วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน 2569

Login
Login

แผนฉบับที่ 14 สี่เรื่องที่ต้องผ่าตัดใหญ่

แผนฉบับที่ 14 สี่เรื่องที่ต้องผ่าตัดใหญ่

บทความสัปดาห์ที่แล้ว “แผนฉบับที่ 14 ทำไมเศรษฐกิจไทยโตต่ำ” สรุปว่า เศรษฐกิจไทยโตต่ำเพราะผลิตภาพการผลิตต่ำ และมีอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่เหนี่ยวรั้งไม่ให้เกิดการแก้ปัญหา

บทความวันนี้เป็นภาคสองที่ชี้ถึงสิ่งที่ต้องทำในแผนพัฒนาฉบับที่ 14 เพื่อแก้ปัญหา โดยมุ่งไปที่หัวใจของปัญหา หรือ Core Problems ที่เมื่อแก้แล้ว จะเปิดประตูให้การแก้ไขในส่วนอื่นเกิดขึ้นตามมาและง่ายขึ้น 

หัวใจของปัญหาเศรษฐกิจไทยในความเห็นผมมี 4 เรื่องที่ต้องแก้ให้สำเร็จในแผนฉบับที่ 14 แม้ต้องผ่าตัดใหญ่หรือปฏิรูปก็ต้องทํา เพราะถ้าไม่ทํา เศรษฐกิจจะเติบโตต่อยาก และประเทศจะติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางอย่างถาวร นี่คือประเด็นที่จะเขียนวันนี้

เศรษฐกิจคือ ระบบรวม (Integrated System) ของการเชื่อมต่อระบบย่อยต่างๆ ที่ทํางานร่วมกันเป็นระบบเดียวเพื่อการเติบโต เหมือนร่างกายมนุษย์ ขับเคลื่อนโดยแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ กลไกตลาด นโยบาย กฎระเบียบ ความเชื่อมั่น และเสถียรภาพ

ถ้าทุกอย่างไปได้ดี การเชื่อมต่อจะราบรื่น นำไปสู่การเติบโต แต่ถ้าบางระบบย่อยเสียหาย หรือปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ถูกต้อง เศรษฐกิจก็จะปรับตัวเพื่อให้สามารถไปต่อได้แม้ในระดับที่ลดลง

เหมือนร่างกายมนุษย์ ที่พอเจ็บป่วย ร่างกายก็จะมีกลไกภายในที่จะซ่อมแซมตัวเองให้หายป่วย แต่ถ้าจุดที่เป็นสาเหตุของการป่วยเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญกับระบบอื่นๆในร่างกาย หรือมีอุปสรรคขวางกั้นไม่ให้กลไกในร่างกายซ่อมแซมตนเอง อาการป่วยก็จะหนัก ไม่สามารถฟื้นตัวได้ ถ้าไม่มีการผ่าตัดแก้ไขจริงจัง

เศรษฐกิจไทยก็เช่นกัน เมื่อป่วย การแก้ปัญหาต้องมุ่งซ่อมแซมจุดที่เป็นสาเหตุหลักของการป่วย และลดอุปสรรคที่ขวางไม่ให้กลไกในระบบเศรษฐกิจซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งจุดเชื่อมต่อหลักในระบบเศรษฐกิจไทยที่ป่วย และอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้เศรษฐกิจซ่อมแซมตัวเองมี 4 เรื่อง

1.ความตกตํ่าของภาคเกษตรที่เป็นฐานรายได้หลักของคนไทยเกือบหนึ่งในสาม 2.ระบบราชการที่ต้องปฏิรูปเพื่อให้ทุกอย่างในระบบเศรษฐกิจถูกต้องและเดินต่อได้ 3.ระบบการศึกษา ที่เปิดโอกาสและเป็นพื้นฐานให้กับทุกส่วนในสังคมเติบโตด้วยทักษะ ความสามารถ และความรู้ที่ทันโลก

4.ปฏิรูปการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจ ที่เปิดโอกาสให้คนในสังคมสามารถสร้างตน สร้างฐานะ สร้างธุรกิจ และสร้างประเทศ ด้วยความเพียรและกลไกของระบบทุนนิยม

นี่คือสี่เรื่องที่ต้องทํา เป็นหัวใจของปัญหาที่ประเทศไทยประสบ และต้องแก้ไขให้สำเร็จในแผนที่ 14 ถ้าทำได้ทั้งสี่เรื่อง เรื่องอื่นๆ ที่เป็นปัญหาก็จะแก้ไขได้ด้วยตัวเอง ด้วยกลไกในระบบเศรษฐกิจเมื่อทุกอย่างดีขึ้น ทุกอย่างถูกต้องมากขึ้น ทั้งระบบ นโยบาย แรงจูงใจ การตัดสินใจและการจัดสรรทรัพยากรของรัฐ

เรื่องแรก ความตกต่ำของภาคเกษตร คือการกดทับศักยภาพของประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นภาพที่ตรงข้ามกับสิ่งที่กําลังเกิดขึ้นในโลกที่ความต้องการอาหาร โปรตีน น้ำสะอาด เพิ่มขึ้นแบบไม่รู้จบเพราะเป็นสิ่งที่คนทั้งโลกต้องการ แต่ภาคเกษตรไทยเข้าถึงโอกาสนี้ไม่ได้แม้มีความรู้ 

แม้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เพิ่มการผลิตมีมากมาย ราคาถูก และแม้ระบบราชการที่เก่งเรื่องเกษตรมีมากกว่า 25 หน่วยงาน ทุกอย่างอยู่แค่เอื้อม แต่ไม่เกิด มีการประเมินว่าถ้าทําได้ถูกต้องทั้งระบบ รายได้ภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้น 30% ระยะสั้นและ 3 ถึง 7 เท่าตัวช่วง 20 ปีข้างหน้า นี่คือสิ่งที่รออยู่ที่จะเปลี่ยนชีวิตประชากรเกือบหนึ่งในสามของประเทศ

การปฏิรูปภาคเกษตรต้องมีสามส่วน (1) ระบบบริหารจัดการนํ้าที่จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานทั่วประเทศ เสริมด้วยระบบชลประทานชุมชนตามเส้นทางนํ้า ที่สร้างคลองส่งนํ้า ฝาย บึง แก้มลิง และพื้นที่เก็บน้ำเพื่อการเพาะปลูก ป้องกันนํ้าท่วมน้ำแล้งแบบถาวร และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ทําโดยแรงงานชุมชนในพื้นที่ที่นํ้าไหลผ่าน 

(2) เมื่อมีน้ำ ใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ AI โดรน เพิ่มผลผลิตด้วยการเพาะปลูกที่แม่นยําขึ้น ต้นทุนการผลิตลดลง เปลี่ยนเกษตรผลิตภาพต่ำมาเป็นเกษตรผลิตภาพสูง

(3) แปรรูปสินค้าเกษตรที่ผลิตได้มากขึ้นสู่ตลาดโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการของตลาดโลก ผ่านเทคโนโลยีที่ทำให้เกษตรกรสามารถติดต่อผู้ซื้อในต่างประเทศได้โดยตรง ไม่ผ่านคนกลาง ทั้งหมดอยู่ในความสามารถของเศรษฐกิจที่จะทําได้

เรื่องที่สอง ปฏิรูประบบราชการที่จะทำให้ทุกอย่างในระบบเศรษฐกิจเดินหน้า เพราะภาคราชการมีอิทธิพลต่อนโยบาย คุมกฎระเบียบ และดูแลการใช้ทรัพยากรของรัฐคือ งบประมาณแผ่นดิน ถ้าทั้งสามเรื่องนี้ทําได้ถูกต้อง ภาครัฐก็จะเป็นตัวส่งให้เศรษฐกิจเติบโต

เป้าหมายของการปฏิรูปควรมุ่งทําให้ระบบราชการมีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ทํา โปร่งใส สามารถรักษาคนดีคนเก่งให้อยู่ในราชการต่อไป โดยลดระบบอุปถัมภ์ การทุจริตคอร์รัปชัน และปรับระบบการทํางานให้รวดเร็ว ทันสมัย

โดยใช้เทคโนโลยี ปรับระบบแรงจูงใจ การตรวจสอบ มีการโยกย้ายเลื่อนตำแหน่งตามความสามารถ ยกระดับข้าราชการระดับสูงให้เป็นนักบริหารอาชีพที่สามารถทำงานและรับตำแหน่งข้ามกระทรวงได้ ระบบงานเหล่านี้จะลดจำนวนบุคลากรในภาคราชการ

เรื่องที่สาม การศึกษาคือการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับประเทศซึ่งเป็นหัวใจของความอยู่รอดของประเทศ ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน การปฏิรูปการศึกษาต้องมุ่งสร้างคนไทยรุ่นต่อไปให้รอบรู้ คิดเป็น ทันโลก มีทักษะที่จะอยู่ได้และแข่งขันได้ในฐานะพลเมืองโลก มีความรู้ตรงกับความต้องการของเศรษฐกิจ และระบบการศึกษาให้โอกาสผู้สูงวัยมีพื้นที่ในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่

การปฏิรูปต้องยกเครื่องหลักสูตรการศึกษาโดยให้ความสําคัญกับการสร้างทักษะพื้นฐานให้นักเรียน เช่น คณิตศาสตร์ ภาษา ดิจิทัล ความคิดเชิงวิพากษ์ และวิทยาศาสตร์ ผลิตครูที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน เปิดระบบการศึกษาให้สังคมมีโอกาสเรียนรู้ต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทักษะและสร้างโอกาสให้คนสูงวัยกลับเข้าตลาดแรงงาน

เรื่องที่สี่ ปฏิรูประบบการแข่งขันในภาคธุรกิจ เศรษฐกิจที่แข่งขันคือโอกาสของประชาชนที่จะใช้การทําธุรกิจเป็นเส้นทางยกระดับชีวิตและสถานะในสังคม นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จขณะนี้ก็มาจากการใช้โอกาสนี้ ได้ประโยชน์จากระบบการแข่งขันที่เปิด ไต่เต้าจนประสบความสำเร็จ ตรงกันข้าม ระบบการค้าที่ปิดหรือแข่งขันน้อยคือการปิดโอกาสนี้ให้กับประชาชน

การปฏิรูปจึงจำเป็น และควรมุ่งไปที่กฎระเบียบ และการดูแลกฎระเบียบของภาครัฐที่สร้างความไม่เท่าเทียมในการแข่งขัน ยกเลิกนโยบายกีดกันทางการค้าที่ปกป้องผู้เล่นในประเทศจากการแข่งขัน การกํากับดูแลการแข่งขันต้องเป็นไปตามกฎหมาย เป็นอิสระ

ปลอดจากอิทธิพลของผู้เล่นในตลาด และเปลี่ยนการลงโทษเมื่อธุรกิจทําผิด เช่น ฮั้ว เป็นการปรับด้วยจํานวนเงินที่สูง ไม่ใช่ลงโทษทางอาญา เพื่อให้เข็ดหลาบ เป็นต้น

นี่คือสี่เรื่องใหญ่ที่ต้องทํา เป็นปัญหาโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย ซึ่งถ้าปฏิรูปทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ถ้าไม่ทําประเทศก็จะไปต่อหรือเติบโตสูงขึ้นไม่ได้ เราจึงต้องสนับสนุนให้การปฏิรูปเกิดขึ้นเพื่ออนาคตของประเทศ สนับสนุนให้สภาพัฒน์บรรจุสี่เรื่องนี้เป็นหัวใจของแผนพัฒนาฉบับที่ 14 ที่ประชาชนทุกส่วนสนับสนุน ร่วมกันทํา ร่วมกันผลักดัน

 

แผนฉบับที่ 14 สี่เรื่องที่ต้องผ่าตัดใหญ่