วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

ล้งมะพร้าว ธุรกิจต้องห้ามของคนต่างด้าว

ล้งมะพร้าว ธุรกิจต้องห้ามของคนต่างด้าว

กฎหมายควบคุมการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ฉบับแรกของไทย คือประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2515 หลักการที่สำคัญ คือ บทบัญญัติในข้อ 4 วรรคหนึ่ง

ห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจที่กำหนดไว้ในบัญชี ก. หรือบัญชี ข. ท้ายประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ เว้นแต่จะได้มีพระราชกฤษฎีกาอนุญาต พระราชกฤษฎีกาอาจกำหนดเงื่อนไขประการใดก็ได้ ตามแต่จะเห็นสมควร และตามข้อ 4 วรรคสองบัญญัติว่า ห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจที่กำหนดไว้ในบัญชี ค. ท้ายประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดี

ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 281 การค้าภายในเกี่ยวกับผลิตผลทางเกษตรพื้นเมือง เป็นธุรกิจต้องห้ามตามบัญชี ก.หมวด 2

ในปี 2542 ได้มีการตราพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ออกใช้บังคับ โดยยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 281 และกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมสองฉบับ

หลักการสำคัญคือ ห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจตามบัญชีหนึ่ง ห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจตามที่กำหนดในบัญชีสอง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี และห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจตามที่กำหนดในบัญชีสาม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจ

๐ การค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลทางเกษตรพื้นเมือง ยังเป็นธุรกิจต้องห้ามของคนต่างด้าว

เมื่อพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มีผลใช้บังคับ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 ถูกยกเลิกไปแต่ ธุรกิจการค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลทางเกษตรพื้นเมือง ก็ยังเป็นธุรกิจตามที่กำหนดไว้ในบัญชีสาม

ซึ่งเป็นธุรกิจต้องห้ามของคนต่างด้าวตามที่เคยกำหนดไว้ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่281 ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับธุรกิจ การค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลทางเกษตรพื้นเมือง  ที่ยังต้องสงวนไว้สำหรับคนไทย 

ทั้งนี้น่าจะมาจากเหตุผลที่ว่า การค้าผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลทางเกษตรพื้นเมือง จะมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรจะได้รับ การกำหนดให้ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจต้องห้ามของคนต่างด้าว น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการคนไทย และต่อเกษตรกรคนไทยมากกว่าการให้คนต่างด้าวเข้ามาทำธุรกิจนี้ได้อย่างเสรี

๐ ปรากฏการณ์ล้งมะพร้าวน้ำหอม

ในช่วงหลายดือนที่ผ่านมาปรากฏว่ามะพร้าวน้ำหอมในแหล่งปลูกที่สำคัญคือ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และอีกหลายอำเภอในจังหวัดนครปฐม มีราคาตกต่ำมาก ซึ่งมีเหตุมาจากปัจจัยหลายประการ

แต่ก็มีเสียงสะท้อนจากชาวสวนมะพร้าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้มะพร้าวน้ำหอมมีราคาตกต่ำ ประการหนึ่งน่าจะมาจากกรณีที่มีนายทุนต่างด้าวเข้าไปมีบทบาทเป็นผู้ประกอบการทำสวนค้ามะพร้าวน้ำหอม โดยเช่าสวนมะพร้าวจากชาวสวนเดิมแล้วจ้างคนงานทำสวน

ส่วนการค้าก็ตั้งบริษัทรับซื้อมะพร้าวน้ำหอม ที่เรียกว่าล้งมะพร้าวแล้วรวบรวมคัดแยกเพื่อการส่งออกต่อไป ในการรับซื้อนั้น ล้งมะพร้าวดังกล่าวมีวิธีการหลายรูปแบบในการตัดราคาและกดราคามะพร้าวจากชาวสวน

การประกอบกิจการเป็นล้งมะพร้าวรับซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากชาวสวน เข้าข่ายเป็นการค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลเกษตรพื้นเมือง เป็นธุรกิจต้องห้ามของคนต่างด้าวตามที่กำหนดไว้ในบัญชีสาม ของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 

ซึ่งก็มีเหตุอันควรสงสัยว่า การที่นายทุนคนต่างด้าวตั้งบริษัทประกอบกิจการเป็นล้งรับซื้อมะพร้าวน้ำหอมโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว น่าจะมีการดำเนินการโดยให้บุคคลที่มีสัญชาติไทยถือหุ้นแทนนายทุนคนต่างด้าว

โดยให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้บริษัทที่ประกอบกิจการเป็นล้งมะพร้าวมีฐานะเป็นคนต่างด้าว ทำให้สามารถประกอบกิจการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 กระทรวงพาณิชย์โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับเจ้าพนักงานตำรวจจากกองบัญชาตำรวจสอบสวนกลาง เข้าตรวจสอบการดำเนินกิจการของล้งมะพร้าว ในจังหวัดราชบุรี

ผลการตรวจสอบในเบื้องต้น มีหลักฐานและพฤติการณ์เชื่อได้ว่าบริษัทที่ประกอบกิจการล้งมะพร้าวดังกล่าว 6 ราย จัดตั้งขึ้นโดยให้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อไม่ให้บริษัทมีสถานะเป็นคนต่างด้าว 

และตรวจพบบุคคลสัญชาติไทยและบุคคลที่เป็นคนต่างด้าวให้การสนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจล้งมะพร้าว เพื่อหลีกเลี่ยงให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจเป็นล้งมะพร้าวที่ถือว่าเป็นธุรกิจการค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลเกษตรพื้นเมือง ตามบัญชีสาม อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มาตรา 36 

มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี ปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลจะสั่งให้เลิกการให้ความช่วยเหลือ หรือหรือสั่งให้เลิกการประกอบธุรกิจ หรือสั่งให้เลิกถือหุ้นเสีย หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ต้องระวางโทษปรับวันละหนึ่งหมื่นบาทถึงห้าหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

การประกอบธุรกิจเป็นล้งรับซื้อขายผลิตผลทางเกษตรไม่เป็นความผิด เว้นแต่จะเป็นการดำเนินการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น กรณีของธุรกิจล้งมะพร้าวที่ดำเนินการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542

พฤติการณ์ของการประกอบธุรกิจ นอกจากเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติฯ แล้ว ก็ยังปรากฏข้อบ่งชี้ว่าอาจมีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอื่นที่ต้องตรวจสอบต่อไปอีก เช่น กฎหมายการบัญชี รวมทั้งอาจถูกตรวจสอบว่าได้เสียภาษีถูกต้องหรือไม่อีกด้วย