มีคำกล่าวในภาษาไทยว่า เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก และเมื่อวาระการดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยของดิฉันใกล้จะสิ้นสุดลง
คำกล่าวนี้ยิ่งดูจะตรงกับความรู้สึกของดิฉันอย่างมากดิฉันรู้สึกราวกับว่าเพิ่งจะเมื่อวานนี้เองที่ได้เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 และได้เข้าเฝ้าถวายสาส์นตราตั้งต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยยังสวมหน้ากากอนามัย ในช่วงเวลานั้น โลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน และก็แสดงให้เห็นถึงการต่อสู้เพื่อฟื้นตัว
ไม่ว่าจะในช่วงเวลาที่ดีหรือไม่ดี ไทยและออสเตรเลียจะยืนหยัดเคียงข้างกัน โดยมีความเป็นหุ้นส่วนที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ประสบการณ์ร่วม และจุดมุ่งหมายเดียวกัน ความเป็นหุ้นส่วนนี้สะท้อนให้เห็นผ่านความร่วมมือเชิงปฏิบัติที่ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ชุมชน ประเทศ และภูมิภาคของเรา
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน คือ ความร่วมมือภายใต้ปฏิบัติการ Taskforce Storm ออสเตรเลีย-ไทย ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กันเพื่อสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ โดยในปีที่ผ่านมาเพียงปีเดียว สามารถสกัดกั้นการพยายามลักลอบขนส่งยาเสพติดได้มากกว่า 220 ครั้ง และนับตั้งแต่ปี 2559 ได้มีส่วนร่วมในการยึดยาเสพติดรวมกว่า 14 ตัน
ต่อมาในปี 2567 ดิฉันได้ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของไทย เปิดศูนย์ความเป็นเลิศด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์แห่งแรกของไทย ซึ่งมุ่งพัฒนาศักยภาพของบุคลากรเพื่อจัดการกับประเด็นความท้าทายเร่งด่วนที่สุดประเด็นหนึ่งในภูมิภาคของเรา
ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความร่วมมือด้านความมั่นคงเท่านั้น สำนักงานวิทยาศาสตร์แห่งชาติของออสเตรเลีย (CSIRO) ได้ร่วมมือกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของไทยในการผลิตวัคซีน
ขณะเดียวกันการลงทุนด้านพลังงานสีเขียวจาก Export Finance Australia ก็ช่วยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานของไทย
รายงานยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่ ปี 2583 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังคงสนับสนุนไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ตลอดจนการปฏิรูปกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ในระดับท้องถิ่น ความร่วมมือได้ส่งผลที่เป็นรูปธรรมต่อชุมชนของเรา เราได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครสร้างสนามเด็กเล่นที่ออกแบบในธีมออสเตรเลียที่สวนลุมพินี ซึ่งเป็นสนามเด็กเล่นแห่งแรกในสวนสาธารณะของกรุงเทพฯ ที่รองรับการใช้งานสำหรับผู้ใช้รถเข็น
นอกจากนี้ เรายังร่วมพัฒนาพื้นที่ฝังกลบในย่านอ่อนนุชให้กลายเป็นสวนป่าในเมืองและพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งสร้างประโยชน์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจให้แก่ชาวกรุงเทพฯ
ตัวเลขและโครงการต่าง ๆ บอกเล่าเรื่องราวได้เพียงบางส่วน สิ่งที่น่าประทับใจสำหรับดิฉันมากที่สุด คือความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียและไทยที่เข้มแข็ง ซึ่งไม่ได้ตั้งอยู่บนข้อตกลงที่เป็นทางการหรือกรอบนโยบายเพียงเท่านั้น แต่ยังตั้งอยู่บนสิ่งที่ยั่งยืนยิ่งกว่า นั่นคือผู้คนของเรา
สิ่งที่ดิฉันจะจดจำได้ชัดเจนที่สุดคือ ความเชื่อมโยงระหว่างผู้คนนับไม่ถ้วนที่นำพาประเทศของเรามาใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น นับเป็นความน่ายินดี และบางครั้งก็น่าประหลาดใจ ที่ได้เห็นว่าไทยและออสเตรเลียเชื่อมโยงกันลึกซึ้งเพียงใด ไม่ว่าในการประชุมทางการหรืองานเลี้ยงในชุมชน
ดิฉันได้พบคนไทยมากมายที่มีความเชื่อมโยงส่วนตัวกับออสเตรเลีย และมีอีกหลายท่านที่มีลูกชาย น้องสาว หรือเพื่อนที่ทำงาน อาศัยอยู่ หรือเรียนที่ออสเตรเลีย
เครือข่ายศิษย์เก่าออสเตรเลียในไทยครอบคลุมตั้งแต่เชียงใหม่ ไปจนถึงขอนแก่น และปัตตานี แม้แต่ประวัติศาสตร์ของเราก็พาดผ่านกันในทางที่ไม่คาดคิด ตั้งแต่ต้นแมคคาเดเมียในจังหวัดเชียงรายที่มีแหล่งกำเนิดมาจากออสเตรเลีย
ไปจนถึงความเชื่อมโยงระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอดีตผู้สำเร็จราชการออสเตรเลีย พลเอก เดวิด เฮอร์ลีย์ ที่ได้เป็นพระสหายร่วมชั้น ณ วิทยาลัยวิชาการทหารดันทรูน
สายสัมพันธ์เช่นนี้เป็นรากฐานในความสัมพันธ์ระหว่างเรา ได้ถูกเติมเต็มในช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจอย่างเช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียมอันเป็นก้าวสำคัญของไทย และในช่วงเวลาที่ท้าทาย เมื่อชุมชนต่าง ๆ ร่วมแรงร่วมใจกันในยามเกิดวิกฤติ เช่น เหตุแผ่นดินไหว
สายสัมพันธ์ยังสามารถรับรู้ได้ผ่านการรำลึก นับเป็นเกียรติที่ได้ร่วมพิธีวันแอนแซคในจังหวัดกาญจนบุรี ที่มีชาวออสเตรเลียและชาวไทยยืนหยัดเคียงข้างกันเพื่อรำลึกถึงอดีต พร้อมกับมองไปสู่อนาคตร่วมกัน
ในปีหน้าออสเตรเลียและไทยจะเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต เป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความร่วมมือแน่นแฟ้นที่ดำเนินมาและสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนทั้งสองประเทศ
ดิฉันซาบซึ้งใจในความอบอุ่น ความเปิดกว้าง และมิตรภาพที่รัฐบาลไทยและคนไทยมอบให้ตลอดช่วงเวลาที่นี่ ดิฉันขอขอบคุณเจ้าหน้าที่สถานทูตและชุมชนชาวออสเตรเลียและไทยในวงกว้าง ผลงานของพวกเขาได้ช่วยกระชับสายสัมพันธ์ระหว่างประเทศเราให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง
นับเป็นเกียรติที่ได้รับหน้าที่เป็น เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย แม้ดิฉันจะคิดถึงประเทศไทย แต่ดิฉันก็ได้อำลาตำแหน่งโดยรู้ว่าสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนของเราได้เข้มแข็งขึ้นกว่าที่เคย ดิฉันจะหาทางกลับมาเยือนไทยอีกอย่างแน่นอนค่ะ

