วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม 2569

Login
Login

‘เพชรแท้’ ก็มาจากห้องแล็บได้ | อาหารสมอง

‘เพชรแท้’ ก็มาจากห้องแล็บได้ | อาหารสมอง

โลกปัจจุบันมีสิ่งแปลกใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมเขียนถึงสิ่งที่เหมือนทองคำซึ่งมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 5 สิ่ง ข้อมูลนี้ทำให้รู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อยว่าเมื่อทองคำมีทางโน้มที่ราคาจะขึ้นไปอีกจากฐาน 70,000 -80,000 บาท

การต้มตุ๋นก็น่าจะมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัวเพราะความคุ้มค่าของการหาวิธีหลอกลวงก็จะเพิ่มขึ้น 

แต่เมื่อได้เห็นข้อมูลล่าสุดเรื่องเพชรแล้วก็ยิ่งกังวลมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีล่าสุดทำให้มนุษย์สามารถผลิตเพชรได้ในหลายรูปลักษณ์ และราคาก็แตกต่างกันมาก ที่น่าระวังก็คือ จะมีการหลอกเอาเพชรชนิดถูกมาขายในราคาที่แพงกว่ามากโดยผู้ซื้อรู้ไม่เท่าทัน

ดูข้อมูลชิ้นแรกกันเลยเพื่อสร้างความแปลกใจ เชื่อไหมครับว่า ในปัจจุบันครึ่งหนึ่งของเพชรที่ใช้กันเป็นแหวนหมั้น หรือแหวนแต่งงานในสหรัฐอเมริกานั้นเป็นเพชรที่มิได้มาจากธรรมชาติแบบที่เรารู้จักกัน หากแต่เป็นเพชรที่ผลิตโดยมนุษย์ในห้องแล็บซึ่งในทางวิทยาศาสตร์แล้วมีลักษณะโครงสร้างทางเคมีเหมือนเพชรแบบดั้งเดิมทุกประการ 

“เขา” ยืนยันกันว่ามีความงดงามไม่ต่างจากเพชรธรรมชาติ และ “เขา” เรียกกันว่า “เพชรแท้” ห้ามเรียกว่าเป็นเพชรเทียมเด็ดขาด ส่วนที่เป็นเพชรเทียมซึ่งมีอีกหลายชนิดนั้นเป็นอีกประเภทหนึ่ง เรามาดูเพชรแท้จากธรรมชาติกันก่อนและค่อยไล่เลียงลงไป

เพชรชนิดดั้งเดิมก่อตัวอยู่ใต้ผิวดินลึก 150-250 กิโลเมตร เป็นเวลา 1,000-3,000 ล้านปี และหลุดขึ้นมาบนผิวดินจากการระเบิดของภูเขาไฟมันมี 2 ชนิดคือ (1) คุณภาพเหมาะต่อการนำไปเจียระไนเป็นเครื่องประดับ สีที่เห็นภายในคือชมพู ฟ้า เหลืองและเขียว

ส่วนความงดงามเเละราคาอยู่บนฐานของ 4 C’s คือ C (cut รูปแบบเจียระไน) C (color สี) C (clarity ความใส) และ C (carat น้ำหนัก) (2) คุณภาพเหมาะ ต่องานอุตสาหกรรม กล่าวคือ มีคุณภาพในเรื่องความใสและคุณภาพอื่น ๆ ต่ำ จึงนำไปใช้เป็นหัวเจาะ หัวตัดหรือขัดเกลาวัสดุเเข็งต่างๆ

เพชรชนิดนี้เรารู้จักกันมานมนานว่าเป็น “เพชรแท้” ในสมัยโบราณเพชรเป็นของหายากมาก พบแต่ในอินเดีย เชื่อว่ามีอำนาจลึกลับ เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ จนกระทั่ง De Beers บริษัทอังกฤษใหญ่ข้ามชาติเข้ามาครอบงำธุรกิจเพชรในโลก และสร้างแคมเปญการตลาดในช่วงทศวรรษ 2473 และ 2483 ที่ว่ากันว่าเป็นสุดยอดของโลก

กล่าวคือ ทำให้เห็นว่าเพชรเป็นเรื่องของความรักและความผูกพัน มีภาพโฆษณาคู่รักหนุ่มสาว คู่แต่งงานโดยสื่อข้อความว่า “ถ้าคุณรักเธอก็ให้เพชรสิ” 

ต่อมาความรู้สึกทำนองนี้ก็แพร่หลายผ่านภาพยนตร์ฮอลลีวูด บรรดาดาราภาพยนตร์ใส่เครื่องประดับเพชรทั้งบนจอและนอกจอ ต่อมาในปี 2490 ก็มีประโยคเด็ดที่ฮือฮาทั่วโลก คือ “A Diamond is Forever” (เพชรคือนิรันดร์) และความรู้สึกผูกพันกับเพชรในรูปของความรัก ความโรมานซ์ก็ฉุดไม่อยู่ ปัจจุบันมันเป็นตัวชี้สถานะทางสังคมด้วย

เมื่อมันมีราคาสูงมากและเป็นที่นิยมก็ดึงดูดให้มีการคิดผลิตในห้องแล็บแทนที่จะรอขุดขึ้นมา เเละสำเร็จเป็นครั้งแรกในปี 2497 เพชรประเภทที่สองนี้เรียกว่า Lab-grown Diamonds (เพชรผลิตจากห้องเเล็บ)

ยุคแรกใช้วิธีผลิตที่เรียกว่า HPHT method (High Pressure High Temperature) โดยสร้างแรงกดดันมหาศาลและเผาไหม้คาร์บอนด้วยอุณหภูมิที่สูงมากเป็นเวลาหลายวันต่อเนื่องกันเพื่อเลียนเเบบสถานการณ์ธรรมชาติแต่ผลผลิตที่ได้ยังมีคุณภาพต่ำเเละมีขนาดเล็ก จึงใช้ในด้านอุตสาหกรรม 

ต่อมาในช่วง 2523-2533 มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตจนได้ผลผลิตที่มีคุณสมบัติทางเคมีเหมือนเพชรธรรมชาติ ทุกประการโดยใช้วิธี CVD (Chemical Vapor Deposition) เเละได้คุณภาพเพชรที่ดีพอสำหรับเป็นเครื่องประดับ

ในช่วงปี 2543-2553 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2561 เมื่อ De Beers เข้าร่วมค้าขายในตลาดเพชรที่ผลิตจากห้องแล็บโดยใช้แบรนด์ ชื่อ “Light Box” การยอมรับจึงเพิ่มมากขึ้น การชี้แจงก็คือมันเป็น “เพชรแท้” อย่างแน่นอน เพียงแต่ผลิตด้วยวิธีการที่เเตกต่างกันเท่านั้น 

(“เขา” เหล่านี้เชียร์เพชรใหม่นี้กันหนักมากจากเอกสารที่ผมค้น ไม่มีคำว่าเพชรเทียมเด็ดขาด “เขา“ คือเหล่าผู้มีอิทธิพลในวงการค้าเพชรในระดับโลก) ราคาของเพชรที่มนุษย์สร้างขึ้นในห้องแล็บกับราคาเพชรจากธรรมชาติที่มีคุณภาพดีทัดเทียมกันโดยทั่วไปถูกกว่ากันประมาณ 4-6 เท่า (เเน่นอนครับเพชรจากธรรมชาติราคาสูงกว่า)

นอกจาก “เพชรธรรมชาติ” และ “เพชรห้องแล็บ” ที่เป็นของแท้แล้ว ยังมีเพชรประเภทที่สามคือเพชรธรรมชาติที่นำมาปรับปรุง เช่น ทำให้สีสวยขึ้น ลบรอยแตก เปลี่ยนสี ฯลฯ ประเภทที่สี่ คือ เพชรเทียม (Diamond Simulants) หน้าตาเหมือนเพชรแต่โครงสร้างเคมีแตกต่างออกไป

ช่น Cubic Zirconia (CZ) ที่คนไทยรู้จักกันในนามของเพชรรัสเซีย / Moissanite ซึ่งเป็นที่นิยมมาก / เเก้วหรือคริสตัลซึ่งถูกสุดเเละไม่คงทน

นอกจาก “เพชรแท้” 2 ประเภท และ “เพชรเทียม” 4 ประเภทดังกล่าวแล้ว ยังมีเพชรธรรมชาติที่มีสีแฟนซีหลากหลายซึ่งหายากมาก เพชรจากห้องแล็บที่ใส่สีตลอดจน Recycled Diamonds ที่นำเพชรเก่าวินเทจมาปรับใช้ใหม่ เพชรคุณภาพไม่ถึงจากห้องแล็บมาปรับแต่งเป็นเครื่องประดับ ฯลฯ อีกด้วย

ยุคนี้เป็นยุคแห่งความสับสนว่า ในการเป็น “เพชรแท้” ด้วยกันนั้น อะไรเป็นเพชรธรรมชาติ อะไรมาจากห้องแล็บ เพราะคุณภาพเหมือนกันจนดูได้ยาก เครื่องมือวิทยาศาสตร์ชั้นสูงเท่านั้นจึงจะตัดสินได้เเม่นยำ หรืออ่านอักษรตัวเล็กมากที่สลักไว้ด้วยเลเซอร์ให้รู้ว่ามาจากห้องเเล็บ

ความรู้สึกของคนที่มี “ของจริง” มาจากการตระหนักถึงสิ่งที่อยู่ข้างใน “ของจริง” นั้นไม่ต้องพยายามส่งประกายเพราะมันรู้ตัวของมันเอง