วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

เมื่อ AI Agent กลายเป็น “เจ้าหน้าที่รัฐ”

เมื่อ AI Agent กลายเป็น “เจ้าหน้าที่รัฐ”

AI จะก้าวขึ้นจากการเป็นผู้ช่วย มาเป็นผู้ดำเนินการในกิจกรรมบริการหลายเรื่อง ภายในไม่เกินสิบปีข้างหน้า ประเทศที่พึ่งพารายได้จากธุรกิจบริการ ที่รู้จักกันในชื่อ Business Process Outsourcing BPO ต่างตระหนักถึงความท้าทายของ AI ในธุรกิจนี้เป็นอย่างดี

งานบริการข้อมูลแบบเดียวกัน ถ้าทำในสหรัฐอเมริกา อาจเสียค่าจ้างสูงถึงกว่าหนึ่งพันบาทต่อชั่วโมง แต่ถ้า Outsource มาที่อินเดีย จะเหลือแค่ไม่ถึงสองร้อยบาท ถ้า AI มาแทนจะเหลือไม่เกินสามสิบบาท 

ความท้าทายนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาคเอกชน แต่รวมไปถึงบริการภาครัฐ ที่ AI อาจทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โปร่งใสมากขึ้น ด้วยค่าใช้จ่ายทีต่ำกว่าที่เคยให้บริการประชาชนด้วยการมีเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนมาก 

บางประเทศ งบประมาณประจำปีหมดไปกับค่าจ้างบุคลากร แทบไม่เหลือไปลงทุนใหม่ ๆ ให้กับประเทศ AI จึงอยู่เบื้องหลังการประกาศปฏิรูป ลดขนาดราชการในหลายประเทศ รวมทั้งเพื่อนบ้านที่หลายคนในบ้านเราอิจฉา

AI Agent คือระบบ AI ที่สามารถเข้าใจคำสั่งและสนทนาได้แทบเหมือนมนุษย์ สามารถดำเนินงานหลายอย่างได้โดยอัตโนมัติ โดยเป็นระบบที่เชื่อมต่อกับระบบดิจิทัลอื่น ๆ ได้อย่างกลมกลืน 

ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลต่าง ๆ หรือเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศในงานต่าง ๆ หรือการเข้าถึงข้อมูลในเว็บและโซเชียลมีเดีย 

AI Agent เติบโตต่อเนื่องมาจาก AI ที่เราคุ้นเคยกันอยู่ทุกวันนี้ จะเลือกซื้อของในร้านบนอินเทอร์เน็ต เราก็ยังวาน AI ช่วยเปรียบเทียบให้ ไม่ได้แค่ดูรีวิวเหมือนแต่ก่อน

AI Agent สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำเสมือนเพิ่มจำนวนพนักงานบริการขึ้นตามปริมาณผู้ใช้บริการได้อีกด้วย บริการที่เคยต้องติดต่อกับหลายหน่วยงาน AI Agent เป็นตัวแทนทำให้ได้หมด จะกี่หน่วยงานได้ทั้งนั้น 

AI Agent ไม่ทะเลาะกับผู้ใช้บริการ ทำตามที่ร้องขอได้ทั้งหมด ถ้าไม่ได้ติดขัดกฎระเบียบใด ๆ ใช้บริการบ่อย ๆจนAI Agent รู้จักบริบทของเราชัดเจนยิ่งขึ้น จะยิ่งสามารถให้บริการได้อย่างเจาะจง หรือเสนอแนะบริการอื่นใดเพิ่มเติมขึ้นอีก

ถ้าภาครัฐเดินหน้าเต็มตัวกับการให้บริการประชาชน โดย AI Agent วันนั้น ประชาชนจะไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปติดต่อกับหลายหน่วยงาน

ไปชั้นนั้น แล้ววนไปชั้นนี้ ไม่ต้องสำเนาเอกสารหลายชุด ไม่ต้องรอคิวซ้ำซ้อน คิวนี้เสร็จไปต่อคิวนั้น เพียงแค่บอกสิ่งที่ต้องการกับ AI Agent แล้วขั้นตอนต่อไป AI Agent จัดการให้จนงานสำเร็จ 

อยากได้ใบอนุญาตงานใด AI Agent เริ่มจากตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ช่วยรวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมคำขออนุญาต จากสารพัดฐานข้อมูล เริ่มจากข้อมูลจากฐานข้อมูลประชาชน จนกระทั่งได้คำขอที่มีข้อมูลครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หากขาดสิ่งใดก็ร้องขอจากเรา พร้อมแนะนำเพิ่มว่าเราจะไปหาข้อมูลนั้นอย่างไร 

เมื่อคำขออนุญาตครบถ้วนแล้ว ก็เป็นตัวแทนเราในการส่งคำขอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะได้คำตอบแทบจะทันที หากคำขอนั้นสอดคล้องกับที่กำหนดไว้ในกฎหมาย หากคำขอไม่ผ่าน ก็มีคำอธิบายที่เข้าใจได้ว่าทำไมจึงไม่ผ่าน คำขออนุญาตที่เคยใช้เวลาหลายวัน อาจเหลือเพียงไม่กี่นาที

ระบบราชการเดิมที่มีข้อจำกัด จากการมีขั้นตอนจำนวนมาก มีการทำงานแบบแยกส่วน ต่างหน่วยงานต่างทำคนละเรื่อง และมีการตรวจสอบเอกสารด้วยคน AI Agent เอาชนะข้อจำกัดเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย 

บริการแบบดั่งเดิมที่เหมือนหลุดเข้าไปในกล่องดำ ประชาชนไม่รู้ว่ากระบวนการอยู่ขั้นตอนไหนแล้ว AI Agent มีหมายเลขติดตาม มีการบันทึกการดำเนินการทุกขั้นตอน มีเวลาในการดำเนินงานที่แน่นอน

ไม่ปรับเปลี่ยนไปตามบริบทรอบตัวของคนที่เป็นผู้ให้บริการ ประชาชนจึงทราบได้ทุกเมื่อว่าอยู่ในขั้นตอนใด ใครเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติ และจะตอบผลให้ทราบได้เมื่อใด ซึ่งช่วยลดการทุจริต ลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่โปร่งใส และลดการล่าช้าโดยไม่มีเหตุผล

นอกจากให้บริการประชาชนได้แล้ว AI Agent ยังสามารถช่วยรัฐในการวิเคราะห์ปัญหาในภาพรวม จากข้อมูลการให้บริการที่มีการติดตามอย่างเรียลไทม์ หรือไปไกลถึงการแนะนำนโยบายที่พึงมีสำหรับการพัฒนาบริการประชาชน

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ จะใช้ AI มาทดแทนเจ้าหน้าที่รัฐได้อย่างไร แต่คือจะใช้ AI เพื่อทำให้เจ้าหน้าที่รัฐมีเวลาในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ประชาชนได้อย่างไร