ในปัจจุบัน สังคมกำลังเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำท่วม ภัยแล้ง ความร้อนในเมือง คุณภาพน้ำ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานแข็งเพียงอย่างเดียว เพราะหลายครั้งยิ่งสร้าง ยิ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ตามมา
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม อยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับแนวทาง Nature-based Solutions (NbS) หรือการใช้ธรรมชาติเป็นฐานในการแก้ปัญหา อาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวข้ามวิกฤตินี้ไปด้วยกัน
NbS คืออะไร และไม่ใช่อะไร
เมื่อปี 2488 มีนักวิชาการคนสำคัญ คือ Gilbert F. White พูดถึงแนวคิดในการจัดการน้ำท่วมว่า มนุษย์ไม่ควรพยายามเอาชนะน้ำด้วยโครงสร้างขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ควรปรับตัวและใช้พื้นที่น้ำท่วมให้เหมาะสม เช่น การเว้นพื้นที่น้ำหลากหรือใช้เป็นพื้นที่เกษตรหรือพื้นที่นันทนาการ
แนวคิดนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิด “Working with Nature” และต่อมาพัฒนาเป็นแนวคิด Nature-based Solutions หรือ NbS ในปัจจุบันที่ให้ธรรมชาติกลับมาทำหน้าที่ของธรรมชาติ แล้วธรรมชาติจะช่วยแก้ปัญหาให้เราเอง และหากดำเนินการอย่างเหมาะสม NbS มีศักยภาพที่จะบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ถึง 37%
หลายๆ แนวคิดเห็นพ้องไปในทำนองเดียวกันว่า NbS ต้องมีอย่างน้อย 3 อย่าง ก็คือ 1) ใช้ธรรมชาติเป็นเครื่องมือ 2) ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน และ 3) ให้ประโยชน์มากกว่าสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด เช่น ปลูกต้นไม้แต่ไม่เกี่ยวกับการแก้ปัญหา จัดสวนสวยแต่ไม่ช่วยเรื่องน้ำ ไม่ช่วยเรื่องความร้อน ทำคอนกรีตแล้วปลูกต้นไม้เล็กๆ แซม เหล่านี้ไม่ใช่ NbS
NbS ได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะสามารถสร้างประโยชน์หลายด้านพร้อมกัน (co-benefits) ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมหรือความร้อน แต่ยังช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างแหล่งอาหาร พื้นที่นันทนาการ และช่วยพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นได้ในเวลาเดียวกัน
ดังนั้น NbS จึงไม่ใช่เพียงแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นแนวทางการพัฒนาเมืองและสังคมที่ช่วยให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุลในระยะยาว
NbS ใกล้ตัว ในทุกระดับ
เมื่อพูดถึง NbS หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องของเมืองหรือโครงการขนาดใหญ่ แต่จริง ๆ แล้ว NbS เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ระดับบ้าน ชุมชนและเมือง เพราะแนวคิดของ NbS คือ การใช้ธรรมชาติช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน
NbS ระดับบ้าน ที่เห็นได้ชัด เช่น การปลูกต้นไม้รอบบ้านเพื่อช่วยลดอุณหภูมิและดักจับฝุ่น การทำสวนครัวหรือรั้วกินได้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร การทำพื้นที่ดินหรือบ่อเล็ก ๆ เพื่อให้น้ำฝนซึมลงดินแทนการไหลท่วมขัง หรือการใช้พืชน้ำในการบำบัดน้ำเสีย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการใช้ธรรมชาติช่วยแก้ปัญหาทั้งเรื่องความร้อน อาหาร น้ำและสิ่งแวดล้อม
NbS ระดับชุมชน สามารถอยู่ในรูปของพื้นที่ชุ่มน้ำของชุมชน บึง หนอง คลอง สวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียว แนวต้นไม้ริมถนน หรือร่องน้ำธรรมชาติ ซึ่งช่วยหน่วงน้ำ ลดน้ำท่วม กักเก็บน้ำใต้ดิน ปรับปรุงคุณภาพน้ำ ลดความร้อน และเป็นพื้นที่พักผ่อนของคนในชุมชน
ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น นก ปลา แมลง และพืชท้องถิ่น ซึ่งเอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลระหว่างชุมชนและธรรมชาติ ครอบคลุมทั้งมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
NbS ระดับเมือง ต้องมองให้เห็นภาพรวมทั้งระบบก่อนการทำเป็นโครงการเล็ก ๆ เป็นการออกแบบเมืองใหม่ให้ทำงานร่วมกับธรรมชาติ ต้องมองน้ำและธรรมชาติเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ไม่ใช่พื้นที่ว่างที่รอการพัฒนา
หากเมืองได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ชุ่มน้ำ บึง สวนสาธารณะ และคลองธรรมชาติที่เชื่อมต่อกัน เมืองจะสามารถรับน้ำฝน ชะลอน้ำ ระบายน้ำ และลดอุณหภูมิได้ตามธรรมชาติ ทำให้เมืองมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและน่าอยู่มากขึ้นในเวลาเดียวกัน นี่คือ หัวใจสำคัญของ NbS ในระดับเมือง
ทำไม NbS “ไม่ง่าย”
การดำเนินงาน NbS ต้องอาศัยความเข้าใจระบบนิเวศ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ การวางแผนเชิงพื้นที่และการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานและหลายภาคส่วน NbS จึงเป็นเรื่องของการวางแผนและการบริหารจัดการระยะยาว ไม่ใช่โครงการระยะสั้นที่ทำแล้วจบ
อีกประเด็นสำคัญคือ NbS ต้องใช้เวลาในการเห็นผล ต่างจากโครงสร้างพื้นฐานแบบวิศวกรรม เช่น การสร้างกำแพงกันน้ำหรือท่อระบายน้ำที่เห็นผลได้ทันที แต่การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ การปลูกป่า หรือการฟื้นฟูระบบนิเวศ ต้องใช้เวลาให้ธรรมชาติฟื้นตัว
นอกจากนี้ NbS ยังต้องใช้พื้นที่ ซึ่งในเมืองที่มีที่ดินจำกัดมักเป็นข้อจำกัดสำคัญ รวมทั้งต้องมีการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะธรรมชาติเป็นระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
NbS ไม่สามารถใช้รูปแบบเดียวกันได้ทุกพื้นที่ จึงต้องศึกษาและออกแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่เฉพาะ โดยตอบสนองกับความต้องการของคนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ และในบางกรณี NbS ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องใช้ร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานแบบวิศวกรรม
บทสรุปเมื่อ NbS เป็นทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก
ที่ผ่านมา การพัฒนาเมืองมักพยายามเอาชนะธรรมชาติ ยิ่งทำให้ปัญหารุนแรงขึ้นทั้งน้ำท่วมที่รุนแรงขึ้น เมืองที่ร้อนขึ้น คุณภาพน้ำที่แย่ลงและความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดลง
แนวคิด NbS จึงไม่ใช่เพียงแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นแนวคิดการพัฒนาแบบใหม่ที่พยายามปรับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ จาก “การต่อสู้กับธรรมชาติ” เป็น “การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ”
ในโลกที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น Nature-based Solutions หรือ NbS จึงไม่ใช่ “ทางเลือก” ที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่กำลังกลายเป็น “ทางรอด” ของสังคมในระยะยาว
พื้นที่สีเขียว มีพื้นที่รับน้ำ มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ จะช่วยให้สามารถปรับตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า การลงทุนในธรรมชาติ ก็คือการลงทุนในความมั่นคง ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของมนุษย์เอง





