เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสดูภาพยนตร์ The Devil Wears Prada 2 ซึ่งเพิ่งเข้าฉายในเดือนพฤษภาคม 2569 เมื่อดูจบแล้วนั่งนิ่งไปนานพักหนึ่ง เพราะภาพยนตร์ได้สะท้อนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับโลกแห่งการทำงานในปัจจุบันได้อย่างแม่นยำจนน่าใจหาย
ฉากที่ตรึงใจผู้เขียนที่สุดคือ บทสนทนาของตัวละครหนึ่งที่พูดว่า “The future just comes rushing at us like the lava of Pompeii. And our job is to just let it take what it wants to take.” _ อนาคตกำลังพุ่งเข้าหาเราเหมือนลาวาแห่งเมืองปอมเปอี และหน้าที่ของเราคือ ปล่อยให้มันพัดพาอะไรไปก็ตามที่มันต้องการ ถ้อยคำนี้สะท้อนความจริงที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่
ภาคแรกของ Devil Wears Prada เมื่อปี 2549 โลกยังไม่รู้จัก iPhone และเป็นโลกที่ Runway Magazine และ Miranda Priestly (ที่มีแรงบันดาลใจจาก Anna Wintour บรรณาธิการบริหารระดับตำนานของนิตยสารแฟชั่น Vogue สหรัฐอเมริกา)
คือ ศูนย์กลางแห่งอำนาจในโลกแฟชั่น การตัดสินใจของบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นส่งผลกระเทือนไปทั่วห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่นักออกแบบ ช่างภาพ ไปจนถึงผู้บริโภคทั่วไป
แต่ภาคสองเดินเรื่องในโลกที่อำนาจนั้นพังทลายแล้ว สื่อสิ่งพิมพ์ถูก social media กัดกร่อนจนถึงแก่น influencer บน TikTok และ Instagram สร้าง trend โดยไม่ต้องง้อบรรณาธิการ อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มดิจิทัลตัดสินว่าอะไรคือ “in” และ “out” แทนที่มนุษย์ผู้เชี่ยวชาญ และ AI กำลังเข้ามาทำงาน copywriting, content creation, และ visual design ในราคาเกือบเป็นศูนย์
นอกจากสื่อสิ่งพิมพ์และนิตยสารจะเผชิญเรื่องนี้แล้ว ธุรกิจอื่นๆ ที่จ้างมนุษย์เงินเดือนใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว (White Collar worker) เช่น สถาบันการเงิน สำนักงานกฎหมาย บริษัทที่ปรึกษา และองค์กรอื่นๆ ต่างเผชิญปัญหานี้ทั้งสิ้น
The Economist เพิ่งรายงานผลการวิเคราะห์ที่น่าสนใจ โดยใช้ข้อมูลการสำรวจบัณฑิตใหม่จาก National Association of Colleges and Employers ของสหรัฐ พบว่าระหว่างปี 2565_2567 บัณฑิตในสาขาที่ถูก AI กระทบมากที่สุด ได้แก่ Computer Science, Computer Engineering และ Information Science
เผชิญกับอัตราการจ้างงานเต็มเวลาที่ลดลงถึง 6.6% (percentage points) เทียบกับเพียง 1.5% (percentage points) ในสาขาที่ถูกกระทบน้อย เช่น วิศวกรรมโยธาหรือปรัชญา
ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ อัตราการจ้างงานเต็มเวลาของบัณฑิต Computer Science ร่วงจาก 70% เหลือเพียง 55% ภายในสามปีนับจากที่ ChatGPT เปิดตัวในปี 2565 และยอดผู้ลงทะเบียนเรียน Computer Science ในระดับปริญญาตรีของสหรัฐลดลง 11% ในปี 2568 ขณะที่ Computer Programming หดตัวถึง 26% นี่คือ สัญญาณเตือนที่ชัดเจนของตลาดแรงงาน
นักเศรษฐศาสตร์มักบอกเราว่าอย่าตื่นตกใจ ประวัติศาสตร์ยืนยันว่าเทคโนโลยีสร้างงานใหม่เสมอ แม้แต่ในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่คนงานในโรงทอผ้าลุกขึ้นทุบทำลายเครื่องจักรกล (Luddites) อัตราการว่างงานโดยรวมก็ไม่เคยพุ่งสูงอย่างที่หวาดกลัว
แต่ประวัติศาสตร์ครั้งนี้อาจให้บทเรียนได้ไม่เพียงพอ เพราะ AI กำลังพัฒนาเร็วกว่าการแพร่กระจายของเทคโนโลยีในอดีตทุกยุค สิ่งที่เคยใช้เวลาหลายทศวรรษอาจเหลือเพียงไม่กี่ปีในครั้งนี้
นอกจากนี้ งานที่ถูก AI คุกคามครั้งนี้ไม่ใช่งาน blue collar ในโรงงานหรือภาคเกษตรเหมือนในอดีต แต่เป็นงาน white collar ที่ต้องใช้การศึกษาสูง ซึ่งแต่เดิมถือว่าปลอดภัย เช่น ทนายความ นักเศรษฐศาสตร์ นักวิเคราะห์การเงิน นักเขียน โปรแกรมเมอร์ และนักวิจัย _ อาชีพเหล่านี้กำลังเผชิญกับมวลมหาลาวาครั้งนี้ทั้งสิ้น
สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนได้ดีกว่าข้อมูลทางเศรษฐศาสตร์คือ มิติทางจิตวิทยาและสังคม คนทำงานในยุคนี้ไม่ได้กังวลเพียงว่าจะตกงานหรือไม่ แต่กังวลว่า “ตัวตน” ของตัวเองจะยังมีความหมายอยู่ไหม
ใน Devil Wears Prada 2 ตัวละครไม่ได้แค่ต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม แต่กำลังตั้งคำถามกับตัวเองว่าทักษะและประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิต ยังมีคุณค่าอยู่ในโลกที่อัลกอริทึมทำทุกอย่างได้เร็วกว่าและถูกกว่า
การสำรวจของ Harvard Kennedy School พบว่ากว่าครึ่งของคนหนุ่มสาวชาวอเมริกันมองว่า AI คือ ภัยคุกคามต่อโอกาสในการทำงานของตัวเอง และเจ็ดในสิบชาวอเมริกันเชื่อว่า AI จะทำให้หางานยากขึ้น
เมื่ออนาคตกำลังไหลบ่าเข้ามาเช่นนี้ ผู้กำหนดนโยบายอาจต้องมีแนวนโยบายในการรับมือ หนึ่งในนโยบายที่น่าสนใจได้การออกแบบระบบรองรับทางสังคม (Social safety net) ที่ทันสมัย เช่น wage insurance หรือการที่รัฐชดเชยส่วนต่างของรายได้ให้ชั่วคราวเมื่อต้องไปรับงานใหม่ที่ค่าจ้างต่ำกว่าเดิมสำหรับคนที่ต้องปรับตัวหลังถูกเลิกจ้าง
และโครงการ active labor-market policy อันได้แก่ การที่รัฐเข้ามาช่วยผู้ตกงานผ่านการฝึกอบรม จับคู่งาน และให้คำปรึกษา แทนที่จะแค่จ่ายเงินช่วยเหลือแล้วปล่อยให้คนว่างงานหาทางออกเอง ซึ่งเป็นโมเดลที่เดนมาร์กใช้ที่ช่วยให้คนหางานใหม่ได้เร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ในกรณีประเทศไทย ความท้าทายยิ่งซับซ้อนกว่า เพราะเรามีข้อจำกัดทั้งในด้านการคลัง และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาและการเพิ่มทักษะ แต่การรอให้เห็นผลกระทบชัดเจนก่อนแล้วค่อยลงมือทำ อาจสายเกินไป
สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่กำลังเผชิญกับกระแส AI disruption คำแนะนำที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ อย่ามองว่า AI เป็นคู่แข่ง แต่ให้มองว่า AI คือเครื่องมือที่ต้องเรียนรู้วิธีใช้ก่อนใครอื่น เพราะในระยะสั้นถึงกลาง ตลาดแรงงานจะไม่ได้ถูกแทนที่โดย AI โดยตรง แต่จะถูกแทนที่โดย “คนที่ใช้ AI เป็น” แทนคนที่ใช้ไม่เป็น
ดังนั้น ทักษะที่ควรฝึกฝนในวันนี้คือ การตั้งคำถามที่ถูกต้อง การตัดสินใจในสถานการณ์ที่มีความคลุมเครือสูง การสื่อสารและสร้างความไว้วางใจกับมนุษย์ด้วยกัน และการมองภาพรวมเชิงกลยุทธ์ที่ต้องการบริบทและประสบการณ์จริง
มวลมหาลาวาไม่รอให้เราพร้อม แต่ไหลทะลักบ่าลงมาหลังการระเบิดของภูเขาไฟ แต่ในฐานะมนุษย์และสังคม เราไม่จำเป็นต้องยอมรับชะตากรรมอย่างชาวเมืองปอมเปอี คำถามสำคัญคือเราพร้อมจะปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนผ่านนี้หรือไม่และอย่างไร เพื่อให้อยู่รอดและรุ่งเรืองได้เมื่อภูเขาไฟระเบิดแล้ว และลาวากำลังไล่หลังเรา
บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับหน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัดอยู่

