เราคุ้นเคยกับคำว่า Human Capital (ทุนมนุษย์) และ Social Capital (ทุนสังคม) เพราะเห็นในข้อเขียน ข่าว บทความวิชาการและตำรา แต่มีอีกคำที่มีความสำคัญขึ้นทุกขณะแต่ยังมิได้เป็นที่รู้จักกันกว้างขวางนัก
คำนั้นก็คือ Integrity Capital เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงาน ก.พ. ได้จัดโครงการรณรงค์ส่งเสริมจิตสำนึกคุณธรรมของข้าราชการและมีการกล่าวถึงเรื่องนี้อย่างทันสมัย ผมบังเอิญได้มีส่วนร่วมอยู่ด้วยจึง ขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
“Integrity” มักได้ยินคู่กับ “Honesty” (ความซื่อสัตย์สุจริต) “integrity” มีคำแปลในบริบทด้านคุณธรรมว่า “ความยึดมั่นในหลักคุณธรรม” ซึ่งหมายถึงการกระทำที่ตรงกับคำพูดอย่างสม่ำเสมอโดยยึดคุณธรรมเป็นค่านิยมนำทางชีวิต (value) อย่างมั่นคง
“Integrity” นั้นไปไกลกว่า “Honesty” ที่เป็นความซื่อสัตย์สุจริต บุคคลหนึ่งอาจเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตแต่ไม่ยึดมั่นในหลักคุณธรรม (integrity) ก็เป็นได้ เช่น ไม่คดโกง ไม่พูดปดแต่ไม่มั่นคงในหลักการนำทางชีวิต เช่นเป็นคนซื่อสัตย์จริงและปากบอกว่าเป็นคนมีกตัญญูกตเวที แต่การกระทำนั้นไม่ไปด้วยเลย
อย่างไรก็ดีหากเป็นคน “มั่นคงในหลักคุณธรรม” หรือ integrity แล้ว ก็ย่อมมี honesty เป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย โดยสรุป integrity คือ การมีความสม่ำเสมอระหว่างคำพูดและการกระทำโดยมีคุณธรรมนำทางอย่างมั่นคง
หัวใจของ integrity คือ หลักคุณธรรม ความสม่ำเสมอ ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และประการสำคัญมีความกล้าหาญทางจริยธรรมที่จะยึดมั่นในหลักคุณธรรมเสมอ
Integrity Capital (IC) ประกอบด้วย 2 คำคือ “integrity และ “capital” ในทางเศรษฐศาสตร์ capital คือ ทุนซึ่งหมายถึงสิ่งซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อนำไปใช้ในการผลิตสินค้าและบริการต่อไป หรือกล่าวอีกอย่างว่าเพื่อเพิ่มพลังในการผลิต (productive power) เช่น จอบ เสียบ เครื่องจักร โรงงานอุตสาหกรรม อุปกรณ์เครื่องมือ โครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ
ถ้าเป็นภาษาที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน “ทุน” คือ สต็อกของทรัพยากร ซึ่งสามารถนำไปสร้างประโยชน์ยิ่งขึ้นในอนาคต เช่น การศึกษา เครื่องจักร เงินออม ชื่อเสียง ฯลฯ
อย่างไรก็ดีในสังคมเราบางครั้งมีการใช้คำว่า “ทุน” ในความหมายที่ผิด เราได้ยินคนพูดว่าเขาเป็นคนมีชื่อเสียงหรือมีเงินทองหรืออยู่ในฐานะพิเศษ ดังนั้น เขาจึงเป็นคนมี “ต้นทุน” สูง ซึ่งผิดเพราะต้นทุนคือค่าใช้จ่าย ต้องพูดว่าเขาเป็นคนมี “ทุน” สูงจึงจะถูกต้อง
ถ้าเอา integrity และ capital มารวมกันเป็น integrity capital จึงหมายถึงสต็อกของความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ และความสม่ำเสมอของการมีคุณธรรมซึ่งบุคคลหนึ่ง องค์กรหนึ่ง หรือประเทศหนึ่งสะสมข้ามเวลาผ่านการมีพฤติกรรมอย่างมีจริยธรรม และได้รับความเชื่อมั่นไว้วางใจจากผู้อื่น
สำหรับ Social Capital หมายถึง สต็อกของทุนซึ่งอาศัยเครือข่ายความสัมพันธ์ และความไว้วางใจจากบุคคล หรือของชุมชนหรือขององค์กรเป็นฐาน ทุนนี้มีฐานที่สำคัญคือความสัมพันธ์ ตัวอย่างเช่นเป็นผู้นำชุมชนที่ผู้คนไว้วางใจมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่กว้างขวาง
หรือเป็นผู้นำองค์กรซึ่งเป็นที่รักใคร่นับถือโดยมีเครือข่ายคือลูกน้องอีกทั้งเป็นบุคคลที่เพื่อนฝูงไว้วางใจโดยมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นและกว้างขวาง
Moral Capital เป็นทุนอีกลักษณะหนึ่งที่หมายถึงสต็อกของการมีอำนาจจากการมีศีลธรรมและการมีความน่าเชื่อถือจากการรับทราบของผู้อื่นถึงการมีคุณธรรม (ความดีงามที่อยู่ในใจ) ของบุคคล องค์กร หรือสังคม
Reputational Capital หมายถึงทุนสะสมที่มาจากการรับรู้รับทราบ ชื่อเสียงในด้านความสามารถ ความน่าเชื่อถือไว้วางใจในคุณภาพโดยทั้งหมดผูกพันกับบุคคล องค์กร และสังคม ทุนนี้อยู่บนพื้นฐานของความน่าเชื่อถือและเป็นคุณค่าที่ฝังตัวอยู่ในความเชื่อนั้น ตัวอย่างได้แก่ชื่อเสียงของบุคคล หน่วยงาน สถาบัน หรือองค์กร
ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือบางกลุ่มอาจมี social capital สูง กล่าวคือมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเหนียวแน่นและเป็นเครือข่ายกว้างขวาง แต่มี moral capital ที่ต่ำก็เป็นได้
ดังเช่น องค์กรอาชญากรรม และกลับกันบางกลุ่มอาจมี moral capital สูง แต่มี social capital ที่ต่ำ กล่าวคือไม่มีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นและไม่มีการจัดองค์กรที่เข้มแข็งแต่มุ่งสร้างประโยชน์ให้มนุษยชาติ เช่น มูลนิธิหรือ NGO”s บางแห่ง
Integrity Capital มีความสำคัญยิ่งโดยเฉพาะในระดับบุคคลเพราะเป็นรากฐานสำคัญของการทำงานขององค์กรที่ยึดมั่นคุณธรรมเป็นตัวนำทาง ในองค์กรเช่นนี้คอร์รัปชันจะเป็นสิ่งแปลกประหลาด ความเสี่ยงจะลดลงเป็นอันมากเพราะอยู่บนหลักคุณธรรม
เมื่อประสบภาวะวิกฤติก็สามารถฟื้นกลับคืนสภาพเดิม (resiliency) ได้รวดเร็วเพราะความศรัทธาและความเชื่อมั่นจากบุคคลและองค์กรอื่น ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
ในระดับประเทศ IC หมายถึงเกียรติภูมิของชาติ การเป็นที่ยอมรับในสายตาต่างชาติเนื่องจากคำพูด การกระทำและหลักการคุณธรรมสอดคล้องกัน ไม่มีการโกหกหลอกลวงชาวโลกไปวัน ๆ ไม่พูดอย่างทำอย่าง ผู้คนจากสังคมอื่น ๆ ยินดีเป็นมิตรทั้งในการติดต่อสัมพันธ์และการมีความรู้สึกที่ดีต่อกันอันนำไปสู่ประโยชน์ด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองระหว่างประเทศ
สหรัฐอเมริกามี IC ที่ผุกร่อนลงทุกวันนับตั้งแต่ประธานาธิบดีคนปัจจุบันครองอำนาจ การไม่อยู่ในร่องในรอยของคุณธรรม คำพูดและการกระทำไม่สอดคล้องกัน สร้างความปั่นป่วนแก่ชาวโลก
สายตาที่ชาวโลกโดยเฉพาะคนไทยมองสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันนั้นเป็นลบมากกว่าครั้งใด ๆ ในประวัติศาสตร์ อยากใช้คำพูดที่หยาบคายสะใจยิ่งกว่าคำว่า Ugly Americans แต่ก็เกรงใจท่านผู้อ่านและเพื่อน ๆ อเมริกันครับ





