วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน 2569

Login
Login

มหา’ลัย และ ใบปริญญาห้องแถว ไม่มีวันสูญพันธุ์

มหา’ลัย และ ใบปริญญาห้องแถว ไม่มีวันสูญพันธุ์

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การจัดลำดับ/ตำแหน่งแห่งที่ (classification) นับเป็นข้อเท็จจริงอันหลีกเลี่ยงได้ยากมาแต่เดิม ไม่ว่าจะเป็น ประเทศที่เจริญแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษหรือประเทศกำลังพัฒนาเช่นละแวกอุษาคเนย์นี้

เกือบทุกแห่งล้วนวัดค่ากันด้วยใบประกาศทั้งสิ้น โดยเฉพาะแวดวงบริษัทข้ามชาติ 

ผู้ใดก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานด้วยตราสถานศึกษาจากเครือ Ivy League, Russell Group และ C9 League ย่อมมีภาษีดีกว่าจากคุณภาพองค์ความรู้ (รวมถึงความแข็งแกร่งของระบบสมาคมศิษย์เก่า) ประหนึ่งมีใบ Pedigree พิสูจน์รากเหง้าคล้องอยู่ที่ลำคอ

ไม่ต้องมองกรณีอื่นไกล เอาแค่ห้วงที่แพลตฟอร์มขายคอร์สออนไลน์ (MOOCs) อาทิ EdX และ Coursera เริ่มเป็นที่นิยมในเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ 

ห้วง 10 ปีก่อน ก็มีพรรคพวก Gen Y ที่เป็นหน้าใหม่ในตลาดแรงงานชักชวนกันเข้าไปใช้บริการ เพื่อจะนำเกียรติบัตรจากหนึ่งในสถาบัน 50-100 อันดับแรกของโลกไปประดับในระเบียนประวัติส่วนตัว ก่อนการเวียนเข้าสู่วงจรของระบบจัดหาทรัพยากรบุคคล

ไม่เว้นแม้แต่หน้าโปรไฟล์ LinkedIn ยังมีพื้นที่สำหรับให้ผู้ใช้งานนำประกาศนียบัตรจากหลากสมรภูมิการอบรมมาจัดแสดงให้ประจักษ์ต่อสายตา (ว่าที่) ผู้จ้างงานในอนาคตเลย

จะเห็นว่ากว่าจะได้รับตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี บุคลากรคนหนึ่ง ๆ ต้องสั่งสมทุนทางสัญลักษณ์มากพอสมควร แต่ก็ใช่ว่าโอกาสที่เพียบพร้อมนั้นมีเท่าเทียมกันเสียทุกครัวเรือน บ้างขาดเวลา ขณะที่บางบ้านขาดทุนทรัพย์ ฯลฯ จึงเป็นเรื่องห้ามได้ยาก หากจะมีบางส่วนหลงเข้าไปใช้บริการซื้อใบปริญญาจากมหาวิทยาลัยห้องแถว (degree mill) ผ่านบริษัทนายหน้าของแต่ละพื้นที่ 

เพราะห้องแถวแต่ละแห่งมักมีกลวิธีการเสนอขายแตกต่างกันไป ที่พบได้บ่อยครั้งสุดไม่พ้นจำพวกแปรค่าประสบการณ์ทำงานในอดีตไปเป็นปริญญาบัตรตามสาขาวิชาที่สอดคล้อง แน่นอนต้นทุนถูกกว่าไปเข้าเรียนจริงหลายเท่าตัว  

ส่งผลให้ในแต่ละรอบปีอุตสาหกรรมดังกล่าวนี้ผลิตบัณฑิตห้องแถวออกสู่ตลาดแรงงานทั่วโลก ไม่ต่ำกว่า 200,000 ราย ตีเป็นเงินสะพัดเกิน 20,000 ล้านดอลลาร์ (สูงกว่า GDP ของประเทศด้อยพัฒนาบางแห่งเสียอีก) 

ทั้งนี้ คำถามที่ถูกต้องไม่ใช่จะแก้ไขอย่างไร แต่เป็นเหตุใดปัญหาดังกล่าวถึงค้างคาโดยไม่ได้รับการแก้ไขต่างหาก แม้มีประเด็นวิวาทะเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเกือบทุกปี สถาบันห้องแถวกลับยังขยายตัวได้ในหลายมลรัฐ ส่วนในอังกฤษก็ไม่ต่าง 10 ปีที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถทลายสถาบันห้องแถวได้เพียงไม่ถึง 100 แห่งจากที่ตรวจพบทั้งหมดกว่า 400 แห่ง

อนึ่ง หากให้ตอบแบบเสียดสีอาจกล่าวได้ว่า ผู้มีอันจะกินยังมีความต้องการใช้ประโยชน์จากการสั่งใบปริญญาห้องแถวมาไว้ห้อยคอสุนัขที่เคหสถานของตนเองก็มิปาน

เหตุผลทางเทคนิคคงอยู่ ณ ผลประโยชน์ด้านตัวเงินที่ค่อนข้างชัด ที่ผ่านมาแรงงานในระบบวุฒิปริญญาตรีล้วนมีสถิติและอัตราเจริญก้าวหน้าในชีวิตมากกว่าแรงงานวุฒิมัธยมทั้งสิ้นโดยเฉพาะในไทย

(ส่วนข้อถกเถียงที่ชี้ไปทางงานทักษะเฉพาะทาง (blue-collar pivot) เช่น ช่างประปา เพิ่งจะกลับมาเป็นที่สนใจครั้งใหญ่ก็ห้วงหลัง COVID-19 ระบาดนี้เอง จากภาวะขาดแคลนแรงงานทักษะสูง ส่งผลให้ช่างฝีมือหลากวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับปัญหาซ่อมบำรุงในครัวเรือนมีอำนาจต่อรองค่าตอบแทนรายครั้งมากขึ้นเป็น 1,500 - 2,000 บาท/ครั้ง) 

ในทางปฏิบัติค่อนข้างเป็นไปได้ยากที่ Gen Y และ Z ทั้งหมดจะสามารถอพยพกันย้ายสายงานไปยังสายวิชาชีพได้เสียทีเดียว ระยะยาวส่วนใหญ่ยังคงติดกับดักการทำงานประจำ ด้วยหวังสถานะทางเศรษฐกิจที่มั่นคง

ซึ่งธีมหลักของความก้าวหน้าในชีวิตภาคเอกชนสมัยนี้ก็ล้วนไม่พ้นการถูกคะยั้นคะยอให้ไปเพิ่มพูนทักษะใหม่ (up/reskilling) สำหรับกลุ่มองค์กรที่มีระบบคัดกรองทรัพยากรบุคคลไม่แข็งแรงยิ่งไม่ต้องพูดถึง 

คงพอจำกันได้ห้วงปลายทศวรรษ 2010s ไทยเคยเกิดปรากฏการณ์ล่าประกาศนียบัตรออนไลน์จากหลากหลายองค์กร ที่แข่งกันเปิดหลักสูตรอบรมสำหรับนำไปใช้ประกอบเป็นหลักฐานในแผนพัฒนาบุคลากรแก่ต้นสังกัดจนเป็นกระแสอยู่ร่วมปี ความตลกร้ายอยู่ที่บททดสอบความรู้หลังการอบรมมักเจอผู้มากไมตรีนำเฉลยไปปรากฏบนแพลตฟอร์ม GitHub บ้าง Pantip บ้างอยู่เนือง ๆ 

น่าขบคิดกันว่าหากองค์กรต้นสังกัดออกกฎเกณฑ์ใหม่ให้ไปเข้าอบรมในสถาบันที่น่าเชื่อถือมากขึ้น สถานการณ์แวดล้อมจะนำพาแรงงานเหล่านี้ไปใช้บริการแพลตฟอร์มใดต่อ จากที่กล่าวมาข้างต้นสะท้อนถึงแนวโน้มในอนาคตได้เป็นอย่างดี 

แม้การแพร่หลายของเครื่องมือ Generative AI จะอำนวยความสะดวกให้แก่ชีวิตในมหาวิทยาลัย และอาจ Disrupt ธุรกิจเพื่อนบ้านบางส่วนในระบบนิเวศของอุตสาหกรรม ‘ห้องแถว’ ไปบ้าง เช่น อาชีพรับจ้างผลิตงานวิจัย (contract cheating) แต่ต้องไม่ลืมว่าตราบใดที่ยังมีความคาดหวังต่อผู้อยู่ในระบบแรงงานให้พัฒนาตนเองตลอดเวลา

โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีทางเลือกจำกัดและท้าทายจากทั้งการแข่งขันกับเพื่อนร่วมงาน/เทคโนโลยีสมัยใหม่ ย่อมนำมาซึ่งโอกาสให้อุตสาหกรรมเหล่านี้นำเสนอผลิตภัณฑ์ทางลัดแก่ (ว่าที่) ลูกค้าทั้งหลายได้โดยง่าย 

เผลอ ๆ Generative AI จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งเสริมให้วงการ ‘ห้องแถว’ ก้าวข้ามอุปสรรคเดิม ๆ ไปสู่การปลอมแปลงเรื่องราว และประวัติการศึกษาให้แก่ลูกค้าได้แนบเนียนขึ้นด้วยซ้ำ

เพราะทั้งเทคโนโลยี Deepfake และ Generative AI หลาย ๆ โมเดลก็อยู่ในขั้นที่สุกงอมพอตัว จนมีขีดความสามารถปลุกปั้นเรื่องราวเท็จให้กลายเป็นความจริงได้ ในหลายโอกาสจนเกือบแยกแยะด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าได้ยากแล้ว

ฉะนั้น ก่อนจะมองข้ามขั้นไปยังวันที่เป็นขาลงของอุตสาหกรรมดังกล่าว อาจต้องมองไปที่จุดแข็งที่อุ้มชูให้กิจการลักษณะนี้ปรับตัวและอยู่รอดได้ก่อน