วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

ไทยเบฟ กับ มอก. 9999 | ผู้นำยุคสุดท้าย

ไทยเบฟ กับ มอก. 9999 | ผู้นำยุคสุดท้าย

“มอก. 9999” คือ มาตรฐานที่ว่าด้วย “แนวเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม” ของ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม

ว่าไปแล้ว พวกเราส่วนใหญ่เข้าใจว่า หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) สามารถใช้ได้กับภาคเกษตรกรรมและภาคสังคมเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ยังเหมาะอย่างยิ่งกับการประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมด้วย

เมื่อ พ.ศ.2517 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) พระราชทานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่พสกนิกรชาวไทย ซึ่งชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทุกระดับ ที่มีหลักแนวคิดบนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท เป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤติ เพื่อความมั่นคง สมดุลและความยั่งยืนของการพัฒนา

ในระยะแรกๆ ภาคเกษตรกรรมเป็นภาคที่มีการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้อย่างแพร่หลาย เนื่องจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริส่วนใหญ่เน้นในเรื่องการเกษตร เพราะทรงเล็งเห็นว่าการเกษตรเป็นหลักของประเทศ และเป็นรากฐานของชีวิต

สำหรับภาคธุรกิจอุตสาหกรรมนั้น หลักแนวคิดของพระองค์ท่านได้ปรากฏผลให้เห็นชัดเจนเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ในปี 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวสูง เร่งการลงทุนขยายกิจการกันอย่างขนานใหญ่ ใช้เงินลงทุนเกินตัวในภาคธุรกิจ

ทำให้รัฐบาลในขณะนั้นต้องประกาศอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินแก่ธุรกิจอุตสาหกรรมจำนวนมากที่มีการกู้ยืมเงิน (โดยเฉพาะจากต่างประเทศ) 

หลังจากวิกฤตการณ์นั้น หลายองค์กรสามารถพลิกฟื้นสถานการณ์และหลุดพ้นจากวิกฤต โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนี้ไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมในมิติที่หลากหลาย นี่คือ จุดเริ่มต้นของการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม

กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ริเริ่มกำหนดมาตรฐาน “มอก. 9999 แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม” ขึ้น โดยมี สมอ. เป็นผู้รับผิดชอบเมื่อ พ.ศ.2554 และได้ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2556 เป็นต้นมา

มาตรฐานฉบับนี้ได้รับเกียรติจากท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา (ผู้จุดประกายเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม) เป็นประธานที่ปรึกษา และมีคณะกรรมการจากทั้งภาครัฐ - ราชการ - เอกชน ร่วมกันกำหนดมาตรฐาน “มอก. 9999”

ปัจจุบันภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไทยต้องพึ่งพาการส่งออก ทำให้ต้องมีความเข้าใจในกติกาการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ในเรื่องของการผลิต และการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล

อาทิ การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม การประกอบกิจการที่สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างมีความสุข สามารถสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะภายใต้วิกฤตการณ์ทางสงครามที่กำลังเกิดขึ้น

ภายใต้กระแสกดดันจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารระดับสูงของหลายองค์กรต่างเห็นพ้องกันว่า “มอก. 9999” น่าจะสามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาวิกฤติในปัจจุบันได้ เพราะช่วยให้เกิดการเตรียมความพร้อมและสามารถป้องกันองค์กรจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงได้

หลักการของ “มาตรฐาน 9999” นี้ มี 4 ประการ ได้แก่ การมีส่วนร่วมของบุคลากร การเคารพต่อผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย การบริหารแบบองค์รวม และการบริหารเชิงระบบ

โดยมีองค์ประกอบสำคัญของหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่ง คือ “3 ห่วง” และ “2 เงื่อนไข” อันได้แก่ (1) ความพอประมาณ (2) ความมีเหตุมีผล (3) การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี (4) ความรู้ และ (5) คุณธรรม

“มอก. 9999” สำหรับภาคธุรกิจอุตสาหกรรม จะตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก อันได้แก่ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักการบริหารแบบองค์รวม และการบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทั่วทั้งองค์กร ดังนั้น จุดประสงค์สำคัญของ “มอก. 9999” ก็คือ ความสมดุล ความมั่นคง ความยั่งยืน และการมีความสุข

ทุกวันนี้ ความสำเร็จของการน้อมนำ “มอก. 9999” ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจอุตสาหกรรม ได้ปรากฏผลชัดเจนในหลายองค์กร อาทิ ไทยเบฟ, CP, SCG เป็นต้น

บทความวันนี้จะขอพูดถึงความสำเร็จของ “กลุ่มธุรกิจสุรา” โดยสำนักการผลิตสุราของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ได้เริ่มด้วยการยึดถือ “หลักการ 2 ข้อ” เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารขององค์กรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

คือ (1) การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคลากรและองค์กร และ (2) การพัฒนาที่สมดุล มีความมั่นคง เติบโตได้อย่างยั่งยืน และมีความสุข พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก รวมทั้งความไม่แน่นอนด้วย 

โดยคำนึงถึง “ปัจจัย 4 ด้าน” ได้แก่ การมีส่วนร่วมของบุคลากร การเคารพต่อผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย การบริหารแบบองค์รวม และการบริหารเชิงระบบ

การมีส่วนร่วมของบุคลากร คือ (1) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนบุคลากรในการปรับปรุงประสิทธิผลและประสิทธิภาพขององค์กร และ (2) ทำให้มั่นใจว่าบุคลากรมีความรู้ความสามารถเพียงพอสำหรับปัจจุบันและอนาคต

การเคารพต่อผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือ (1) ชี้บ่งผู้มีส่วนได้เสีย และ (2) เคารพ พิจารณาและตอบสนองต่อผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

การบริหารแบบองค์รวม คือ (1) มองอย่างครบวงจร โดยคิดอย่างเป็นระบบ และ (2) คำนึงถึงผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนรวมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

การบริหารเชิงระบบ คือ (1) พิจารณาประสิทธิผลและประสิทธิภาพในภาพรวมของระบบที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร และ (2) ให้ครอบคลุมตั้งแต่วางแผน การจัดองค์กร การกำกับดูแล และการควบคุม

เรื่องของ “ไทยเบฟ กับ มอก. 9999” ขอพูดรายละเอียดต่อไปในคราวหน้า ครับผม !