วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

สวรรค์ใหม่ของนาฬิกาปลอม | อาหารสมอง

สวรรค์ใหม่ของนาฬิกาปลอม | อาหารสมอง

หลังโควิด 19 ผมสังเกตเห็นว่าการขายนาฬิกาปลอมเลียนแบบแบรนด์เนมเปลี่ยนแปลงไป มีการขายแบบเปิดเผยในร้านและแบบออนไลน์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งมีอะไรแปลก ๆ ที่น่าสนใจบางเรื่อง

ผมจึงไปค้นคว้าหาข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังเพราะอาจทำให้ความเป็นไปของโลกในปัจจุบันกระจ่างมากขึ้นครับ

ในชั้นแรกลองดูกันว่าทำไมถึงมีนาฬิกาปลอมเลียนแบบของจริงที่มีราคาสูง (มาก) เหตุผล ก็คือ 

(1) ของปลอมกับของจริงมีราคาแตกต่างกันเป็นพันหรือแม้แต่หมื่นเท่า (30-300 เหรียญ หรือ 1,000-10,000 บาทเปรียบเทียบกับ 8,000-100,000 เหรียญ หรือ 250,000-3,200,000 บาท) จึงเกิดช่องทางได้กำไร เพราะของจริงเป็นที่ต้องการมากอยู่แล้วเพียงแต่สู้ราคาไม่ไหว

เมื่อมีของปลอมซึ่งเหมือนและถูกกว่ามากจึงขายได้ ต้นทุนการปลอมก็ตก 20-50 เหรียญ (600-1,500 บาท) ราคาขาย 100-500 เหรียญ (3,200 บาท-16,000 บาท) มาร์จินกำไรจึงสูงล่อใจ 

(2) นาฬิกาแพงคือ status symbol เพื่อโชว์ความรวย ฐานะทางสังคม ความสำเร็จ ฯลฯ คนซื้อต้องการสิ่งเหล่านี้ในราคาที่ถูกกว่ามาก

(3) ปราบปรามได้ยากเพราะมีขายทั่วโลกและซื้อขายออนไลน์ก็ได้ โทษก็เบา การบังคับใช้กฎหมายในหลายประเทศก็ไม่จริงจังเพราะอาชญากรรมอื่นก็หนักอยู่แล้ว สรุปว่ามันเป็นธุรกิจที่เสี่ยงต่ำและกำไรสูง

 (4) ปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้ปลอมได้เหมือนมากขึ้น “ของปลอมอย่างแท้” ชั้นดีมากให้หน้าตาที่เหมือนอย่างยิ่งและมีคุณภาพที่ต่างจากของแท้ไม่มากอีกด้วย

ในบรรดาสินค้าปลอมที่มีนับพันชนิดทั่วโลก นาฬิกาเป็นสินค้าที่มีการปลอมมากที่สุดเพราะมีขนาดเล็ก ราคาสูง มูลค่าอาจสูงขึ้นได้ในอนาคตหากของจริงมีราคาขยับขึ้นสูงมาก ขายออนไลน์ก็สะดวกและเป็นแบรนด์เนมที่คนรู้จักอยู่แล้วไม่ต้องหาตลาด นาฬิกาปลอมนั้นมีมากว่าร้อยปีแล้วโดยนาฬิกาสวิสที่มีอยู่ประมาณ 50 แบรนด์นั้นเป็นเป้าสำคัญ

รายงานของ OECD ชื่อ “Counterfeiting Piracy and the Swiss Economy 2025” ประมาณการว่าในปี 2021 มีการขายนาฬิกาปลอมแบรนด์สวิสรวมกันมีมูลค่ากว่า 1.88 พันล้านเหรียญสหรัฐ (60,000 ล้านบาท) และหลังจากโควิด 19 โครงสร้างและขนาดของธุรกิจซื้อขายนาฬิกาสวิสปลอมเปลี่ยนแปลงไปอย่างสำคัญ

กล่าวคือ 97% ของนาฬิกาปลอมที่จับได้นั้นซื้อขายกันผ่านออนไลน์ โดยส่งเป็นพัสดุภัณฑ์ขนาดเล็กที่บรรจุได้ต่ำกว่า 10 เรือนเพื่อกระจายความเสี่ยงและทำให้จับได้ยากขึ้น

ในจำนวนที่จับได้ทั้งหมดนั้นเกือบ 84% (ในรูปของมูลค่า) ส่งมาจากจีนในปี 2020 และ 2021 แหล่งผลิตของปลอมได้แก่จีน บางแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตุรกี ฯลฯ ทั่วโลกปีหนึ่งผลิตสวิสของแท้ 15-20 ล้านเรือนแต่มีสวิสปลอมออกมา 30-40 ล้านเรือน

รายงานกล่าวว่าในปี 2024 กลุ่มประเทศ EU รับพัสดุภัณฑ์ขนาดเล็กเหล่านี้ประมาณ 4,600 ล้านชิ้น หรือประมาณวันละ 12 ล้านชิ้น และกว่า 90% มาจากจีน ซึ่งหมายถึงการเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าตัว เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ธุรกิจออนไลน์มหาศาลเช่นนี้จึงทำให้การจับร้านค้าที่ขายนาฬิกาปลอมหรือเป็นตัวแทนหาของมาขายหรือจับคนขายเร่เป็นเรื่องโบราณไปแล้ว เพราะตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา การซื้อออนไลน์ผ่านการส่งพัสดุภัณฑ์ขนาดเล็กได้กลายเป็นเส้นทางหลักของการค้านาฬิกาแบรนด์เนมปลอมไปแล้ว

ในปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีนาฬิกาปลอมแบรนด์เนมอยู่ในตลาดประมาณ 23.3 ล้านเรือนโดยเข้าไปผ่านพัสดุภัณฑ์ในลักษณะเดียวกับ EU ทางการสหรัฐก็ไม่สามารถปิดกั้นได้เพราะแต่ละวันมีพัสดุภัณฑ์ขนาดเล็กจำนวนมหาศาลจนตรวจจับไม่ไหว

ในบ้านเราก็คงเช่นเดียวกัน จำนวนนาฬิกาที่ขายกันเปิดเผยในศูนย์การค้าต่าง ๆ นั้น โดยแท้จริงแล้วเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับยอดขายผ่านออนไลน์

TikTok ที่เห็นกันในต่างประเทศมีการโฆษณาขายนาฬิกาปลอมออนไลน์โดยใช้โค้ดอันเป็นที่รู้กัน เช่นคำว่า “1 : 1” “reps” หรือ “clean factory” อีกทั้งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร กันอย่างกว้างขวางเพราะมี “ชุมชนเสมือน” ขนาดใหญ่ที่ชอบเล่นนาฬิกาแบรนด์เนมจริง และมีอีก “ชุมชนเสมือน” ที่ปรารถนาจะเป็น ”สมาชิก“ ของชุมชนแรกด้วยการจ่ายเงินซื้อที่น้อยกว่ามาก 

สิ่งที่ทำให้มีเรื่องคุยกันเพิ่มมากขึ้นก็คือ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีพิมพ์ 3D และพัฒนาการด้านโลหะวิทยาที่ช่วยให้การปลอมแปลงทำได้แนบเนียนยิ่งขึ้น รวมไปถึงคำบอกเล่าในเรื่องเทคนิคการเพิ่มราคาของนาฬิกาบางแบรนด์ผ่านการควบคุมจำนวนการผลิต การทำให้มีคิวซื้อเพื่อทำให้ขาดแคลนจนราคาพุ่ง

และประการสำคัญการไปผลิตชิ้นส่วนสำคัญในจีนของบางแบรนด์ทำให้การปลอมเกิดได้ง่ายขึ้น เพราะทุกแหล่งของการผลิตจริงก็จะมีโรงงานผลิตปลอมอยู่ใกล้ ๆ เพื่อหาช่องทางเอาซอฟต์แวร์การผลิต เครื่องจักรผลิต แปลนรูปแบบการผลิต ฯลฯ ของนาฬิกาจริงมาใช้ จนผลิตได้เหมือนของจริงมากขึ้นทุกที

เรื่องที่แปลกของวงการ เรื่องแรกก็คือ บริษัทแบรนด์เนมของแท้นั้นพอใจอยู่เงียบ ๆ ที่ยี่ห้อของตนเองมีการปลอม เพราะ “ถ้าไม่แน่จริง ก็ไม่มีคนปลอม” (ทำนองเดียวกับ “ถ้าไม่แน่จริง ก็ไม่แก่”) อย่างไรก็ดี บริษัทผลิตจริงก็ต้องระวังเพราะหากผลิตได้เหมือนจริงมากดังที่เรียกกันว่า “super clones” ซึ่งมีราคาถึงหมื่นถึงแสนบาทและกำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ก็อาจแย่งตลาดของแท้ได้

เรื่องที่สอง ผู้ผลิตแบรนด์เนมกำลังใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อพิสูจน์ความเป็นของแท้เพื่อให้ผู้บริโภคสบายใจ เช่น ใช้สารเคมีหยดลงบนโลหะ สลักอักษรขนาดเล็กมากชนิดที่ตาเปล่ามองไม่เห็น แอบซ่อนลักษณะพิเศษบางอย่างแบบเดียวกับธนบัตร ฯลฯ

วิธีสังเกตดั้งเดิมโดยดูหน้าตาภายนอก ความชัดคม ความเข้มของสีหน้าปัดและตัวเลข ลักษณะการเดินของเข็ม คุณภาพโลหะ ฯ อาจล้าสมัยไปแล้วสำหรับการพิจารณากลุ่ม super clones

เรื่องที่สาม การเข้าถึงนาฬิกาปลอมนั้นง่ายดายมากขึ้นในประเทศตะวันตก เมื่อเลือกแบรนด์และรุ่นได้แล้วก็เข้า WhatsApp บอกที่อยู่ ชำระค่าขนส่งและนาฬิกาด้วย app ที่ระบุ เขาก็จะส่งของ มาให้ หากถูกศุลกากรยึด คนขายก็จะส่งเรือนใหม่มาให้ คาดว่าในบ้านเราก็คงจะมีการซื้อขายในลักษณะเดียวกันอย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้

นาฬิกาแบรนด์เนมนั้นถึงแม้บางรุ่นจะมีต้นทุนสูงมากเพื่อคุณภาพ แต่ก็มีราคาสูงมากเช่นกัน จึงทำกำไรต่อเรือนได้มหาศาล ในลักษณะนี้เขาจะไม่มีวันขายราคาถูก เพราะขนาดแพงมากยังแย่งกันซื้อ หากมีราคาลดลงผู้คนก็จะคลางแคลงใจในคุณภาพ และทำให้ความเป็น status symbol ของแบรนด์นั้นลดลงด้วย