ทุกวันนี้ การเติบโตของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขยายตัวขึ้นทั่วโลก เพื่อรองรับการขยายตัวของข้อมูลดิจิทัลและเอไอ และมีงานวิจัยที่วิเคราะห์ถึงผลกระทบจากศูนย์ข้อมูลทั้งในทางบวกและลบมากขึ้นเรื่อยๆ
รวมถึงสารคดีในต่างประเทศ ที่พาไปเยี่ยมชมชุมชนที่อยู่ใกล้ที่ตั้งของศูนย์ข้อมูล ซึ่งทำให้เริ่มเห็นผลกระทบต่อการใช้พลังงานไฟฟ้า ทรัพยากรน้ำในชุมชน มลพิษทางเสียงต่อชุมชน ซึ่งเคยนำเสนอในคอลัมน์นี้ไปบ้างแล้ว
ล่าสุด เห็นงานวิจัยหนึ่งชี้ว่าศูนย์ข้อมูลอาจก่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิผิวดินในบริเวณโดยรอบ หรือเรียกว่าผลกระทบเกาะความร้อน (heat island effect) ซึ่งอาจส่งผลต่อภูมิอากาศและความเป็นอยู่ของชุมชนใกล้เคียงที่ตั้งของศูนย์ข้อมูลเพื่อเอไอ
ในการวิจัยนี้ ผู้วิจัยใช้ข้อมูลอุณหภูมิผิวดิน วิเคราะห์จากการสำรวจระยะไกล (remote sensing) เปรียบเทียบก่อนและหลังการเริ่มเดินเครื่องของศูนย์ข้อมูลเอไอหลายแห่งทั่วโลก พบว่าอุณหภูมิผิวดินรอบพื้นที่ศูนย์ข้อมูล เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 2 องศาเซลเซียส หลังเริ่มดำเนินการ และในบางกรณีสูงกว่านั้นมาก
มีการประเมินว่าประชากรมากกว่า 340 ล้านคนทั่วโลก อาจอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลจากความร้อนเฉพาะที่ลักษณะนี้ได้ อย่างไรก็ดี หลักฐานเรื่องเกาะความร้อนนี้น่าจะยังอยู่ระยะเริ่มต้น และคงจะมีการศึกษาภาคสนามเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลกระทบต่ออุณหภูมิอากาศและสุขภาวะของประชาชนโดยตรง
เมื่อทบทวนดูในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เราจะพบว่าศูนย์ข้อมูลได้กลายเป็นหัวใจของเศรษฐกิจใหม่ ในด้านบวก ศูนย์ข้อมูลนำมาซึ่งเม็ดเงินลงทุน มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และการยกระดับขีดความสามารถทางดิจิทัลและเอไอ แต่ก็นับเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เรียกได้ว่ากินไฟ กินน้ำ ส่งเสียงรบกวน และเชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
IEA ระบุว่า ศูนย์ข้อมูลทั่วโลกใช้ไฟฟ้าราว 415 เทราวัตต์-ชั่วโมง (TWh) ในปี 2024 หรือประมาณ 1.5% ของการใช้ไฟฟ้าโลก และคาดว่าจะเพิ่มเป็นราว 945 เทราวัตต์-ชั่วโมง ภายในปี 2030
ไม่แปลกที่จะมีคำถามดังขึ้นเรื่อยๆ ว่าตกลงใครได้ประโยชน์และใครรับภาระที่เกิดขึ้น เพราะศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่สร้างงานก่อสร้างจำนวนมากแค่ในช่วงต้น แต่เมื่อเปิดดำเนินการแล้วกลับใช้คนทำงานประจำไม่มากนัก ขณะที่ภาระด้านไฟฟ้า น้ำ มลภาวะทางเสียง และผลกระทบต่อชุมชนกลับอยู่กับพื้นที่ในระยะยาว
งานศึกษาของสถาบันทรัพยากรโลก (WRI) ระบุว่าการเติบโตของศูนย์ข้อมูล ในสหรัฐกำลังกระทบทั้งระบบไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน และต้นทุนสาธารณูปโภคของชุมชน จนประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องธรรมาภิบาลและความเป็นธรรมของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไปแล้ว
ประเด็นที่เปราะบางที่สุดคือด้านพลังงานไฟฟ้า เพราะศูนย์ข้อมูลยุคเอไอใช้พลังงานสูงกว่าศูนย์ข้อมูลแบบเดิมหลายเท่า จนหลายประเทศเริ่มเจอภาวะ grid stress หรือโครงข่ายไฟฟ้าตึงตัว
กรณีของไอร์แลนด์คือ สัญญาณเตือนที่ชัดที่สุด โดยในปี 2024 ศูนย์ข้อมูลใช้ไฟฟ้าถึง 22% ของทั้งประเทศ ทำให้ศูนย์ข้อมูลกลายเป็นผู้ใช้ไฟรายใหญ่ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการวางแผนระบบไฟฟ้าของประเทศ
อีกประเด็นที่เชื่อมโยงกันคือรอยเท้าคาร์บอน หากไฟฟ้าที่ศูนย์ข้อมูลใช้มาจากแหล่งก๊าซธรรมชาติหรือถ่านหิน การขยายตัวของเอไอจะยิ่งทำให้ต้องการศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะยากขึ้น และแม้พลังงานหมุนเวียนจะเติบโตเร็ว แต่ยังไม่พอต่อการรองรับโหลดขนาดใหญ่ของเอไอ
อีกด้านที่คนเป็นห่วงกันมากคือด้านทรัพยากรน้ำ เพราะระบบหล่อเย็นของศูนย์ข้อมูลต้องใช้น้ำจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อากาศร้อนหรือแห้งแล้ง UNEP เตือนว่าการขยายตัวของเอไอทำให้ศูนย์ข้อมูลกลายเป็นผู้ใช้น้ำรายสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ และมีสารคดีชี้ให้เห็นว่ามีการแย่งน้ำจากศูนย์ข้อมูลจากชุมชนในบางประเทศเกิดขึ้น
มลภาวะทางเสียงจากศูนย์ข้อมูล (data center) เป็นประเด็นที่เห็นบ่อยๆ ในข่าวต่างประเทศ เวลาลงไปสัมภาษณ์ชุมชน และเริ่มกลายเป็นข้อขัดแย้งระหว่างชุมชนกับศูนย์ข้อมูล
โดยแหล่งกำเนิดเสียงหลักมาจากระบบระบายความร้อน เช่น พัดลมขนาดใหญ่ เครื่องทำความเย็น และระบบสำรองไฟ ซึ่งต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เกิดเสียงความถี่ต่ำต่อเนื่องที่รบกวนการนอนหลับและสุขภาพจิตของผู้อยู่อาศัย
ตัวอย่างเช่น กรณีของศูนย์ข้อมูลของ Microsoft ในเมือง South Dublin ประเทศไอร์แลนด์ ที่มีประชาชนร้องเรียนเรื่องเสียงรบกวนจากระบบทำความเย็นอย่างต่อเนื่อง จนหน่วยงานท้องถิ่นต้องเข้าตรวจสอบและกำหนดมาตรการควบคุมเสียงเพิ่มเติม
หรือในรัฐ Virginia สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางศูนย์ข้อมูล ของโลก ก็มีรายงานว่าชุมชนใกล้เคียงได้รับผลกระทบจากเสียงฮัม (humming noise) ตลอดทั้งวันจนกลายเป็นประเด็นด้านการวางผังเมือง ซึ่งจำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรฐานเสียง (noise standards) และโซนป้องกัน (buffer zone) ที่เหมาะสมควบคู่ไปกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว
สุดท้ายคือผลกระทบจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะกลายเป็นโจทย์ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการแข่งขันด้านเอไอทำให้รอบการเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะ GPU และชิปประมวลผลขั้นสูงสั้นลง พัฒนาการเอไอเพิ่มการใช้แร่สำคัญ วัสดุหายาก และภาระด้าน e-waste ตลอดห่วงโซ่เทคโนโลยี
ในภาพรวมแล้ว ศูนย์ข้อมูลยังสำคัญในฐานะโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเอไอ แต่เราจำเป็นต้องมีมาตรการต่อประเด็นพลังงาน น้ำ สิ่งแวดล้อมและความเป็นธรรมต่อชุมชน เพื่อไม่กลายเป็นต้นทุนระยะยาวของประเทศ การสนับสนุนศูนย์ข้อมูลจึงจำเป็นต้องพูดถึงมาตรการรองรับและจัดการผลกระทบไปพร้อมกัน





