ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายองค์กรเริ่มตั้งคำถามคล้ายกันว่า เหตุใดพนักงาน Gen Z ที่เพิ่งจบใหม่ แม้จะมีความรู้และผลการเรียนดี กลับยังไม่สามารถจินตนาการภาพการทำงานจริง และขาดความมั่นใจเมื่อต้องเข้าสู่บริบทของการทำงาน
ความท้าทายเหล่านี้มักปรากฏชัดในสถานการณ์ที่ต้องใช้ทักษะเชิงปฏิบัติ เช่น การทำงานเป็นทีม การทำงานท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรม การแก้ไขปัญหาหรือการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่มีคำตอบตายตัว
จากข้อสังเกตดังกล่าว งานวิจัยด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะเริ่มชี้ให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่า ต้นเหตุของปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “ศักยภาพของผู้เรียน” หากแต่อยู่ที่ “รูปแบบการเรียนรู้” ที่ผู้เรียนได้รับ โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่การเรียนรู้ผ่านการรับฟังหรือการถ่ายทอดความรู้แบบทางเดียว อาจไม่เพียงพอสำหรับการพัฒนาทักษะที่ต้องนำไปใช้จริงในโลกการทำงาน
ในทางตรงกันข้าม รูปแบบการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ควบคู่กับการเชื่อมโยงองค์ความรู้พื้นฐาน กลับช่วยสร้างความเข้าใจเชิงลึก เสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และเพิ่มความมั่นใจในการนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้มากกว่า
ข้อค้นพบดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างนักศึกษาธุรกิจระดับปริญญาตรีในวิทยาลัยนานาชาติ 40 คน ซึ่งเข้าร่วมการเรียนรู้ผ่าน simulation ควบคู่กับการสะท้อนคิดภายหลังการทดลอง โดยใช้ reflective journals ทั้งก่อนและหลังการเล่น simulation รวม 80 ชิ้นเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จำลองไม่เพียงช่วยเพิ่มความเข้าใจเชิงเนื้อหา แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา “วิธีคิด” และ “การตัดสินใจ” ที่จำเป็นต่อการทำงานจริงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสามารถสรุปเป็น 3 ประเด็นหลักได้ดังนี้
1.ผู้เรียนเริ่มเปลี่ยนมุมมองจากการทำงานให้เสร็จ ไปสู่การทำงานอย่างเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น การตัดสินใจเล็ก ๆ เช่น การเริ่มประชุม การเลือกโทนการสื่อสาร หรือการเปิดโอกาสให้สมาชิกในทีมมีส่วนร่วม ถูกตีความใหม่ว่าเป็นเรื่องของความยุติธรรม การให้เกียรติ
และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการทำงานร่วมกัน สะท้อนถึงพื้นฐานของ inclusive workplace ที่องค์กรให้ความสำคัญในปัจจุบัน
2.ผู้เรียนไม่ได้เพียงจดจำทฤษฎี แต่เริ่มนำแนวคิดด้านการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมและพฤติกรรมองค์กรมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการคิด วิเคราะห์ และอธิบายสถานการณ์ที่ตนเองเผชิญ นั่นหมายความว่าการเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความเข้าใจ แต่ขยับไปสู่การนำไปใช้จริง ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาทักษะในโลกการทำงาน
3.ผู้เรียนเริ่มพัฒนาความมั่นใจ ความรู้สึกพร้อมต่อการทำงาน หรือ perceived professional readiness และเข้าใจว่าทักษะอย่างการสื่อสาร การจัดการความแตกต่าง และการตัดสินใจในทีม ไม่ใช่เพียง soft skill แต่เป็นความสามารถหลักที่ต้องใช้ในชีวิตการทำงาน
เมื่อพิจารณาผลลัพธ์เหล่านี้ จะเห็นได้ว่า simulation-based learning ตอบโจทย์ลักษณะการเรียนรู้ของ Gen Z อย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ตัดสินใจ เห็นผลลัพธ์ และสะท้อนคิดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด experiential learning ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงมากกว่าการรับข้อมูลเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ การนำ simulation มาใช้ในการเรียนรู้สามารถช่วยให้พนักงานเข้าใจและวิเคราะห์ผลกระทบของการตัดสินใจได้ในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะในประเด็นด้านการมีส่วนร่วมและการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน (sustainability)
ตัวอย่างเช่น การออกแบบสถานการณ์จำลองที่เชื่อมโยงกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 เปิดโอกาสให้พนักงานได้พิจารณาทางเลือกระหว่างต้นทุนทางธุรกิจกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
พร้อมทั้งตระหนักว่าการตัดสินใจด้าน ESG ไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัว หากแต่ต้องพิจารณาผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหลายมิติ ในขณะเดียวกัน การจำลองสถานการณ์ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้ทดลองตัดสินใจภายใต้แรงกดดันที่ใกล้เคียงกับบริบทการทำงานจริง
ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้เชิงลึก และช่วยให้แนวคิดด้าน sustainability ไม่ได้หยุดอยู่เพียงระดับนโยบายองค์กร แต่ค่อย ๆ พัฒนาเป็น “วิธีคิด” ที่นำไปใช้ในการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
ในมุมของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ แนวทางนี้สามารถต่อยอดสู่การใช้งานในองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การนำ simulation มาใช้ในกระบวนการสรรหาเพื่อประเมินวิธีคิดและการตัดสินใจของผู้สมัคร ไปจนถึงการออกแบบโปรแกรมพัฒนาพนักงานที่เน้นสถานการณ์จำลองแทนการบรรยาย รวมถึงการประยุกต์ใช้ในบริบทของ ESG และ Green HRM เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงปฏิบัติ
สิ่งที่น่าสนใจคือ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงบทบาทของ HR จาก “ผู้จัดการฝึกอบรม” ไปสู่ “ผู้ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้” โดยองค์กรที่สามารถออกแบบ learning experience ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถพัฒนาพนักงานให้ไม่เพียงมีความรู้ แต่สามารถคิด วิเคราะห์ และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลในโลกการทำงานจริง
ท้ายที่สุด ในโลกที่ความรู้สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วผ่านเทคโนโลยีและ AI สิ่งที่องค์กรต้องการอาจไม่ใช่คนที่รู้มากที่สุด แต่คือคนที่สามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ภายใต้สถานการณ์ที่มีความซับซ้อนและหลากหลายมิติ และทักษะเช่นนี้ไม่สามารถพัฒนาได้จากการรับฟังเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัยการลงมือปฏิบัติ การเผชิญสถานการณ์ และการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง
ที่มา: Suengkamolpisut, W., & Singhatong, S. (2026). Internationalisation at home through simulation-based learning: Intercultural teamwork and professional readiness in business education.The International Journal of Management Education,24(2), 101412. https://doi.org/10.1016/j.ijme.2026.101412





