วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569

Login
Login

ใช้ AI คล่องโดยคิด AI ไม่เป็น

วันนี้มีสารพัดหลักสูตร AI สำหรับผู้บริหารที่เน้นการใช้เครื่องมือ AI ทำนั่นทำนี่ ฝึกใช้ค้อนตอกตะปู โดยไม่รู้ว่าตะปูที่ตอกไปนั้นจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอะไร ซึ่งอันตรายอย่างยิ่งกับองค์กร

ไม่รู้จักวิธีใช้ไฟ ดีกว่ารู้วิธีใช้ไฟ แต่คิดไม่ถึงอันตรายที่มาจากไฟ ใช้ไฟเป็น แค่คิดในบริบทที่มีไฟเป็นองค์ประกอบไม่ได้

เครื่องมือ AI ทั้งหลายล้วนแต่สร้างรายได้จากค่าใช้บริการ ยิ่งคนติดอกติดใจมากขึ้นเท่าใด โอกาสที่จะจ่ายเงินทองแลกกับการใช้งานก็มากขึ้นเท่านั้น เครื่องมือ AI ทั้งหลายจึงมีความลำเอียงในการทำงานที่จะทำให้คนติดอกติดใจ AI ไม่ขัดใจ คนคิดมาทางไหน AI พาไปทางนั้น โดยออกตัวไว้ก่อนว่า AI ผิดพลาดได้ 

AI เอาใจคนเพื่อให้ติดใจ และจ่ายเงินใช้งาน ไม่ต่างไปจากที่แพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมมีฟีเจอร์ที่ทำให้คนเสพติด ถ้าใช้เป็นแต่คิดร่วมกับAIไม่เป็น จึงมีแต่เสียมากกว่าดี และเสียโดยไม่รู้ว่าเสีย การรณรงค์ให้ใช้AI อย่างไม่ลืมหูลืมตากับความจริงนี้ จึงอันตรายกับตัวตนและองค์กรยิ่งนัก

AI-Driven Cognitive คือ การที่คนสามารถใช้ AI และข้อมูล มาช่วยคิด วิเคราะห์ เรียนรู้ และตัดสินใจได้ดีขึ้น AI-Driven Cognitive เป็นสิ่งแรกที่ต้องมีในตัวตน ก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาฝึกใช้เครื่องมือ AI AI-Driven Cognitive คือการยกระดับ ‘วิธีคิด’ ของคนในองค์กร โดยมีเครื่องมือ AI เป็นตัวช่วย ไม่ใช่เรื่องของการใช้เครื่องมือ AI ได้เท่านั้น 

คนเราโดยธรรมชาติแล้วคิดเรื่องต่างๆ โดยใช้ข้อมูลรอบตัวเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เราคิดโกรธใครสักคน เพราะได้ข้อมูลจากสายตาว่าคนนั้นโพสต์ด่าเราเรื่องนั้นเรื่องนี้ คนบางคนคิดโดยใช้ข้อมูลที่รอบคอบกว่าคนอื่น และในวันที่ข้อมูลมีมากมายมหาศาล AI ก็มาช่วยในการรวบรวม และช่วยให้เรามีข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจที่ได้ผลดีมากขึ้น 

การยกระดับการคิด โดยมี AI ช่วยในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เป็นปฐมบทที่จำเป็นสำหรับการทำงาน โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน AI-Driven Competency แต่จะใช้ความสามารถนี้ในการทำงานใดอย่างได้ผล ยังต้องมีพื้นฐานความรู้ที่ดีเกี่ยวกับการงานนั้นด้วย จะมีความสามารถในการใช้ AI มาช่วยงานขายสินค้า ต้องรู้วิธีคิดเกี่ยวกับการขายว่าใช้ข้อมูลใด เพื่อตัดสินใจเรื่องใด

ต้องรู้ก่อนว่าการขายนั้นมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง อะไรเป็นกระบวนการ อะไรเป็นปัจจัยนำเข้า อะไรเป็นผลลัพธ์ ไม่มีเครื่องมือ AI ใดที่วิเศษพอที่จะทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องการขายสินค้า ทำหน้าที่ในการขายได้ผลดีขึ้นจากการใช้เครื่องมือ AI นั้น มีแต่AIทำให้ล้มเหลวจากการใช้ AIในงานที่ตนเองไม่รู้เรื่อง

อนาคตองค์กรไม่ได้แข่งขันกันว่าใครใช้ AI เป็น แต่แข่งขันกันว่าใคร ‘คิดร่วมกับ AI’ ได้ดีกว่า AI-Driven Cognitive ไม่ได้แทนคน แต่ช่วยให้คนคิดได้เร็วขึ้น รอบด้านขึ้น และแม่นยำขึ้น องค์กรในอนาคตไม่ได้แข่งขันกันว่าใครมีเทคโนโลยีที่ดีกว่า แต่แข่งขันกันที่ ‘คุณภาพของการตัดสินใจ’

หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ ช่วยทำงานแทนคน แต่เราใช้ AI ช่วยคิดร่วมกับตัวเรา AI ไม่ได้คิดแทนเรา ตราบเท่าที่เรามี AI-Driven Cognitive

แค่ไหนถึงจะกล่าวได้ว่า มี AI-Driven Cognitive คำตอบง่าย ๆ คือ เมื่อ AI ไม่ได้อยู่แค่ในคอมพิวเตอร์ ในสมาร์ตโฟน แต่เข้าไปอยู่ในวิธีคิด วิธีประชุมและวิธีตัดสินใจของเรา นั่นคือจุดที่เริ่มมี AI-Driven Cognitive ในวันนั้น เราจะตั้งคำถามที่ชาญฉลาดมากขึ้น แทนที่จะถามว่า ยอดขายลดลงเพราะอะไร เราจะถามว่า ก่อนที่ยอดขายจะตกลงมานั้น มีสัญญาณใดปรากฏขึ้นมาบ้าง 

การคิดกลายเป็นเชิงวิเคราะห์มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม การตัดสินใจจะผนวกระหว่างการใช้ข้อมูล การใช้ AI และประสบการณ์ร่วมกัน ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง เราใช้ AI ในหลายขั้นตอนการคิดวิเคราะห์ AI เป็นส่วนหนึ่งของ Workflow ของกระบวนการคิดตัดสินใจเรื่องต่างๆ

เมื่อเราคิด เราตัดสินใจโดยมีเครื่องมือ AI เข้ามาช่วยมากขึ้น การประชุมจะให้ประจักษ์หลักฐานมากขึ้น กำหนดฉากทัศน์ที่รอบคอบยิ่งขึ้น มองความน่าจะเป็นได้แม่นยำยิ่งขึ้น

สิ่งที่ตามมาคือ ผู้คนปรับตัวเร็วขึ้น ปรับตัวด้วยความสมัครใจ มากกว่าปฏิบัติตามคำสั่ง วัฏจักรข้อมูลสู่การเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนกลายเป็นวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่คำประกาศคุณภาพ เวลาตัดสินใจ คนในองค์กรใช้ข้อมูลและ AI เพื่อช่วยคิด ไม่ใช้แค่เพื่อยืนยันสิ่งที่ตัวเองเชื่ออยู่แล้ว

AI-Driven Cognitive ไม่ได้วัดจากจำนวนเครื่องมือ AI ที่มี แต่วัดจากว่า “วิธีคิดของคนในองค์กรเปลี่ยนไปแล้วหรือไม่?”