วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม 2569

Login
Login

ดร.ป๋วย เหลียวหลัง แลหน้า ประเทศไทย

ดร.ป๋วย เหลียวหลัง แลหน้า ประเทศไทย

เดือนนี้เป็นวาระครบรอบ 110 ปี ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สามัญชนผู้ยิ่งใหญ่ของสังคมไทย อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยที่อายุน้อยสุดและดํารงตําเเหน่งนานสุด คือ 12 ปี (2502-2514)

อดีตผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง อดีตผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้วางรากฐานสําคัญให้กับการบริหารการเงินและการคลังของประเทศในช่วงเริ่มการพัฒนา

เป็นตัวอย่างของการปฏิบัติหน้าที่สาธารณะด้วยความรับผิดชอบ ความถูกต้อง ความกล้าหาญ และความรักที่มีต่อชาติบ้านเมือง ทั้งในฐานะข้าราชการที่รับใช้แผ่นดินและพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ ทั้งในยามปรกติและยามสงคราม แม้ท่านได้จากโลกไปแล้วเกือบสามสิบปี

สังคมไทยยังนึกถึงแนวคิดและความดีงามของท่าน คําถามคือ ถ้า ดร.ป๋วย เหลียวหลัง แลหน้า ประเทศไทยวันนี้ ท่านจะคิดอย่างไร จะฝากอะไรให้สังคมไทย นี่คือประเด็นที่จะเขียนวันนี้

ประเทศเราขณะนี้มีปัญหามาก ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มาจากการขาดความรู้ความสามารถของคนในประเทศ แต่มาจากการใช้อํานาจและการทำหน้าที่สาธารณะของคนและองค์กรที่รับผิดชอบที่ขาดสำนึกเพื่อส่วนรวม ทั้งในภาคการเมือง ภาคราชการและองค์กรอิสระ มุ่งแต่เรื่องอำนาจ ทําให้ประเทศมีปัญหา ไม่ก้าวหน้า และประชาชนเสียโอกาส สะสมเป็น 10-20 ปีจนประเทศถดถอย

ดร.ป๋วย สมัยรับราชการเมื่อ 60 ปีก่อนก็คงอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกัน สมัยนั้นการเมืองไม่มีประชาธิปไตย อํานาจการเมืองเป็นใหญ่ ระบบราชการขาดความพร้อม เน้นตัวบุคคล และเเรงกดดันจากการเมืองมีมาก

แต่ผลงานและชื่อเสียงของ ดร.ป๋วย ถึงวันนี้ รวมถึงของผู้หลักผู้ใหญ่อีกหลายท่านสมัยนั้น แสดงให้เห็นว่า แม้จะอยู่ในระบบที่ยาก การเลือกความถูกต้องและการทําหน้าที่เพื่อส่วนรวมเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ และมีหลายเรื่องจากในอดีตที่คนรุ่นปัจจุบันสามารถเรียนรู้

หนึ่ง ในภาครัฐที่การบังคับบัญชามีระดับชั้น อำนาจเป็นใหญ่ ระบบขาดความสมบูรณ์และความบกพร่องมีมาก ความอ่อนแอและข้อจํากัดเหล่านี้ไม่ควรเป็นข้ออ้างที่จะไม่ทําหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ หรือลู่ตามสิ่งที่ไม่ควรทํา

ตรงข้าม ในสถานการณ์เช่นนี้ การทําหน้าที่อย่างถูกต้อง อย่างมืออาชีพ คือ การทําหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ เน้นความถูกต้องและประโยชน์ของสาธารณะมากกว่าความสบายส่วนตัวหรือประโยชน์ส่วนตน นี่คือ สิ่งที่ผู้ใหญ่ในอดีตทํา

สอง ดร.ป๋วยแสดงให้เห็นว่า ความเข้มแข็งของภาครัฐและระบบราชการ เป็นที่พึ่งสำคัญของประเทศชาติและประชาชน ซึ่งต้องมาจากความเป็นสถาบันที่เข้มแข็งของหน่วยงานราชการ ที่ผู้ที่เข้ามารับผิดชอบ เข้ามาเป็นหัวหน้า ต้องสร้างและรักษาไว้ ไม่ใช่มาแล้วก็ไปหรือทําลาย

ตัวอย่างเช่น ความเป็นสถาบันของธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีอยู่มาถึงทุกวันนี้ เช่นเดียวกับการรักษาวินัยการคลังซึ่งเป็นหลักการทำหน้าที่ของกระทรวงการคลังที่มีมาถึงทุกวันนี้เช่นกัน

นี่คือ ความเป็นสถาบันที่ ดร.ป๋วย มองเห็นและปกป้องให้ดํารงอยู่กับสังคมแม้ตัวท่านจะจากไป มองหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐคือการทําหน้าที่อย่างรับผิดชอบและรักษาความเป็นสถาบันของหน่วยงานของตนไว้เพื่อประเทศและคนรุ่นต่อไป

ไม่ใช่เข้ามาตักตวงเมื่อมีตำแหน่งมีอำนาจ เหมือนสมบัติผลัดกันชม หรือปล่อยวางตามความต้องการของนักการเมือง จนสถาบันอ่อนแอเพียงเพื่อรักษาตำแหน่งหรือประโยชน์ส่วนตัว เป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญสำหรับระบบราชการในปัจจุบัน

สาม มีความกล้าหาญในการทําหน้าที่เมื่อเวลามาถึง เพื่อปกป้องสมบัติชาติและประโยชน์ส่วนรวม ปกป้องหลักการที่ถูกต้อง และชื่อเสียงขององค์กร เป็นสิ่งที่ต้องทําแม้มีความเสี่ยงที่อาจเกิดภัยต่อตนเอง ซึ่ง ดร.ป๋วยได้แสดงให้เห็นหลายครั้งในการทําหน้าที่ดังกล่าว ทั้งเมื่อเป็นพลเมืองและตอนเป็นข้าราชการ

เช่น สมัครเป็นทหารในกองทัพบกอังกฤษเพื่อรับใช้ชาติไทยสมัยเรียนที่อังกฤษช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อต่อต้านญี่ปุ่นที่กองทัพญี่ปุ่นบุกยึดประเทศไทย ซึ่งดร.ป๋วยเสี่ยงชีวิตโดดร่มเข้าประเทศไทยเพื่อติดต่อขบวนการเสรีไทย

ในปี 2507 ดร ป๋วยแสดงสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงของสมาคมธนาคารต่อหน้าสื่อมวลชน ชี้ถึงผลประโยชน์ขัดแย้งและความไม่เหมาะสมที่ผู้มีตําแหน่งการเมืองจะรับตําแหน่งกรรมการในสถาบันการเงินพร้อมกันไปด้วย เป็นผลให้นายกรัฐมนตรีขณะนั้นลาออกจากการเป็นกรรมการสถาบันการเงินในวันรุ่งขึ้น

อีกตัวอย่างคือ การลาออกจากตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หลังเกิดเหตุการณ์นองเลือดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2519 เป็นการลาออกที่เเสดงถึงภาวะผู้นําที่มีความรับผิดชอบ กล้าหาญ และมีจริยธรรม

ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้ทิ้งไว้ซึ่งความทรงจําและความดีงามมากมายของผู้ใหญ่ในอดีต ที่บุกเบิกและสร้างประเทศด้วยความยากลำบาก หวังให้คนไทยรุ่นต่อไปสานต่อเพื่อนําประเทศชาติไปสู่ความเจริญก้าวหน้าเพื่อศักดิ์ศรีของประเทศและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน

ท่านจะคิดอย่างไรถ้าเห็นประเทศไทยวันนี้ ที่ดูแย่ลงในทุกมิติสวนทางกับที่ทุกคนหวัง ทั้งการเมืองที่ไร้คุณภาพ คนในสังคมแตกแยก ปัญหาการเติบโตของเศรษฐกิจ การกระจายรายได้ ความยากจน การทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐที่รุนแรง และทุกส่วนของสังคมอ่อนแอเรื่องธรรมภิบาล เป็นตัวอย่างของสังคมที่ความเจริญหยุดนิ่งและถอยหลังได้ด้วยเวลาและการเมืองที่ทําลายประเทศ

ผมคิดว่าดร.ป๋วยคงไม่ตอบอะไรถ้าท่านเห็นประเทศไทยวันนี้ แต่ในใจคงคิดหลายเรื่องที่อยากให้คนไทยทําเพราะความรักและห่วงใยประเทศไทย สำหรับข้าราชการ ท่านคงอยากเห็นการทําหน้าที่อย่างรับผิดชอบ ถูกต้อง กล้าหาญ เป็นมืออาชีพ มองประโยชน์ส่วนรวมและความเข้มแข็งของสถาบันราชการของตนเป็นที่ตั้ง 

สําหรับพ่อค้า เพราะธุรกิจคือการใช้ทรัพยากรที่ประเทศมีเพื่อทำกำไร ท่านคงอยากให้นักธุรกิจเคารพกฎหมาย ไม่เอาเปรียบสังคม และมองประโยชน์ของประเทศก่อนประโยชน์ของบริษัท สําหรับนักการเมือง คงอยากให้เลิกตักตวง เพราะประเทศเสียหายมากแล้ว ควรมุ่งพัฒนาและแก้ไขปัญหาเพื่อส่งมอบประเทศไทยที่ดีกว่าที่ได้รับมาให้กับคนรุ่นต่อไป

และสําหรับคนไทย ท่านคงนึกในใจว่า ประเทศไม่ได้ดีขึ้นเพราะนักการเมืองหรือนโยบาย เพราะนักการเมืองมาแล้วก็ไป แต่ประเทศเข้มแข็ง เพราะพลเมืองของประเทศทําหน้าที่อย่างรับผิดชอบ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าคงอยู่ในใจท่าน

ขอใช้โอกาสนี้สดุดีความดีงามของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และผู้ใหญ่ในอดีต และเชิญชวนผู้อ่านทุกท่านตอบแทนความดีงามเหล่านี้ด้วยการทําหน้าที่พลเมืองของประเทศอย่างเข้มแข็งและรับผิดชอบ เพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของประเทศ

 

ดร.ป๋วย เหลียวหลัง แลหน้า ประเทศไทย