วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน 2569

Login
Login

ธรรมาภิบาลในยุคอัลกอริทึมและแพลตฟอร์ม

ปัจจุบัน คนไทยนับได้ว่าเข้ามาสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัวแล้ว (แต่อาจจะยังไม่รู้ตัว) เริ่มตั้งแต่สมัยแรกที่เราเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตส่งอีเมลก็คือจุดเริ่มต้นที่คนธรรมดาสามัญเริ่มเข้าสู่ยุคดิจิทัล

เดี๋ยวนี้ทุกคนไม่ใช่แค่อยู่ในยุคดิจิทัลแต่ยังเป็นมนุษย์แพลตฟอร์มกันไปหมดแล้ว 

จะซื้อข้าวของ อาหาร ของใช้ ก็ซื้อผ่านออนไลน์ ดูศิลปะ บันเทิง เล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือแม้แต่พยากรณ์ดวงชะตาชีวิตก็ดูบนแพลตฟอร์ม จะเดินทางไปไหนก็เรียกรถสาธารณะบนแพลตฟอร์ม ที่สำคัญที่สุดคือการเงินต่าง ๆ รวมทั้งการจ่ายเงินก็อยู่บนแพลตฟอร์มอีกนั่นแหละ แล้วอีกหลาย 10 ล้านคนยังรับเงินอุดหนุนจากรัฐบนแพลตฟอร์มอีกด้วย 

แพลตฟอร์มไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีเท่านั้นแต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ทางเศรษฐกิจและสังคมใหม่ ในโลกยุคก่อนแพลตฟอร์ม รัฐเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ของสังคม โดยเป็นผู้ออกและกำกับการใช้กฎหมาย ควบคุมข้อมูล กำกับตลาดและการจัดสรรทรัพยากร 

ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน แพลตฟอร์มออนไลน์จำนวนมากเริ่มเข้ามาทำหน้าที่นี้แทนรัฐบางส่วน หรือเข้ามาทำหน้าที่เพราะรัฐไม่สามารถที่จะขยายความสามารถในการรองรับไปให้บริการ ดูแล และกำกับได้ เช่น รัฐเคยควบคุมข้อมูลข่าวสารและเป็นผู้ให้ข่าวสารหลักแก่สังคม 

ปัจจุบันนี้ข่าวสารเกิดขึ้นมากมายบนแพลตฟอร์ม รวมทั้งมีโซเชียลมีเดียที่ประชาชนสื่อสารกันโดยตรง ในแต่ละแพลตฟอร์มก็มีอัลกอริทึมจัดลำดับข่าวและข้อมูล สังคมจึงได้รับข่าวและข้อมูลไม่เสมอภาคกันหรือไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มว่าของใครจะมีความโน้มเอียงไปในด้านใด

ในเรื่องตลาด รัฐเป็นผู้กำกับและแยกประเภทสินค้า กำหนดสินค้าที่ต้องถูกควบคุม แต่เวลานี้สินค้าต่าง ๆ ก็ตกอยู่ในอำนาจการจัดลำดับของอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มว่าสินค้าของใครจะได้ “ถูกเห็น” ก่อน

เดี๋ยวนี้อาวุธยุทโธปกรณ์ร้ายแรงก็ขายอยู่บนแพลตฟอร์มได้ จนอาจกลายเป็นที่มาของการเซาะกร่อนบ่อนทำลายความมั่นคงระดับชาติ มิหนำซ้ำแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ ยังมีอำนาจสูงในการจัดอันดับสินค้า 

ในเรื่องของการเดินทางรัฐเป็นผู้กำกับและให้บริการการเดินทางสาธารณะ แต่เวลานี้แพลตฟอร์ม เช่น Grab กลายเป็นผู้ให้บริการและกำกับการเดินทางสาธารณะบางส่วน รวบรวมผู้ให้บริการรายย่อยจำนวนมากไว้ด้วยกัน ซึ่งในเวลานี้ก็เริ่มมีปัญหาของความเป็นธรรมในด้านค่าตอบแทนของผู้ให้บริการรายย่อยบนแพลตฟอร์ม

นอกจากนี้ ข้อมูลสำหรับการเดินทางก็ยังกำกับโดย Google Maps ซึ่งมีผลต่อการไหลของการจราจร ดังนั้น การให้ตำรวจจราจรโบกรถเป็นจุด ๆ กลายเป็นเรื่องล้าสมัยไร้ประสิทธิภาพไปโดยปริยาย 

ในด้านข้อมูล ซึ่งรัฐเคยมีอำนาจการครอบครองและมีไว้ในครอบครองสูงสุดและถือว่าเป็นที่มาของอำนาจ บัดนี้กลายเป็นว่าแพลตฟอร์มมีข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรมของประชาชนจำนวนมหาศาลกว่าของรัฐ และแพลตฟอร์มสามารถดึงมาใช้ได้อย่างฉับพลันทันที แต่ประชาชนต้องซื้อข้อมูลเหล่านี้จากแพลตฟอร์มในราคาสูง

๐ อัลกอริทึมคืออะไร

อัลกอริทึมคือ ชุดคำสั่งหรือกฎการทำงานเป็นขั้นตอนอย่างเป็นระบบที่ฝังอยู่ในแพลตฟอร์ม อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเหมือนกับสูตรและขั้นตอนการทำอาหารซึ่งเราจะต้องทำทีละขั้น เช่น ล้าง ตัดเป็นชิ้น ซอยหอมกระเทียม ตั้งกระทะ ฯลฯ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่จะต้องทำต่อเนื่อง 

มนุษย์ใช้อัลกอริทึมในสมองของเราในชีวิตประจำวันมาโดยตลอด แต่ในปัจจุบันกลับมีระบบที่ฝังอยู่ในชิปของแพลตฟอร์มอีกด้วย อัลกอริทึมสมัยใหม่มี 3 ส่วนใหญ่ ๆ 1.เก็บข้อมูลผู้ใช้แพลตฟอร์มว่ากดอะไร หยุดดูตรงไหน คุยกับใคร ซื้ออะไร เดินทางที่ไหน ชอบหรือเกลียดอะไรพูดง่าย ๆ คือ อัลกอริทึมสามารถ “สังเกตพฤติกรรม” 

2.เรียนรู้ รูปแบบ แพลตฟอร์มเริ่มเห็นว่าคนแบบนี้มักซื้อของแบบนี้ คนอายุประมาณนี้มักชอบข่าวแบบนี้ ข่าวดรามาทำให้คนอยู่ในแอปนาน การเรียนรู้เหล่านี้เรียกว่า AI หรือ machine learning ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากข้อมูล 

ทีนี้มาถึงข้อ 3.ที่น่าสนใจที่สุดคือ อัลกอริทึมสร้างอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเรา เริ่มต้นที่การจัดลำดับ เช่น คลิปไหนควรขึ้นก่อน ใครควรถูกแบน ใครควรได้กู้เงิน คนไหนน่าสงสัย ควรส่งข้อมูลประเภทไหนให้ใคร

เมื่อเราได้รับข้อมูลซ้ำ ๆ ในบางเรื่อง เราก็เริ่มตัดสินใจตามข้อเสนอที่เราเห็น อัลกอริทึมคือผู้บอกบทหลังฉากในตอนต้นแล้วกลายเป็นผู้พิพากษาหลังบัลลังก์ในตอนท้าย

ปัจจุบันคนจำนวนมากใช้ชีวิตผ่านแพลตฟอร์ม เมื่อแพลตฟอร์มใช้อัลกอริทึมควบคุม อัลกอริทึมจึงกลายเป็น “ผู้กำหนดพฤติกรรมสังคม” ไปโดยปริยาย

๐ แล้วทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาลอย่างไร? 

เมื่ออัลกอริทึมกำหนดได้ว่าใครเห็นอะไร อะไรควรถูกมองเห็น ใครควรถูกลดการมองเห็น อัลกอริทึมก็เริ่มกลายเป็น “กฎที่มองไม่เห็น” ซึ่งสามารถกำกับพฤติกรรมของผู้คน โดยที่ผู้ใช้จำนวนมากไม่ทราบว่าระบบเหล่านี้ทำงานอย่างไร และตนเองกำลังถูกกำกับอย่างไร

เมื่อแพลตฟอร์มมีอำนาจในการจัดลำดับข้อมูล ควบคุมตลาด และกำหนดการเห็น แพลตฟอร์มจึงกลายเป็นผู้ใช้อำนาจรูปแบบใหม่ และเมื่อธรรมาภิบาลคือ การจัดระบบของการใช้อำนาจอย่างเป็นธรรม จึงจำเป็นที่จะต้องมีการจัดระบบของแพลตฟอร์มและอัลกอริทึมให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

คำถามสำคัญทางธรรมาภิบาลด้านดิจิทัลก็คือ อัลกอริทึมโปร่งใสหรือไม่ มีความรับผิดชอบ (accountability) หรือไม่ มีอคติ (bias) หรือเลือกปฏิบัติหรือไม่ และใครเป็นผู้ตรวจสอบแพลตฟอร์มเหล่านี้

ตัวอย่างเช่น Amazon สามารถใช้อัลกอริทึมดันสินค้าของตนเอง Google สามารถกำหนดว่าเว็บไซต์ใดจะถูกค้นพบ และ TikTok หรือ Facebook สามารถกำหนดว่าเรื่องเล่า (narrative) ของใครจะกลายเป็นกระแสหลัก

ปัญหาสำคัญคืออัลกอริทึมจำนวนมากเป็นระบบปิด (proprietary systems) ซึ่งประชาชนและแม้แต่รัฐเองก็ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างแท้จริง 

แต่ในโลกดิจิทัล แม้รัฐจะเปิดข้อมูลมากขึ้น หากการไหลของข้อมูลถูกควบคุมโดยอัลกอริทึมของเอกชน ประชาชนก็อาจไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่สมบูรณ์หรือหลากหลายได้ สิ่งนี้ทำให้เกิดข้อกังวลว่า โลกกำลังเปลี่ยนจากการกำกับโดยกฎหมายรัฐไปสู่การกำกับโดยอัลกอริทึม ซึ่งส่วนหนึ่งของอำนาจใหม่นี้เป็นระบบอัตโนมัติที่ไม่โปร่งใส

ดังนั้น รัฐบาลเปิด (open government) ในยุคดิจิทัล ธรรมาภิบาลจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับธรรมาภิบาลของแพลตฟอร์มและอัลกอริทึมอีกด้วย เพราะมันกลายเป็น “สถาบันใช้อำนาจรูปแบบใหม่” ที่สามารถกำกับข้อมูล ตลาด และพฤติกรรมของสังคม โดยหลายครั้งอำนาจนี้มีขนาดใหญ่กว่ารัฐ แต่กลับถูกตรวจสอบน้อยกว่ารัฐมาก

รัฐบาลและผู้ใช้แพลตฟอร์มจึงต้องรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ สังคมจึงจะรอดพ้นจากกับดักอำนาจดิจิทัลยุคใหม่ได้!