วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2569

Login
Login

นโยบายสาธารณสุข บริษัทยาสูบข้ามชาติ และการเปิดโปงโดยสื่อมวลชน

นโยบายสาธารณสุข บริษัทยาสูบข้ามชาติ และการเปิดโปงโดยสื่อมวลชน

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สถาบันควบคุมยาสูบระดับโลกของมหาวิทยาลัย จอห์นส ฮอปกิ้นส์ จัดประชุมทางออนไลน์ หัวข้อ ‘นโยบายสาธารณสุขถูกออกแบบโดยบริษัทยาสูบข้ามชาติอย่างไร และถูกเปิดโปงโดยสื่อมวลชนได้อย่างไร’

โดยเชิญบรรณาธิการอาวุโส Madlen Davies และผู้สื่อข่าวอาวุโส Maria Perez จาก The Examination ซึ่งเป็นองค์กรสื่ออิสระที่ไม่แสวงหากำไร เกี่ยวกับการสืบสวนภัยคุกคามด้านสุขภาพ (https://www.theexamination.org)

บทความวิเคราะห์เชิงสอบสวนโดย Maria Perez เกี่ยวกับการยอมความของบริษัทยาสูบข้ามชาติต่อรัฐบาลแคนาดา (https://www.theexamination.org/articles/why-most-countries-never-got-a-tobacco-settlement)

บ่งชี้ว่า ความสำเร็จมาจากการที่รัฐบาลแคนาดาผ่านร่างกฎหมายสำคัญหลายฉบับก่อนจะเริ่มฟ้องบริษัทยาสูบ รวมทั้งบ่งชี้พฤติกรรมองค์กรที่ไม่เหมาะสม เช่น การโฆษณาชวนเชื่อและวาทกรรม ‘การลดอันตราย’ ซึ่งไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ   

ในฐานะนักข่าวอาวุโสและมีปริญญาบัตรด้านนิติศาสตร์ Maria Perez วิเคราะห์คดีความที่สำนักงานประกันสุขภาพของรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ประสบความสำเร็จในการฟ้องบริษัทยาสูบ ทั้งๆ ที่หลักฐานเชิงประจักษ์ทางด้านการแพทย์บ่งชี้ว่าการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (Small cell lung cancer) และมะเร็งปอดเซลล์สเควมัส (Squamous cell lung cancer)

เพราะศาลไม่เข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมองค์กรของบริษัทยาสูบและการเกิดโรคมะเร็งปอด โดยผู้พิพากษาระบุว่า “ความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยาจากการสูบบุหรี่และการเกิดโรคมะเร็งปอด ไม่เพียงพอที่จะบ่งชี้ถึงการเกิดโรคในปัจเจกบุคคล” (https://www.theexamination.org/articles/south-korea-court-dismisses-lawsuit-against-big-tobacco) 

การวิเคราะห์เชิงสอบสวนอีกชิ้นหนึ่งของ The Examination พบว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจชาวกรีก ได้รับเงินสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิตบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์จำนวน 7000 ยูโร ในการเข้าพบรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอล เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2561 เพื่อโน้มน้าวให้อนุญาตผลิตภัณฑ์บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ที่มีนิโคตินเข้มข้น

ทั้งนี้ ค่าเดินทางโดยเครื่องบินชั้นธุรกิจและค่าที่พักโรงแรมตลอดการเดินทางครั้งนี้ บริษัทบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์เป็นผู้จ่าย แต่แพทย์ผู้นี้ไม่ได้เปิดเผย ‘ผลประโยชน์’ เหล่านี้ เมื่อเขาเผยแพร่ผลงานวิจัยเกี่ยวกับบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ หรือ นิโคติน

ธรรมเนียมปฏิบัติของนักวิชาการและนักวิจัยเมื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อสุขภาพ คือต้อง ‘ประกาศ’ ด้วยการเปิดเผยว่ามี ‘การขัดกันแห่งผลประโยชน์’ หรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญมากเกี่ยวกับ ‘ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ’

ศาสตราจารย์ ดร. โรเบิร์ต พร็อคเตอร์ แห่งมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด กล่าวว่า ‘ผู้ที่คอรัปชั่นมากที่สุดด้านความโปร่งใสทางวิชาการคือบริษัทยาสูบ’ (https://www.theexamination.org/articles/juul-paid-nicotine-expert-to-lobby-israel-against-vape-ban)

The Bureau of Investigative Journalism (TBIJ) เป็นองค์กรสื่ออิสระที่ไม่แสวงหาผลกำไรอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งทำการวิเคราะห์เชิงสอบสวนหลายประเด็น รวมถึง ‘ตัวกำหนดพาณิชย์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ’ รายงานเกี่ยวกับบริษัทยาสูบข้ามชาติที่ผลิตบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ประเภทใช้ความร้อน (Heat-not-burn)

บ่งชี้ว่า การวิจัยเพื่อพิสูจน์ว่า มีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน (harm reduction) ไม่ประสบความสำเร็จ (https://www.thebureauinvestigates.com/stories/2024-07-01/science-for-sale-philip-morris-web-of-payments-to-fund-tobacco-research)

ทั้งนี้ บริษัทผู้ผลิต ยอมรับต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2559 ว่า “ยังไม่มีหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนจากการสูบบุหรี่มวนไปใช้ บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ประเภทใช้ความร้อน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคที่มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่มวน”

ซึ่งรายละเอียดของการบิดเบือนข้อเท็จจริงได้รับการเผยแพร่เพื่อเปิดโปงพฤติกรรมอำพรางของบริษัทยาสูบข้ามชาติ (https://exposetobacco.org/wp-content/uploads/STP054_FDA_IQOS_Brief_v3.pdf)

รายงานเชิงสอบสวนของสำนักข่าว รอยเตอร์ บ่งชี้ว่า ผู้บริหารของบริษัทยาสูบข้ามชาติเดินทางไปรอบโลกเพื่อโน้มน้าว จูงใจให้หน่วยงานสาธารณสุขสนับสนุนผลิตภัณฑ์บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ประเภทใช้ความร้อน ที่กรุงโตเกียว เทล อาวีฟ และ โบโกตา 

ที่ประเทศญี่ปุ่น อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์และวิจัยของบริษัทยาสูบข้ามชาติรับทราบว่ามีการจ่ายเงินจากบริษัทยาสูบให้ที่ปรึกษา 2 แห่ง ซึ่งเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของญี่ปุ่นทั้งสองแห่งคือ มหาวิทยาลัยโตเกียว และมหาวิทยาลัยเกียวโต

ทั้งสองกรณีเป็นการจ่ายเงินจำนวน 6 หลัก เพื่อสนับสนุน ‘การลดอันตราย’ และ ‘การปลอดยาสูบ’ ตามแนวทางการประชาสัมพันธ์และการตลาดของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ มีการวิเคราะห์งานวิจัย 10 ชิ้นที่สรุปว่าผลิตภัณฑ์บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ประเภทใช้ความร้อน มีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน ซึ่งงานวิจัยทั้ง 10 ชิ้นได้รับงบประมาณวิจัยจากบริษัทยาสูบข้ามชาติ 

ที่ประเทศอิสราเอล รองประธานบริหารของบริษัทยาสูบข้ามชาติเข้าพบผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข อิสราเอล เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559 เพื่อขอให้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ประเภทใช้ความร้อน อยู่ในสถานะที่ได้รับการยกเว้นจากกฎหมายควบคุมยาสูบ

แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานควบคุมยาสูบใดๆ ในสหภาพยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา 

ที่ประเทศ โคลอมเบีย เมื่อปี .ศ. 2560 ผลิตภัณฑ์บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ประเภทใช้ความร้อน ถูกนำเข้าสู่ตลาดโดยไม่ผ่านการอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข โดยอ้างว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ใช่บุหรี่ จึงไม่อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมยาสูบของประเทศ โคลอมเบีย

สำนักข่าว รอยเตอร์ จัดทำรายงานเชิงสืบสวนเกี่ยวกับงานวิจัยบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ประเภทใช้ความร้อนของบริษัทยาสูบข้ามชาติ 4 ตอน เมื่อปี พ.ศ. 2560 ตอนที่ 1 เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์ของบริษัทยาสูบข้ามชาติแห่งนี้ ในการล้มล้างและบ่อนทำลายความตกลงนานาชาติในการควบคุมยาสูบระดับโลก

ตอนที่ 2 เป็นรายละเอียดของ ‘การตลาดล่าเหยื่อ’ โดยการมุ่งเป้าไปยังเยาวชนของประเทศอินเดีย ตอนที่ 3 ให้รายละเอียดเกี่ยวกับความไม่ได้มาตรฐานของการวิจัยโดยบริษัทยาสูบข้ามชาติ และจริยธรรมการวิจัย และตอนที่ 4 ให้รายละเอียดกระบวนการโน้มน้าวผู้กำหนดนโยบายโดยบริษัทยาสูบข้ามชาติ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นวัตกรรม นิโคติน 

จะเห็นได้ว่า บริษัทยาสูบข้ามชาติไม่มีงานวิจัยใดๆ รองรับข้ออ้างว่า บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ประเภทใช้ความร้อนมีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน ก่อนจะนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเข้าสู่ตลาด แต่จะพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงให้สังคมเข้าใจผิด ด้วยเหตุนี้ พฤติกรรมองค์กรของบริษัทยาสูบ จึงไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมโลก