วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

Green AI และการสร้างเครือข่าย | ผู้นำยุคสุดท้าย

Green AI และการสร้างเครือข่าย | ผู้นำยุคสุดท้าย

ทุกวันนี้ อะไรๆ ก็ Green อาทิ Green Industry, Green  Manufacturing, Green Logistics, Green Supply Chain, Green Label, Green Loan เป็นต้น

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของสังคม ตั้งแต่การดำรงชีวิตของทุกผู้คน การประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม การเงิน การแพทย์ ไปจนถึงการให้บริการของภาครัฐราชการ

คำว่า “Green” ไม่ได้หมายถึง “ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” หรือ “การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” เท่านั้น  แต่ยังครอบคลุมถึงการใช้พลังงาน และการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ  การลดความสูญเสียสิ้นเปลือง  การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการออกแบบระบบที่คำนึงถึงวงจรชีวิตของเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นจนจบด้วย

แนวคิดเรื่อง “Green” หรือ “ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”  จึงไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่กลายเป็นความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องนำมาบูรณาการให้เข้ากับการพัฒนา AI อย่างจริงจัง แนวความคิดเรื่อง “Green AI” จึงจำเป็นสำหรับการสร้างสมดุลระหว่าง “ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี” และ “ความยั่งยืนของโลก”

ในขณะที่ “ความยั่งยืน” (Sustainability) คือ การพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน โดยไม่ทำลายความสามารถของคนรุ่นต่อไปในการตอบสนองความต้องการของตนเอง

ดังนั้น Green AI จึงเป็นการผสมผสานแนวความคิดทั้งสองเรื่อง (Green + AI) เข้าด้วยกัน เพื่อให้ AI ไม่เพียงแต่ “ฉลาด” แต่ยังต้อง “รับผิดชอบ” ต่อสังคมและต่อโลกด้วย

การพัฒนาด้าน AI ในปัจจุบัน โดยเฉพาะโมเดลขนาดใหญ่ เช่น Machine Learning หรือ Deep Learning ต้องใช้พลังงานจำนวนมหาศาล ทั้งในกระบวนการฝึกอบรม (training) และการใช้งานจริง (inference)  

ดังนั้นศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของ AI จึงกลายเป็นแหล่งที่ใช้พลังงานรายใหญ่ และเป็นแหล่งที่ปล่อยคาร์บอนที่มีนัยสำคัญด้วย หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม การเติบโตของ AI อาจขัดแย้งกับ “เป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน” (SDGs) และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ (KSF) ประการหนึ่งของการพัฒนา Green AI ก็คือ “การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ” (Collaboration Network) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเร่งการพัฒนา AI และขยายผลอย่างเป็นรูปธรรม

เนื่องจากการพัฒนา AI ที่ยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังจากหลายองค์กรหลายภาคส่วน

การสร้างเครือข่ายทางยุทธศาสตร์ (Strategic Networking / Strategic Partnerships) ก็คือ การสร้างความร่วมมือกันของบุคคล หน่วยงาน องค์กร หรือ สถาบันต่างๆ อย่างมีเป้าหมาย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ขยายโอกาสทางธุรกิจและลดข้อจำกัดด้านทรัพยากรขององค์กร

รวมถึงการบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐราชการ พร้อมกับการร่วมกันรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคมโลก

เครือข่ายในลักษณะนี้ ไม่ใช่เพียงการเชื่อมต่อหรือการประสานงานทั่วไปเท่านั้น แต่ต้องอาศัย “กลยุทธ์เชิงรุก” ที่ผู้นำองค์กรนิยมใช้ เพื่อการเสริมจุดแข็ง ลดจุดอ่อนขององค์กร  ขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจและนโยบาย  รับมือกับความซับซ้อนและความไม่แน่นอนต่างๆ ในระดับมหภาค

การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในวันนี้ จึงประกอบด้วย (1) ภาครัฐ เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบาย มาตรฐาน และแรงจูงใจ  (2) ภาคเอกชน เพื่อเป็นผู้พัฒนาและนำ AI ไปใช้จริง สามารถลงทุนในเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  

(3) ภาคการศึกษาและวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ที่ใช้พลังงานต่ำ และ  (4) ภาคประชาสังคมและผู้ใช้ เพื่อเป็นแรงผลักดันสำคัญในเรื่องของธรรมาภิบาล และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีที่มีความรับผิดชอบ

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือดังกล่าว สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อจัดทำ “มาตรฐาน Green AI” การจัดสัมนาหรือตั้ง Consortium ด้าน Green AI  การแลกเปลี่ยนข้อมูลและเผยแพร่ Best Practices

การพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง (Shared Platform) หรือแม้กระทั่งการร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหรือ “ศูนย์ข้อมูลสีเขียว” (Green Data Center) เป็นต้น

การพัฒนา Green AI  จึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศ เช่น การนำ AI ไปใช้ในการบริหารจัดการพลังงานในโรงงานอุตสาหกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพภาคเกษตร (Smart Farming) การจัดการจราจรในเมืองอัจฉริยะ (Smart City) การวิเคราะห์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันภัยพิบัติ เป็นต้น

ดังนั้น หากมีการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งระหว่างหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงดิจิทัล สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน  ก็จะช่วยให้การพัฒนา Green AI ในประเทศไทยเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืน

Green AI  จึงเป็น “แนวคิดเชิงระบบ” ที่ต้องอาศัยทั้งวิสัยทัศน์ นโยบาย เทคโนโลยี และความร่วมมือกัน เพื่อการสร้างสมดุลระหว่าง “ความฉลาดของเทคโนโลยี” กับ “ความยั่งยืนของโลก”

ปัจจุบัน Green AI จึงไม่ใช่ “ทางเลือก” อีกต่อไป  แต่เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันพัฒนาให้เกิดขึ้นและเป็นเครือข่ายขับเคลื่อนไปด้วยกัน โดยไม่ทำให้ AI กลายเป็นภาระของโลกในวันข้างหน้า แต่กลับจะเป็นพลังสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคนบนโลกใบนี้

การใช้ AI อย่างกว้างขวาง แพร่หลาย และรวดเร็วมากในวันนี้  จึงสมควรที่จะต้องรีบจัดทำ“มาตรฐาน” เกี่ยวกับ Green AI และ AI Governance ให้ทันการ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน  ครับผม !