ถ้าท่านติดละคร “น้ำเน่า” แนวใหม่ชนิดยาวไม่กี่นาทีที่จีน ฝรั่งและไทย ผลิตบนมือถือจนเป็นยาเสพติดละก็อย่าแปลกใจนะครับ เพราะท่านกำลังมีเพื่อนทั่วโลกซึ่งขณะนี้มีนับเป็นร้อยๆ ล้านคนแล้ว
ละครนี้มีชื่อเป็นฝรั่งว่า Vertical Series (ซีรีส์แนวดิ่ง;VS) ถึงมันจะมีพล็อตที่สนุกเร้าใจและไม่รบกวนใคร แต่ลึกลงไปแล้วมันไม่น่าจะเป็นคุณกับมนุษย์มากเท่าใดนัก
“ซีรีส์แนวดิ่ง” เริ่มปรากฏตัวเมื่อประมาณปี 2567 โดยเรียกตามการดูชนิดแนวตั้งของจอมือถือ จีนเป็นผู้ริเริ่มและได้รับความนิยมอย่างมากจนระบาดมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศที่เป็นตลาดใหม่และโลกตะวันตก เกิดการสร้างเลียนแบบขึ้นเป็นไฟไหม้ป่าโดยพึ่งพาเทคโนโลยี AI ที่ช่วยทำให้มีต้นทุนที่ต่ำมาก
สำหรับท่านที่ยังไม่คุ้นเคย VS แต่ละตอนจะยาวประมาณ 30 วินาทีถึง 2 นาที บ้างก็จบตอนเดียวไปเลย แต่ส่วนมากซีรีส์มักยาว 20-100 ตอน ตอนท้ายของแต่ละตอนจะทิ้งปมไว้ให้ติดตามอย่างน่าตื่นเต้น เมื่อแต่ละตอนเป็นเช่นนี้จึงมักดูต่อไปอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง
ทั้งหมดนี้ไม่ได้ดูฟรีนะครับ (อย่าลืมว่า “โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี”) เขาจะมีตัวอย่างให้ท่านดูฟรีสักตอนสองตอน จากนั้นก็ให้จ่ายค่าสมาชิกหรือจ่ายเป็นตอน ๆ ไป บางทีเขาเรียกว่าค่าปลดล็อกดูตอนต่อไป ซึ่งมันก็คือค่าดูนั่นแหละ
จีนเรียก VS นี้ว่า “duanju” ซึ่งแปลว่า Short Dramas มักดูกันผ่านแอปพลิเคชัน TikTok หรือ ReelShort หรือ DramaBox หรือ YouTubeShorts ท่านไม่ต้องออกแรงหรอกครับหากท่านใช้โซเชียล มันจะโผล่มาให้ดูเอง และหลอกล่อให้ท่านดูอย่างเมามัน
ไม่น่าเชื่อว่าคนดูติด VS กันมากทั้งที่พล็อตก็ซ้ำไปซ้ำมาแบบที่เคยเรียกกันว่า “ละครน้ำเน่า” กล่าวคือคนดีก็ดีสุด ไอ้เลวก็เลวสุด พล็อตก็ตื้น ๆ ไม่ต้องตั้งใจดูก็รู้เรื่องเพราะมันเกี่ยวกับเรื่อง ความรัก การทรยศ การแก้แค้น กลับชาติมาเกิด ย้อนเวลาไปอดีต ได้รับมรดกแบบไม่คาดฝัน ฯลฯ พล็อตทั้งหมดล้วนทำให้คนดูรู้สึกสบายใจและสะใจที่เห็นความยุติธรรมกลับคืนมา
ขอสรุปลักษณะสำคัญบางประการที่เกี่ยวพันกับสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นคุณ ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไปดังนี้ (1) การดู “ซีรีส์แนวตั้ง” แตกต่างจากการดูละครทีวีหรือภาพยนตร์แบบดั้งเดิม เพราะมันมีลักษณะที่ active กล่าวคือ เราเลือกดูได้โดยเลื่อนภาพ (scroll) บนจอไปได้ตลอด จะดูตอนต่อไป หรือเลิกดูหรือดูเรื่องอื่น ดูไปคุยไปหรือทำงานไปก็ยังได้ ทุกอย่างไม่ซับซ้อน ไม่ต้องมีการวางแผน
(2) ใช้พล็อตซ้ำ ๆ เพื่อให้ถูกใจคนดูโดยวนอยู่รอบ ๆ เรื่องรักต่างฐานะ /สาวยากจนเจอเทพบุตร /หนุ่มสาวโกรธกัน แก้แค้นกันและกลับมาดีกัน /ได้ตีกลับหลังจากโดนดูถูกว่ายากจน ฯลฯ คำถามก็คือทำไมคนไม่เบื่อกับพล็อตซ้ำ ๆ แต่กลับชอบ
คำตอบก็คือ พล็อตซ้ำนี่แหละคือจุดแข็งเพราะในโลกที่วุ่นวาย หาความแน่นอนไม่ได้ การดูอะไรที่คาดเดาได้และมีความแน่นอนของตอนจบ
อีกทั้ง “สะใจ” จากการได้รับความยุติธรรมคืนมา ได้เห็นการแก้แค้นหลังถูกรังแก คน “รองบ่อน” ชนะเสมอในตอนท้าย การรวยข้ามคืนเพราะมรดกหรือถูกลอตเตอรี่ ฯลฯ ทั้งหมดทำให้เกิดความสบายใจเชิงจิตวิทยาเพราะทุกคน “ได้คืน” หลังจากเป็นผู้ “ถูกกระทำ” พล็อตเรื่องก็ง่าย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากเพราะมนุษย์โดยธรรมชาติก็ไม่ชอบต้องคิดอะไรมากอยู่แล้ว
(3) แต่ละตอนสั้น ๆ เดินเรื่องเร็วอย่างสอดรับกับยุคสมัยใหม่ที่มี “ความสุขสมอย่างทันด่วน” (instant gratification) เป็นเจ้าเรือน และเป็นการเปิดโอกาสให้มีปมตื่นเต้นตอนท้ายแต่ละตอนเพื่อกระชากอารมณ์ได้มากหน
(4) “ซีรีส์แนวตั้ง” คือ ยาเสพติดที่ขับเคลื่อนโดย algorithm กล่าวคือมีกลไกอยู่ข้างหลังที่พยายามผลักดันให้ติดตามดูอย่างไม่ลดละ ในโลกโซเชียลมีการใช้เทคนิคที่เรียนรู้พฤติกรรมของเราว่าชอบพล็อตเรื่องแบบใด (ดูซ้ำ ๆ เรื่องแนวใด) ชอบดูตอนต่อไหมหรือหยุด
ทั้งหมดเพื่อเอาข้อมูลมาประมวลป้อนตอนที่เราน่าจะชอบเพื่อให้เราดูนานที่สุด ซึ่งก็จะทำให้โฆษณาสินค้าได้มากขึ้น ค่าโฆษณาเขาก็จะได้มากขึ้น ดังนั้นการได้ดูของเรานั้นมันมิได้ไร้เดียงสา เรื่องที่เราดูมิได้ปรากฏขึ้นมาแบบสุ่ม ๆ หากมีวิธีการที่จะทำให้เราเสพติดมากที่สุด
(5) มันเป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ของอุตสาหกรรมบันเทิง ที่ได้เงินจากเราจากการขายแอปพลิเคชันเพื่อเข้าดู จากค่าดูแต่ละตอน จากค่าสมาชิกและจากค่าโฆษณา
คราวนี้มาดูสิ่งที่อาจไม่เป็นคุณแก่เราจากการเสพติด “ซีรีส์แนวตั้ง” อันได้แก่ (1) ความรวดเร็วของการเดินเรื่อง ความสั้นกระชับของพล็อตและความยาวของแต่ละตอน ทำให้การรับรู้รับทราบของเราเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่อาจคิดได้ทัน
โดยเฉพาะความสนุกสนานครอบงำอารมณ์จนเราคุ้นเคยกับการไม่ต้องใช้สมองคิดมากนัก ความคุ้นเคยเช่นนี้ไม่เป็นคุณแน่นอน เพราะการคิดเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่ต้องการฝึกฝน
(2) ความคุ้นเคยกับการสนุกสนานอย่างสั้นๆ และฉาบฉวยจะทำให้เป็นคนไม่มีใจจดจ่อกับสิ่งที่ทำ ซึ่งทำให้ขาดความสนใจในสิ่งที่สำคัญอย่างลึกซึ้ง หากเป็นเด็กก็มีโอกาสที่จะมีความฉาบฉวยในความคิดและการกระทำเมื่อโตขึ้น
(3) เสียโอกาสที่จะได้รับทราบหรือเรียนรู้สิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิต เนื่องจากเวลามากมายหมดไปกับความบันเทิงในรูปแบบใหม่นี้
“ซีรีส์แนวตั้ง” กำลังมาแรงอย่างยิ่งในโลก มีสถิติว่า VS ใน YouTubeShorts มีการชมวันละ 200,000 ล้านครั้ง และสำหรับ TikTok มีการดู VS เฉลี่ยนาน 95 นาทีต่อการเข้าดูแต่ละครั้ง VS กำลังจะกลายเป็นรูปแบบใหม่ของโซเชียลมีเดียด้านบันเทิงโดยแฝงไว้ด้วยสิ่งที่ไม่เป็นคุณมากนัก


