บางทีการแก้ปัญหา NPL ของประเทศ อาจไม่ได้เริ่มจากนโยบายใหญ่โต แต่เริ่มจากสมุดบัญชีเล่มเล็ก ๆ ในบ้านของเราเองก็เป็นได้
เกริ่นไว้ในสัปดาห์ที่แล้วถึง NPL ระดับประเทศ คำถามต่อมาคือ หากต้นตอของปัญหาอยู่ที่วิธีคิดและการขาด FQ ทางออกจะเกิดขึ้นได้อย่างไร คำตอบอาจไม่ได้เริ่มจากนโยบายระดับชาติ แต่อยู่ในส่วนที่เล็กที่สุดของสังคม
นั่นคือ “ครอบครัว” เพราะก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะไปเป็นลูกหนี้ของธนาคาร เขาคือ ลูกของใครคนหนึ่งมาก่อน และวิธีคิดเรื่องเงินของเขาก็ถูกหล่อหลอมจากบ้านเป็นที่แรก
ต่อกันในฉบับนี้ เน้นถึงโลกที่รายได้เพิ่มขึ้นปีละ 3–5% แต่เงินเฟ้อวิ่งในอัตราใกล้เคียงกัน คุณภาพชีวิตจึงแทบไม่ขยับ การฝากเงินในธนาคารได้ดอกเบี้ยเพียง 1–1.5% ขณะที่ทรัพย์สินของมหาเศรษฐีเติบโตแบบก้าวกระโดด ช่องว่างจึงยิ่งห่างออกไปทุกปี
การเรียนจบมหาวิทยาลัยดี ๆ หรือทำงานในองค์กรใหญ่ ไม่ใช่หลักประกันของความมั่นคงอีกต่อไป เราเห็นตัวอย่างจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Google, Amazon ที่ยังมีการเลิกจ้างจำนวนมาก เพราะความจริงคือ ไม่มีอาชีพใดปลอดภัยตลอดกาล
พ่อแม่จึงไม่ควรตั้งเป้าหมายให้ลูกแค่พอใจในสิ่งที่มี หรือ “อยู่สบาย ๆ ก็พอ” เพราะมาตรฐานรายได้ขั้นต่ำในวันนี้ อาจไม่พอสำหรับโลกในอนาคต หากไม่มีแนวคิดบริหารเงิน สุดท้ายก็ต้องกู้ และเมื่อกู้โดยไม่มีแผน ก็เสี่ยงจะกลายเป็น NPL ในที่สุด
การทำงานหนักเพียงอย่างเดียวไม่อาจรับประกันถึงความมั่งคั่ง หลายอาชีพเช่นหมอหรือทนายที่รายได้สูง แต่หากไม่มีเวลาให้สมดุลย์ในชีวิต ไม่มีความสบายใจ ก็อาจไม่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง เจ้าของธุรกิจเองก็ต้องเผชิญความเครียดและการแข่งขันสูง หากบริหารเงินไม่เป็น เสรีภาพก็ยังไม่เกิดขึ้น
จุดเริ่มต้นของ FQ หรือ Financial Quotient จึงไม่ใช่ตำราหนา ๆ แต่อาจเริ่มจาก “ค่าขนม” ที่พ่อแม่ไม่ควรแค่ให้เงิน แต่ควรอธิบายว่าเงินก้อนนั้นควรแบ่งอย่างไร ใช้เท่าไร ออมเท่าไร เก็บเพื่ออะไร นี่คือบทเรียนเรื่องการบริหารทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ต้องสอนให้ลูกแยกแยะระหว่าง “ความจำเป็น” กับ “ความอยาก” และที่สำคัญ ต้องสอนให้ลงทุนในตัวเอง ทั้งความรู้ ทักษะ บุคลิกภาพ เพราะสิ่งเหล่านี้คือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนระยะยาว
บทสนทนาเรื่องเงินควรเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร ไม่ใช่เฉพาะตอนเกิดปัญหา เมื่อลูกโตและเรียนจบ อาจให้เงินก้อนหนึ่งเพื่อทดลองลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ให้เขาเรียนรู้ความเสี่ยงจริง เข้าใจความผันผวน แม้จะขาดทุน แต่บทเรียนที่ได้มีค่ากว่ากำไรเล็กน้อยหลายเท่า
ท้ายที่สุด หากครอบครัวปลูกฝัง FQ ได้ตั้งแต่ต้น เด็กที่เติบโตออกไปจะมีความรับผิดชอบ ไม่ก่อหนี้เกินตัว และไม่ตกอยู่ในวงจร NPL หากคนในชาติมีเสถียรภาพทางการเงิน ประเทศก็ย่อมมั่นคง
จุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด คือการทำ “บัญชีครัวเรือน” ให้เห็นต้นทุนชีวิตจริงในแต่ละวัน แม้แต่ค่าอาหารบนโต๊ะ เพราะเมื่อเราเห็นตัวเลขชัด เราจะเริ่มคิดอย่างมีเหตุผล และเมื่อคิดอย่างมีเหตุผล เราจะเริ่มบริหารเงินอย่างมีสติ
และบางที การแก้ปัญหา NPL ของประเทศ อาจไม่ได้เริ่มจากนโยบายใหญ่โต แต่เริ่มจากสมุดบัญชีเล่มเล็ก ๆ ในบ้านของเราเองก็เป็นได้





