วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม 2569

Login
Login

อนาคตการตัดสินใจ: สัญชาตญาณสู่ปัญญาร่วม

อนาคตการตัดสินใจ: สัญชาตญาณสู่ปัญญาร่วม

ผมสังเกตเห็นว่า ในทุกวันนี้คนเริ่มโยนการตัดสินใจไปที่เอไอมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องการขอข้อมูล การให้ช่วยคิดช่วยอธิบาย การระดมสมอง การสร้างเนื้อหาต่างๆ

โดยเฉพาะการมาถึงของเอไอยุคใหม่ในกลุ่ม Agentic AI รวมถึงความก้าวหน้าของเอไอ ทั้งในเชิงโมเดลใหม่ๆ การมีโหมดความคิด (Thinking Mode) รวมถึงความสามารถในการเขียนโค้ดและสร้างซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ขึ้นมาได้ดีมาก

เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีตยุคก่อนประวัติศาสตร์ การตัดสินใจของมนุษย์มักจะผูกอยู่กับการเอาตัวรอดอย่างใกล้ชิด เพราะมนุษย์ยุคก่อนยังไม่มีรายงาน แผนที่ แบบจำลองพยากรณ์ จึงใช้ร่างกาย ประสาทสัมผัส ความทรงจำ และการสังเกตเป็นเครื่องมือตัดสินใจ

เพื่อเลือกว่าจะล่าเมื่อไร หนีไปทางไหน กินพืชชนิดใดได้ หรือควรตั้งถิ่นฐานใกล้แหล่งน้ำแบบไหน ล้วนเกิดจากประสบการณ์ที่ฝังอยู่ในชีวิตประจำวัน

เมื่อมนุษย์เริ่มอยู่กันเป็นกลุ่ม การตัดสินใจเริ่มขยับออกจากเรื่องของบุคคลคนเดียว เป็นความทรงจำของกลุ่ม ผ่านผู้นำเผ่า ผู้เฒ่า นักรบ หมอผี หรือผู้ที่เคยผ่านภัยและความเปลี่ยนแปลงมาก่อน คนเหล่านี้กลายเป็นแหล่งอ้างอิงของการตัดสินใจ จากความสามารถในการจดจำฤดูกาล เส้นทางอพยพ พฤติกรรมสัตว์ หรือวิธีรับมือภัยธรรมชาติ 

ต่อมา เมื่อสังคมขยายตัว การตัดสินใจต้องการหลักยึดที่มั่นคงกว่าความจำของผู้นำคนใดคนหนึ่ง ดังนั้น ศาสนา จารีต พิธีกรรม จึงเข้ามาทำหน้าที่บอกว่าอะไรถูก อะไรผิด การตัดสินใจในยุคนี้ตั้งอยู่บนความหมายร่วมมากกว่าหลักฐานเชิงปริมาณ

การเกิดขึ้นของรัฐสมัยใหม่และระบบราชการทำให้การตัดสินใจเข้าสู่ยุคของกฎหมาย เอกสาร ขั้นตอน และอำนาจหน้าที่ การตัดสินใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับบารมีของผู้นำหรือความศักดิ์สิทธิ์ของจารีตเท่านั้น แต่อยู่ในโครงสร้างสถาบัน ตำแหน่ง สายบังคับบัญชา และมีระเบียบรองรับ

ในปัจจุบัน มนุษย์เริ่มเชื่อว่าการตัดสินใจที่ดีควรตั้งอยู่บนข้อมูล หลักฐาน และการวิเคราะห์เชิงเหตุผล ตัวเลขสถิติทำให้รัฐและองค์กรเห็นสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็น เช่น อัตราการเกิด การตาย ความยากจน การว่างงาน ตัวเลขทำให้ปัญหาที่เคยเป็นเพียงความรู้สึกกลายเป็นสิ่งที่วัด เปรียบเทียบ และติดตามได้ในสังคมที่มีคนจำนวนมาก

แต่ข้อมูลสถิติแบบเดิมมีข้อจำกัดสำคัญ เพราะเป็นข้อมูลย้อนหลัง โลกดิจิทัลจึงได้ผลักมนุษย์เข้าสู่ยุค Big Data ที่ข้อมูลมาจากโทรศัพท์มือถือ เซนเซอร์ ดาวเทียม แพลตฟอร์มออนไลน์ ธุรกรรมดิจิทัล และพฤติกรรมจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นแทบทุกวินาที

ทุกวันนี้ ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาในฐานะเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจ เอไอสามารถช่วยคาดการณ์แนวโน้ม วิเคราะห์ความเสี่ยง จัดลำดับความสำคัญ เสนอทางเลือก หรือจำลองผลลัพธ์ของการกระทำ นโยบายและกลยุทธ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว 

เรากำลังเข้าสู่ยุคของ AI Agents หรือระบบ AI หลายตัวที่มีบทบาทเฉพาะและทำงานร่วมกันได้ ตัวหนึ่งอาจรวบรวมข้อมูล ตัวหนึ่งตรวจสอบกฎหมาย ตัวหนึ่งวิเคราะห์ความเสี่ยง ตัวหนึ่งจำลองผลกระทบทางเศรษฐกิจ และอีกตัวหนึ่งสรุปข้อเสนอให้ผู้บริหารพิจารณา การตัดสินใจจึงเกิดจากทีมของปัญญาประดิษฐ์ที่ประสานงานกันอยู่เบื้องหลัง ซึ่งอาจช่วยให้มนุษย์จัดการปัญหาซับซ้อนได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม การมีข้อมูลและเอไอไม่ได้แปลว่าคนเราจะตัดสินใจดีขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะข้อมูลอาจมีอคติ โมเดลอาจอธิบายไม่ได้ การคาดการณ์ที่แม่นยำในข้อมูลอดีต ก็อาจใช้ไม่ได้สำหรับอนาคต ในอนาคต มนุษย์อาจเชื่อเอไอมากเกินไปจนลดทอนวิจารณญาณของตนเองหากเราพึ่งพาเอไอมากจนเกินไป

ถัดจาก AI Agents อนาคตที่ไปไกลขึ้นคือ Human-AI Symbiosis หรือการผสานกันระหว่างมนุษย์กับเอไอแบบทันที (real-time) เอไอจะเป็นคู่คิดที่ฝังอยู่ในกระบวนการตัดสินใจประจำวัน

ผู้บริหารสามารถเห็นผลกระทบของทางเลือกหลายแบบทันทีขณะประชุม แพทย์สามารถใช้เอไออ่านข้อมูลผู้ป่วยประกอบกับประสบการณ์ทางคลินิก นักวางแผนเมืองสามารถจำลองผลกระทบของถนน เขื่อน พื้นที่สีเขียว และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในฉากทัศน์ต่าง ๆ พร้อมกัน

อนาคตที่ไกลไปกว่านั้น การตัดสินใจน่าจะต้องถูกยกระดับเพื่อรับมือกับปัญหาใหญ่หลายอย่างในศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโลกร้อน (climate change) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ วิกฤติน้ำ ภัยพิบัติ โรคระบาด หรือความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล

อย่างที่แนวคิด ปัญญาดาวเคราะห์ (Planetary Intelligence) ที่เสนอว่าการตัดสินใจอาจต้องเชื่อมข้อมูลจากมนุษย์ เอไอ ดาวเทียม เซนเซอร์ ระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และสถาบันระหว่างประเทศเข้าด้วยกัน เพื่อให้เราเห็นผลกระทบต่อระบบที่ใหญ่กว่าตัวเราเอง

ทุกวันนี้ เราเห็นการโยนการตัดสินใจไปที่เอไอมากขึ้น คนที่หนึ่ง (หัวหน้า อาจารย์ ผู้บริหาร ฯลฯ) เอาความคิดเห็นจากเอไอส่งไปที่คนที่สอง (ลูกน้อง นักศึกษา พนักงาน ฯลฯ) แล้วคนที่สองก็นำความเห็นนั้นโยนให้เอไอประมวลผล แล้วส่งกลับไปที่คนที่หนึ่ง

แล้วก็เกิดวนซ้ำ หากกระบวนการนี้มนุษย์ใช้การคิดของตนเองน้อยลงไปเรื่อยๆ ภาพที่เห็นก็คือเป็นเอไอ 2 ตัวที่กำลังคุยกันผ่านมนุษย์ 2 คนเท่านั้น เผลอๆ เป็นเอไอตัวเดียวคุยกับตัวเองด้วยซ้ำ

อนาคตของการตัดสินใจจึงไม่ใช่การให้เอไอคิดแทนมนุษย์ แต่คือ การใช้เอไอเพื่อทำให้มนุษย์คิดลึกขึ้น รอบด้านขึ้น และรับผิดชอบมากขึ้น เพราะหากมนุษย์หยุดตั้งคำถาม วันหนึ่งเราอาจไม่ได้ใช้เอไอตัดสินใจ แต่กลายเป็นเพียงทางผ่านให้เอไอตัดสินใจแทนกันเอง

 

อนาคตการตัดสินใจ: สัญชาตญาณสู่ปัญญาร่วม