่ายน้ำ
การสร้างทักษะ AI ที่แท้จริงให้กับคนแต่ละรุ่น ต้องการแนวทางและการมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญต่างกันมาก คนรุ่นหนึ่งอาจต้องทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Domain Knowledge ของงานที่อยากใช้ AI คนอีกรุ่นหนึ่งอาจต้องทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในเรื่องกระบวนการคิดที่มีประสิทธิผล ถ้าส่งไปผิดคน ทักษะ AI ยิ่งไปผิดที่ผิดทาง
การสร้างทักษะ AI ที่จะใช้ยกผลิตภาพของผู้คนได้อย่างแท้จริง ไม่ได้จบลงแค่ขั้นที่หนึ่ง คือ Operating AI เหมือนที่หลายคนกล่าวถึง ว่าจะทำ e-learning ฝึกให้สั่งโปรแกรม AI ให้จัดทำรายงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ ว่าจะฝึกให้ใช้ AI สรุปรายงานให้ได้
ว่าจะให้ใช้ AI แปลภาษาให้ได้ ว่าจะใช้ AI ช่วยวาดรูป ทำ Infographic ถ้าทำได้แค่นี้ ไม่ต้องเสียเงินไปสมัครใช้ โปรแกรม AI โปรแกรมฟรีที่เขาให้ใช้เพื่อให้ติดใจทำได้สบาย ๆ
ขั้นที่สอง ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับให้ AI ทำงานที่เราต้องการที่เหนือไปจากจัดทำรายงาน หรือแปลภาษา Directing AI คือกำหนดขั้นตอนการงานที่ต้องการให้ AI ทำได้ ควบคุมคุณภาพงานที่ AI ช่วยทำได้ ก่อนจะก้าวมาถึงขั้นที่สาม คือใช้ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิผลในการคิดและการตัดสินใจได้ Thinking with AI
ถ้าจะมาถึงขั้นนี้ได้ คนต้องมีทักษะพื้นฐานเพียงพอ AI ช่วยคิดร่วมกับคนที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ คนที่ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลใดไม่ได้ แม้ว่า AI จะมีคำตอบให้เสมอ แต่สำหรับคนที่ทักษะพื้นฐานไม่เพียงพอ คำตอบที่ได้นั้น อย่ามั่นใจว่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
คนใหญ่คนโตบางคนที่ไม่มีทักษะ AI เพียงพอ แล้วไปเอาคำตอบจาก AI มาบอกผู้คน กลายเป็นตัวตลกของสังคมมาเยอะแล้ว


