วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน 2569

Login
Login

สันติภาพคือเศรษฐกิจ เส้นทางฟื้นแคชเมียร์หลังเงาความรุนแรง

ผ่านมาครบ 1 ปี กับเหตุโจมตีเมืองพาฮาลกัมในแคชเมียร์ นี่ไม่ได้เป็นเพียงโศกนาฏกรรมด้านความมั่นคง แต่ยังเป็นบาดแผลทางเศรษฐกิจที่กระทบชีวิตคนธรรมดาอย่างรุนแรง

เมืองท่องเที่ยวที่เคยคึกคักด้วยนักเดินทาง โรงแรม ร้านอาหาร คนขับแท็กซี่ ไกด์ และคนจูงม้า กลับเงียบลงแทบในชั่วข้ามคืน หลังเหตุโจมตีที่คร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 26 คน ความกลัวได้กลายเป็นต้นทุนใหม่ของเศรษฐกิจแคชเมียร์ และทำให้คำถามเรื่องสันติภาพกลายเป็นเงื่อนไขโดยตรงของการพัฒนา

“พาฮาลกัม” เป็นหนึ่งในหัวใจของการท่องเที่ยวแคชเมียร์ ด้วยภูเขา ทุ่งหญ้า ป่าสน และแม่น้ำที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วอินเดีย แต่เมื่อกลุ่มติดอาวุธโจมตีนักท่องเที่ยวที่ทุ่งไบซารัน ภาพของเมืองพักผ่อนก็ถูกแทนที่ด้วยภาพของความไม่ปลอดภัย

นักท่องเที่ยวจำนวนมากรีบออกจากพื้นที่ การจองโรงแรมถูกยกเลิกเกือบทั้งหมด และธุรกิจที่เคยหวังรายได้ในฤดูกาลท่องเที่ยวต้องหยุดชะงัก บทความหลายชิ้นสะท้อนตรงกันว่า ความเสียหายไม่ได้อยู่แค่รายได้ที่หายไป แต่คือ ความเชื่อมั่นที่พังลง

ผลกระทบหนักที่สุดตกอยู่กับคนตัวเล็ก คนขับแท็กซี่ที่เคยมีรายได้จากการรับส่งนักท่องเที่ยว คนจูงม้าที่พาผู้มาเยือนขึ้นไปยังทุ่งหญ้า ไกด์ท้องถิ่นที่ต้องตอบคำถามซ้ำ ๆ ว่า “ยังปลอดภัยหรือไม่” 

และเจ้าของโรงแรมขนาดเล็กที่เพิ่งลงทุนก่อนเกิดเหตุ ล้วนกลายเป็นผู้รับเคราะห์จากความรุนแรงที่พวกเขาไม่ได้ก่อ บางคนสูญเสียรายได้จนไม่สามารถซ่อมบ้านหรือส่งลูกเรียนได้ ทั้งที่กลุ่มก่อการร้ายมักอ้างว่าต่อสู้เพื่อคนแคชเมียร์ แต่ผู้ที่ถูกทำร้ายจริงกลับเป็นคนแคชเมียร์เอง

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงอาชญากรรมทั่วไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามบ่อนทำลายเสถียรภาพของแคชเมียร์ โดยเชื่อกันว่ากลุ่มก่อการร้ายบางส่วนได้รับแรงสนับสนุนจากภายนอก โดยเฉพาะจากปากีสถาน (นำมาซึ่งปฏิบัติการซินดูร์ถล่มฐานผู้ก่อการร้ายในปากีสถาน) 

แม้ปากีสถานปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น อินเดียมองว่าความรุนแรงเช่นนี้มีเป้าหมายลึกกว่าการสร้างความสูญเสียเฉพาะหน้า เพราะมันทำลายเศรษฐกิจท่องเที่ยว ทำให้ประชาชนไม่มั่นใจในอนาคต และเปิดพื้นที่ให้ความหวาดกลัวกับแนวคิดแบ่งแยกดินแดนยังคงมีอิทธิพลต่อไป

ด้วยเหตุนี้ อินเดียจึงตอบโต้ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการทูต หลังเหตุพาฮาลกัม อินเดียใช้มาตรการกดดันปากีสถาน เช่น ระงับความร่วมมือบางด้าน ตัดช่องทางการค้าและการคมนาคมบางส่วน รวมถึงผลักดันประเด็นการสนับสนุนการก่อการร้ายในเวทีระหว่างประเทศ

เป้าหมายของอินเดียคือ ส่งสัญญาณว่า ความรุนแรงข้ามพรมแดนจะมีต้นทุน และการปกป้องเศรษฐกิจของแคชเมียร์ต้องเริ่มจากการลดภัยคุกคามที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิตและทำมาหากินได้อย่างปกติ

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาไม่อาจพึ่งเพียงกำลังหรือมาตรการตอบโต้หลังเกิดเหตุเท่านั้น บทเรียนจากพาฮาลกัมคือความมั่นคงต้องเดินคู่กับเศรษฐกิจ การศึกษา งาน และความหวังของคนรุ่นใหม่

หากคนท้องถิ่นมีรายได้มั่นคงจากการท่องเที่ยว การค้า และบริการ พวกเขาย่อมมีส่วนได้ส่วนเสียกับสันติภาพมากขึ้น ในทางกลับกัน หากความกลัวทำลายเศรษฐกิจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความสิ้นหวังอาจถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงของความรุนแรงได้ง่ายขึ้น

ดังนั้น สำหรับอินเดีย การพัฒนาแคชเมียร์ให้เติบโตจึงแยกไม่ออกจากการจัดการความขัดแย้ง หากบ้านเมืองสงบ เศรษฐกิจเดินหน้า นักท่องเที่ยวกลับมา ธุรกิจท้องถิ่นฟื้นตัว และคนตัวเล็กมีอนาคต แนวคิดแบ่งแยกดินแดนย่อมอ่อนแรงลง เพราะประชาชนจะเห็นว่าความสงบให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากกว่าความรุนแรง 

เหตุพาฮาลกัมจึงเป็นเครื่องเตือนใจว่า การก่อการร้ายไม่ได้ปลดปล่อยผู้คน แต่ทำลายชีวิตของคนธรรมดา และทำให้แคชเมียร์ต้องจ่ายราคาแพงที่สุด