เมื่อพูดถึงการสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน มักจะเป็นงานที่ส่งผลต่อการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันขององค์กร ที่จะส่งผลต่อการเติบโตขององค์กรในอนาคต หนึ่งในงานประเภทนี้คืองานที่เกี่ยวข้องกับ “การสร้างคนในองค์กร”
ทุกท่านว่าไหมครับว่างานลักษณะนี้เงินซื้อไม่ได้ทันที เพราะต้องใช้เวลาและการหล่อหลอมแบบน้ำซึมบ่อทราย คือ ทำน้อยแต่ต้องโฟกัสและทำอย่างต่อเนื่องจึงจะทำให้ประสบความสำเร็จ
การสร้าง “คน” จึงเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในทุกองค์กร และการที่เราจะขับเคลื่อนคนได้ก็คือ “การสร้างคุณค่าหลักองค์กร” คุณค่าหลักองค์กร คือสิ่งที่ทุกคนในองค์กรยึดถือเป็นหลักปฏิบัติ ทำให้องค์กรเป็นองค์กรที่อยู่บนพื้นฐานที่แตกต่างแต่ไม่แตกแยก และเป็นเสมือนเป้าหมายร่วมทางแนวความคิดขององค์กร
ลองนึกถึงการพายเรือไปยังเกาะหนึ่ง เกาะที่ทุกคนนั่งอยู่ในเรือลำเดียวกัน มีเรือสองลำที่ออกทะเลไปยังเกาะแห่งหนึ่งพร้อมกัน เรือลำที่หนึ่ง เมื่อเจอคลื่นยักษ์ ทุกคนที่พายเรือต่างรู้สึกว่านี่คือความท้าทายที่ต้องผ่านไปให้ได้ และเชื่อมั่นว่าทีมเราจะช่วยกันให้ผ่านเหตุการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน จึงพร้อมช่วยกันในแต่ละหน้าที่ที่ตนดูแล และฟังกัปตันในการบอกถึงทิศทางที่จะไปอย่างพร้อมเพรียง
เรือลำที่สอง เมื่อเจอคลื่นยักษ์ ต่างที่จะโทษกันไปโทษกันมาว่าบอกแล้วว่าไม่ให้มาทางนี้ ให้ไปทางนั้น โดยละเลยไม่ทำหน้าที่ตนเอง แถมบางคนก็ไม่ทำหน้าที่ตนเองเพราะโกรธที่ต้องมาเจอกับปัญหาใหญ่แบบนี้ และยึดมั่นในความคิดตนเองเป็นใหญ่ กัปตันเรือบอกอะไร แล้วไม่เห็นด้วยก็ไม่ยอมทำตาม คิดว่าต้องเอาตามตนเองเท่านั้นถึงจะถูก และมิหนำซ้ำ ยังไปบอกเพื่อน ๆ ไม่ให้ทำตามอีก
ไม่ต้องมีคำเฉลยก็พอที่จะเดาคำตอบได้ว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร? คำถามคือ เราอยากอยู่ในเรือลำไหนครับ? แน่นอนว่าทุกคนคงอยากที่จะอยู่เรือลำแรก เพราะมองออกว่าถ้าเป็นเรือลำที่สอง แบรนด์เราคงไม่รอดแน่นอน ต่อให้เป็นเรือยอช์ตแสนสวยที่ทำจากวัสดุชั้นเลิศ ถ้าคนบนเรือเป็นแบบเรือลำที่สอง สักวันก็ต้องล่มอย่างแน่นอน
การสร้างให้คนเป็นแบบเรือลำแรกนั้น คงต้องมาจากการปลูกฝังทัศนคติบางอย่างให้กับคนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง และทุกครั้งที่เราจะอยากปลูกฝังบางสิ่งบางอย่าง เราก็มีคำถามว่าแล้วองค์กรเรา แบรนด์เราควรปลูกฝังเรื่องอะไร?
คำเฉลยเหล่านี้ก็คือ การมีคุณค่าหลักองค์กรที่ต้องสอดคล้องมาจากวิสัยทัศน์แบรนด์ ถ้าวิสัยทัศน์บอกว่า แบรนด์เราจะเป็นแบรนด์แห่งการพลิกโฉมโลกใบนี้ใหม่ เราก็ต้องสร้างคุณค่าหลักที่ทุกคนต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ชอบความท้าทายในสิ่งใหม่ ๆ ที่จะผลักดันสิ่งใหม่ให้เกิดขึ้นกับองค์กร
แบรนด์เราจะสร้างคนอย่างไรให้มีความคิดแบบนั้น ให้มีพฤติกรรมแบบนั้น เราก็ต้องสร้างคุณค่าหลักเหล่านี้ขึ้นมา ภายในองค์กรและขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจังผ่านระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลภายใน
แบรนด์ถูกขับเคลื่อนด้วยคนภายในเป็นหลักการสร้างแบรนด์แบบฉบับ Starbucks เป็นการเรียนรู้ที่สำคัญอย่างหนึ่งในวิถีแห่งการสร้างแบรนด์ ที่ใช้กลไกสร้างแบรนด์จากภายในด้วยการสร้างคุณค่าหลักในการดูแลลูกค้าและส่งมอบประสบการณ์อันดีให้กับลูกค้า
การมองลูกค้าเสมือนเพื่อนที่เข้ามาแวะเยี่ยมเยียนพูดคุยกัน ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาในร้านรู้สึกว่าการเข้ามาที่ Starbucks คือการรับประสบการณ์เสมือนเป็นบ้านหลังที่สาม (Third Place) ได้จริงๆ
การทำให้คนภายในองค์กรรู้สึกว่า ตนคือส่วนหนึ่งของแบรนด์อย่างแท้จริงนั้น เขาจะเกิดความภูมิใจในการที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร จนความรู้สึกนี้ถูกส่งออกมายังภายนอกเองอย่างเป็นธรรมชาติ
นี่ก็คือ การสร้างแบรนด์ที่มีรากลึกและยั่งยืนกว่า ถึงแม้คู่แข่งจะ Copy การชงกาแฟได้ จะ Copy การออกแบบโลโก้ และจะ Copy การออกแบบร้านเราได้ แต่คู่แข่งไม่สามารถ Copy คุณค่าหลักที่ฝังลึกในตัวพนักงานทุกๆ คนในองค์กรไปได้ทั้งหมด
Alibaba มาไกล เพราะ แจ็ค หม่า ในฐานะ CEO เป็นผู้ผลักดัน คุณค่าหลักองค์กรให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม การที่ แจ็ค หม่า ต้องมาขับเคลื่อนงานด้านนี้ด้วยตนเอง นั่นเป็นเพราะว่าเป็นงานที่สำคัญต่อทุกคนในองค์กรและสำคัญต่ออนาคตของคนทั้งองค์กร
ผู้นำที่ดีในการบริหารแบรนด์ให้เคลื่อนไปข้างหน้า ต้องหมั่นตรวจสอบมองดูการทำงานของตนเอง (เพราะผู้บริหารส่วนมากชอบมองที่คนอื่น) ว่าสิ่งที่เราขับเคลื่อนเป็นประโยชน์กับคนหมู่มากทั้งองค์กรหรือเปล่า และงานประเภทการสร้างคุณค่าหลัก (Core Value) ให้เกิดขึ้นกับคนภายในองค์กรเป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว
งานประเภทนี้เป็นงานสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน ซึ่งส่วนใหญ่การบริหารแบรนด์แบบไทย ๆ เรามักจะเคยชินกับการบริหารงานประเภท สำคัญและเร่งด่วน ตลอด เราจึงสร้างสรรค์นวัตกรรมได้น้อยมาก ทั้ง ๆ ที่การสร้างคุณค่าหลักในองค์กรเป็นการสร้างนวัตกรรมการบริหารที่ยอดเยี่ยมประเภทหนึ่งทีเดียว
คุณค่าหลักที่มีต่อแบรนด์และองค์กร คือ
- ทำให้คนทุกแผนกที่มี Job description ที่แตกต่างกัน สามารถมีจุดยึดเหนี่ยวร่วมกันได้
- เป็นการสร้างให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานที่ดีร่วมกัน ทำให้คนที่เก่งและดีมีจุดยึดในการทำงานและเชื่อมั่นในองค์กร
- เป็นการสร้างเป้าหมายในการพัฒนาแนวคิดของคนในองค์กร ที่ทำให้ทุกคนมองไปที่การพัฒนาตนเองตามแนวทางคุณค่าหลักของแบรนด์
- เป็นเป้าหมายในการสร้างเกณฑ์ในการรับคนเข้าสู่องค์กร ถ้าฝ่ายบุคคลมีเกณฑ์การรับคัดเลือกที่มาจากคุณค่าหลักองค์กรเดียวกัน ก็เหมือนนิทานเรื่องเรือ ที่เราต้องการหาคนที่มาจากเรือลำแรกให้ได้มากที่สุด รับถูกต้อง แบรนด์ก็จะถูกต้อง
- ทำให้แบรนด์มีรากที่หยั่งลึกถึงตัวบุคลากรภายในและเป็นการสร้างแบรนด์ที่เข้มแข็งจากภายในสู่ภายนอก ถ้าเปรียบเทียบกับต้นไม้ก็มีรากที่ลึกและแข็งแรงมากกว่านั่นเอง
คุณค่าหลักขององค์กร จะช่วยให้เรามีระบบการพัฒนาบุคลากรที่เข้มแข็ง ทั้งทางด้านทัศนคติและพฤติกรรมในการทำงานที่ดี เข้ากับวิถีทางของแบรนด์เรา ดังนั้น อยากให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการสร้างแบรนด์จากภายในมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ใช้เวลา แต่รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนกับผลลัพธ์จากการที่องค์กรมีคุณค่าหลักที่เข้มแข็ง


