วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม 2569

Login
Login

อินเดียกับการเปลี่ยนผ่านระบบชำระเงิน โอกาสทางเศรษฐกิจและการต่อต้านคอร์รัปชัน

อินเดียกับการเปลี่ยนผ่านระบบชำระเงิน โอกาสทางเศรษฐกิจและการต่อต้านคอร์รัปชัน

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา อินเดียได้สร้างหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของโลก ผ่านการพัฒนาระบบชำระเงินออนไลน์ที่ใหญ่และครอบคลุมที่สุดในปัจจุบัน จากประเทศที่เคยพึ่งพาเงินสดเป็นหลัก อินเดียก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างรวดเร็ว โดยมีธุรกรรมจำนวนมหาศาลเกิดขึ้นผ่านสมาร์ตโฟนในชีวิตประจำวัน

การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินของประชาชน แต่ยังสะท้อนบทบาทของรัฐที่มุ่งใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งระบบ

หัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้อยู่ที่ความพยายามเชิงนโยบายของรัฐบาลอินเดีย ที่วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล การส่งเสริมให้ประชาชนเปิดบัญชีธนาคาร

และการพัฒนาแพลตฟอร์มการชำระเงินอย่าง Unified Payments Interface (UPI) ที่เชื่อมโยงธนาคารและผู้ให้บริการต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

การออกแบบระบบที่เปิดกว้างและใช้งานง่าย ทำให้ประชาชนสามารถโอนเงินหรือชำระเงินได้ทันทีผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางการเงินที่ซับซ้อน

การเปลี่ยนผ่านนี้มีผลอย่างยิ่งต่อการยกระดับเศรษฐกิจอินเดีย โดยเฉพาะในระดับฐานราก พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ผู้ประกอบการขนาดเล็กและแรงงานนอกระบบ สามารถเข้าถึงระบบการเงินได้เป็นครั้งแรก

การรับ-จ่ายเงินผ่าน QR code หรือแอปพลิเคชันมือถือช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรม เพิ่มความคล่องตัวในการค้า และเปิดโอกาสให้คนกลุ่มนี้เข้าสู่เศรษฐกิจอย่างเป็นทางการมากขึ้น

นี่จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนวิธีการจ่ายเงิน แต่เป็นการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนจำนวนมหาศาล

นอกจากมิติทางเศรษฐกิจแล้ว ระบบชำระเงินดิจิทัลยังมีบทบาทสำคัญในการลดปัญหาคอร์รัปชันในภาครัฐ เมื่อการทำธุรกรรมถูกบันทึกและตรวจสอบได้ การโอนเงินสวัสดิการจากรัฐไปยังประชาชนสามารถทำได้โดยตรง ลดการรั่วไหลและการแทรกแซงของเจ้าหน้าที่ การเปิดเผยข้อมูลและการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานช่วยเพิ่มความโปร่งใส และทำให้การใช้อำนาจรัฐอยู่ภายใต้การตรวจสอบมากขึ้น การปฏิรูปด้านดิจิทัลจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นการปรับโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนด้วย

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของอินเดียไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากความท้าทาย ความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ความรู้ด้านดิจิทัล และความปลอดภัยทางไซเบอร์ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ รัฐบาลอินเดียเลือกที่จะเดินหน้า และปรับปรุงระบบไปพร้อมกัน แทนที่จะหยุดชะงักหรือย้อนกลับไปใช้ระบบเดิม นี่สะท้อนแนวคิดว่าการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างต้องอาศัยความต่อเนื่องและความกล้าที่จะทดลอง

กรณีของอินเดียจึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ว่า การสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ต้องมาพร้อมกับนโยบายที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง การเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงระบบ และการออกแบบกลไกที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

หากทำได้สำเร็จ ระบบดิจิทัลจะไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยสร้างความเป็นธรรมในสังคม

เมื่อหันกลับมามองประเทศไทย การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลยังมีช่องว่างที่ต้องเร่งเติมเต็ม

การพัฒนาระบบชำระเงินหรือบริการออนไลน์ควรเดินควบคู่กับการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐอย่างจริงจัง และการสร้างฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและมีส่วนร่วมได้มากขึ้น 

หากประเทศไทยสามารถนำบทเรียนจากอินเดียมาปรับใช้ โดยยึดหลักความโปร่งใส การเข้าถึง และการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นแกนกลาง การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลก็อาจไม่เพียงช่วยกระตุ้นการเติบโต แต่ยังช่วยลดปัญหาคอร์รัปชันและสร้างความเชื่อมั่นในระบบรัฐได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย.

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก นักวิชาการศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย