วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ไอ้โม่งวิน’ และทองเทียม | อาหารสมอง

‘ไอ้โม่งวิน’ และทองเทียม | อาหารสมอง

หากท่านสังเกตขณะนั่งรถไปในท้องถนนของกรุงเทพฯ จะเห็นมอเตอร์ไซค์ที่มีคนขี่สวมหมวกกันน็อกและมีผ้าพันหน้าข้างใน ใส่เสื้อแขนยาวสีดำหรือสีเทาปิดแขนคอมิดชิด พร้อมกับใส่กางเกงขาวยาวสีทึบเหมือน “ไอ้โม่ง”

พร้อมกับมีคนซ้อนที่ท่าทางเหมือนคนนั่งวินมอเตอร์ไซค์ ภาพนี้คือ รูปแบบธุรกิจใหม่ของการเดินทางในกรุงเทพฯ แข่งกับวินมอเตอร์ไซค์

วันนี้นอกจากเรื่อง “ไอ้โม่ง” แล้วขอนำเสนอเรื่องแปลกอีกเรื่องคือ "ทองคำเทียม" ที่ปรากฏให้เห็นอยู่อย่างน่าหวาดหวั่นในยุค “ทองคำ เหยียบแสนบาท”

เมื่อมีความต้องการใช้บริการมอเตอร์ไซค์มากขึ้นโดยเฉพาะในบริเวณที่ไม่มีบริการวินมอเตอร์ไซค์ จึงมีการสนองตอบในรูปแบบของบริการรับส่งมอเตอร์ไซค์ข้ามพื้นที่คล้ายบริการของแท็กซี่ใหม่ เช่น Grab / Uber ฯลฯ

มันเกิดขึ้นอย่างไม่แคร์ “อิทธิพล” ของวินมอเตอร์ไซค์ที่ห้ามรับ-ส่งในเขตอำนาจของตน ผู้โดยสารใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์แบบใหม่ที่ผมขอเรียกว่า “ไอ้โม่งวิน” อย่างไม่เกรงใจวินแบบเดิม เพราะวินแบบเดิมมีพื้นที่ให้บริการจำกัดเป็นพื้นที่ ๆ

“ไอ้โม่งวิน” เป็นอิสระไม่ใส่เสื้อวินประจำแหล่ง และประการสำคัญไม่ได้บอกว่ารับจ้าง หากวิ่งไปมาเสมือนรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปในท้องถนนและพร้อมรับจ้างวิ่งไปทุกที่ตามความต้องการของผู้โดยสาร เหตุที่ “ไอ้โม่งวิน” ต้องแต่งตัวเป็นไอ้โม่งแบบนี้ก็เพราะต้องการสื่อให้รู้กันว่าเขารับจ้าง ผู้จะใช้บริการเมื่อเห็นหน้าตาเป็น “ไอ้โม่ง” แบบนี้จึงรู้กันและเรียกใช้บริการได้เลย

นอกจากนี้ การขี่มอเตอร์ไซค์กลางแดดในกรุงเทพฯ นั้น หากไม่มีเสื้อแขนยาวปิดคอและส่วนอื่น ๆ ของร่างกายมิดชิดแล้วก็จะถูกแดดแผดเผา “ไอ้โม่งวิน” แต่งตัวมิดชิดแบบเว่อร์หน่อยเพื่อส่งสัญญาณให้รู้กันจึงดูเป็นเรื่องปกติ

บ่อยครั้งที่ผมรำคาญไรเดอร์ขี่รถฉวัดเฉวียน สอดแทรกผ่านช่องแคบข้างรถ และที่สำคัญวิ่งฝ่าไฟแดงหรือออกตัวก่อนไฟเขียวแบบไม่เกรงใจว่าคนขับรถอีกฝั่งที่วิ่งมาจะกลายเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตาย

แต่เมื่อผมนึกถึงว่าเมื่อไม่มีตำรวจจราจรหรือกล้อง CCTV ปราบปรามเรื่องฝ่าไฟแดงกันแล้วในปัจจุบัน (ทั้งสถานีเกือบมีแต่ตำรวจชั้นสัญญาบัตรโดยเฉพาะจากนายดาบที่ได้เลื่อนยศกันทั้งประเทศเมื่อหลายปีก่อนให้เป็นนายร้อยตำรวจ จึงไม่มีตำรวจจราจรให้โบกรถเหมือนสมัยก่อน)

พฤติกรรมรีบด่วนเช่นนี้จึงพอเข้าใจได้ และเมื่อตระหนักเรื่องการต้องทำมาหากินเลี้ยงปากท้องของครอบครัวท่ามกลางความร้อนที่แผดเผาแล้วก็รู้สึกเห็นใจ

โดยสรุปปัจจุบันวินมอเตอร์ไซค์ทั้งหลายกำลังถูกแย่งงานโดย “ไอ้โม่งวิน” จำนวนมากที่รับเร็วส่งเร็ว และหายไปอย่างรวดเร็วข้ามเขต “อิทธิพล” ทั้งหมด หัวหน้าวินก็ทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะเมื่อมีคนต้องการมากมายโดยเฉพาะในเวลาเร่งด่วนและวินตอบสนองไม่ได้

อีกทั้งมีรถไอ้โม่งวิ่งบนท้องถนนจำนวนมากมาย นับวัน “ไอ้โม่งวิน” จะมีมากขึ้น เพราะทำงานแบบใช้รถส่วนตัวมารับจ้างและไม่ต้องจ่ายค่าเสื้อด้วย

อีกเรื่องหนึ่งคือ ทองคำเทียม เมื่อราคาทองเหาะขึ้นไปกว่า 80,000 บาทต่อหนึ่งบาทน้ำหนัก และไม่แน่ว่าจะขึ้นไปสูงกว่านี้อีกเท่าใด การเข้าใจเรื่อง “ความเหมือนทองคำ” อาจทำให้พวกเราสบายใจขึ้นบ้าง

แร่ธาตุอย่างแรกที่เหมือนทองคำมาก ๆ คือ Pyrite ซึ่งมีชื่อเล่นอีกอย่างว่า Fool’s Gold (ทองคำของเหล่าคน “งั่ง”) สำหรับคนไม่เชี่ยวชาญจะเชื่อว่าเป็นทองคำ เพราะมีสีสัน มีความแวววาวคล้ายทองคำมาก ๆ มีชื่อทางเคมีว่า iron sulfide แต่มีโครงสร้างทางเคมีที่แตกต่างจากทองคำอย่างสิ้นเชิง 

Pyrite มีลักษณะแข็งแต่เปราะ ซึ่งต่างจากทองคำที่นิ่มและอ่อนปรับได้ ผงจะเป็นสีเขียวแก่ ในขณะที่ทองคำผงเป็นสีเหลือง อีกทั้งมีความหนาแน่นต่ำกว่าทองคำมาก (ทองคำหนักกว่าน้ำ 19 เท่า ส่วน Pyrite หนักกว่าน้ำประมาณ 5 เท่า) ราคาถูกกว่าทองคำเป็นหมื่นเท่า มันเป็นสิ่งต้มตุ๋นเรื่องทองคำที่คลาสสิกมายาวนาน

ตัวที่สอง Chalcopyrite มีสีเหลืองเหมือนทองคำแต่ออกสะท้อนสีรุ้ง อ่อนตัวกว่า Pyrite สีสดกว่าทองคำแต่ไม่แวววาวเท่า ตัวที่สามคือ Mica มีลักษณะเป็นเศษผง สีเหลืองอ่อน ไม่เป็นโลหะเหมือนทองคำ

ตัวที่สี่ Marcasite มีลักษณะโครงสร้างทางเคมีเหมือน Pyrite สีซีดเหลืองกว่าทองคำ มีลักษณะเป็นโลหะ ตัวที่ห้าคือ Heratite สีทอง โดยปกติสีออกแดง หากขัดแล้วดูคล้ายโลหะ หากดูด้วยแสงสว่างไม่มากจะดูคล้ายทอง

ตัวที่หก คือ Brass (ทองเหลือง) ซึ่งเป็นโลหะผสมระหว่างทองแดงเป็นส่วนใหญ่กับสังกะสี เป็นโลหะสีเหลืองที่คล้ายทองคำ หากมีส่วนผสมทองแดงมากก็จะออกสีเหลืองและมีลักษณะอ่อน แต่หากมีส่วนผสมสังกะสีมากก็จะมีสีเหลืองมากขึ้น และมีความแข็งขึ้น

ตัวสุดท้ายคือ นาค (Rose Gold) เป็นโลหะผสมของทองคำกับทองแดง และบางครั้งมีเงินผสมด้วย โดยทั่วไปมีทองคำ 30-75% ทองแดง 25-70% และเงินเล็กน้อย นาคมีสีออกแดง/ชมพู หรือเรียกว่าทองอมแดง ใกล้เคียงกับที่เรียกกันในสากลว่า Rose Gold มีความแข็งกว่าทองคำ

ในบ้านเราเป็นโลหะที่คลาสสิกเพราะนำมาใช้ในการสร้างแหวน สร้อย กำไร ดังเห็นได้ในงานศิลปะโบราณของไทย ครั้งหนึ่งเป็นที่นิยมมากในราชสำนัก

Pyrite เป็นสารโลหะที่เหมือนทองคำมากที่สุด ทองเหลืองและนาคมิได้ตั้งใจให้เป็นโลหะเพื่อการหลอกลวงเหมือนกับการเอาทังสเตน (tungsten) อันเป็นโลหะที่มีความหนาแน่นใกล้เคียงกับทองคำ

คือหนักประมาณ 19 เท่าของน้ำ มาเคลือบด้วยแผ่นทองหนาจนดูเหมือนทองคำแท่งและมีน้ำหนักใกล้เคียงกับทองคำ (น้ำหนักคือ ตัวหนึ่งที่บอกว่าแท้หรือเทียม โลหะอื่น ๆ นั้นเบากว่าทองมากทั้งสิ้น) 

ใครที่ซื้อทองคำแท่งต้องระวังอย่างยิ่ง ทั้งเรื่องการชุบและการหุ้มทอง อย่าซื้อออนไลน์ จงซื้อจากร้านที่มีชื่อเสียงเท่านั้นพร้อมกับมีใบยืนยันกำกับ

“ไอ้โม่งวิน” และทองเทียม ล้วนเกิดขึ้นเพื่อสนองตอบความต้องการของผู้บริโภค เมื่อมีคนต้องการบริการรถมอเตอร์ไซค์มากขึ้นและสะดวกชนิดข้ามเขตบริการของวินไม่ว่าผ่านการเรียกริมถนนหรือโทรคมนาคมก็ตาม

และในอีกกรณีเมื่อทองคำงดงาม ไม่เป็นสนิมและเป็นที่ต้องการมาก ผู้คนก็ต้องการชนิดราคาต่ำมาใช้และเพื่อเอาไปใช้ต้มตุ๋น ตราบใดที่ผู้บริโภคต้องการและมีเงินจ่ายได้ก็จะเกิดสิ่งใหม่ขึ้นเพื่อตอบสนองเสมอ